‘ฟลีน บิวตี้’ ของ ‘ออม-สุชาร์’ เริ่มใหม่กับ 4 คน หลังจบดราม่าพาสู่ยอดขาย 100 ล้าน

ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง นักแสดงสาวที่ผันตัวเป็นนักธุรกิจพร้อมสร้างแบรนด์ ‘Fleen Beauty’ หลังไกล่เกลี่ยดราม่าไปครบปีด้วยเงิน 25 ล้านบาท คือ ความคุ้มค่าที่พาแบรนด์อายุไม่ถึง 2 ปีมียอดขายแตะ 100 ล้านบาท

 

 

‘ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อินโนฟีน่า จำกัด เจ้าของ ‘ฟลีนบิวตี้ ‘Fleen Beauty’ แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย ได้บอกเล่าเส้นทางธุรกิจจากจุดเริ่มต้นแบรนด์เมื่อ 2 ปีก่อนถึงในวันนี้ ฟลีน บิวตี้ กำลังจะมียอดขายแตะ 100 ล้านบาทแล้ว
 

แม้ว่าในปีที่ผ่านมา ‘Fleen Beauty’ จะพบกับอุปสรรคมาสะดุดความเชื่อมั่นธุรกิจไปชั่วขณะ หลัง ‘ออม สุชาร์’ ถูกกล่าวหาในประเด็นดราม่าฮุบกิจการและหุ้นส่วนบริษัทเครื่องสำอางฟลีนบิวตี้
 

แต่ด้วยความจริงใจ ของ ‘ออม’  ที่ตั้งใจเข้าสู่กระบวนการศาลช่วยไกล่เกลี่ย จนได้ข้อสรุปยอมความให้สองฝ่ายข้อยุติ โดย เธอ ตัดสินใจใช้เงิน 25 ล้านบาทซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ เพื่อถือหุ้นทั้งหมด 100% และต่างฝ่ายต่างถอนฟ้องทุกคดีเพื่อยุติปัญหา

 

รีสตาร์ท ด้วยพนักงาน 4 คน

 

หลังผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้น ‘ออม’ บอกว่านอกจากเป็นบทเรียนสำคัญธุรกิจแล้วแต่  เธอ ก็ยังมองเห็นโอกาสในวิกฤติ ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ กับการรับช่วงต่อธุรกิจด้วยการเข้าซื้อหุ้นกิจการมูลค่า 25 ล้านบาท แม้ในเวลานั้นจะเหลือพนักงานในองค์กรเพียง 4 คน!! แต่เพราะความเชื่อว่า แบรนด์มีความแข็งแกร่ง มีศักยภาพมากพอที่จะโตต่อได้ จึงใช้เวลาไปกับการเฟ้นหาบุคลากรที่เหมาะสม
 

โดย Fleen Beauty ได้เริ่มวางระบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร คลังสินค้า ปรับแพ็กเกจจิ้ง เปลี่ยนซัพพลายเออร์ และที่สำคัญที่สุด คือการวางแผนบริหารจัดการซัพพลายเชน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายเมื่อสินค้าขาดสต๊อก เป็นการสร้างสมดุลระหว่างระบบที่แข็งแรงและยอดขายให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน
 

ออม บอกว่าหลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ‘Fleen Beauty’ กลับมามีการเติบโตก้าวกระโดด เกินเท่าตัว จากยอดขาย 47 ล้านบาทในปี 2567 ขยับขึ้นมาเป็น ‘96 ล้านบาท’ ในปี 2568  โดยมั่นใจว่า ‘Fleen Beauty’ โตจากการซื้อซ้ำและบอกต่อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจเครื่องสำอางที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว รวมถึงการพัฒนาสินค้าอย่างไม่หยุดยั้งกับทุกโปรดักต์เพื่อการขายในระยะยาว เพราะต้องการให้ลูกค้าที่ชื่นชอบกลับมาซื้อซ้ำได้เรื่อยๆ

 

“ทุกองค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่มีส่วนใดที่สามารถลดความสำคัญลงได้ เพราะในสถานการณ์ที่ทุกแบรนด์ต้องการเติบโต เราไม่สามารถปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแรงได้”

 

เพิ่มไซส์สินค้าขยายเข้าถึงกลุ่มใหม่

ออม ขยายถึงแนวคิดการบริหารแบรนด์ Fleen Beauty ในช่วงที่ผ่านมายังให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์รวมถึงการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาเพิ่ม ไซส์สินค้าสำหรับการเดินทาง Travel Size เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง
 

พร้อมยกตัวอย่าง ‘Fleen Tone-up Serum’ หนึ่งในสินค้าหลักขายดีของแบรนด์ ได้ออก ‘Travel Size’ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ช่วยให้ลูกค้าเปิดใจลองก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง
 

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้แม้จะมีแบรนด์เครื่องสำอางเต็มท้องตลาดอยู่มาก แต่ผู้บริโภคยังเลือก ‘Fleen Beauty’ มาจากแบรนด์มองหานวัตกรรมใหม่ๆและเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เน้นกลุ่มที่อยากแต่งหน้าแต่มีผิวบอบบาง หรือแพ้ง่าย ไม่ได้เป็นเพียงเมคอัพที่ให้ความสวยเท่านั้น แต่ยังดึงความสวยตามธรรมชาติของผิวให้ออกมาดีที่สุด ให้คุณประโยชน์มากกว่าทำให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว ที่แบรนด์วางเป็นรากฐานแนวคิด สู่การพัฒนาสินค้าขายดีที่มีคุณสมบัติทั้งสวยและบำรุงไปพร้อมๆ กัน
 

ปัจจุบันสินค้ากลุ่ม ‘Tone-up’ และกลุ่ม ‘Corrector’ ภายใต้แบรนด์ ‘Fleen Beauty’ ครองยอดขายสูงสุดด้วยสัดส่วน 80% ขณะที่ ‘Skin Tint’ สินค้าออกใหม่เติบโตต่อเนื่อง และคาดว่า จะเป็น ‘Hero Product’ ตัวถัดไป โดยที่ Fleen Beauty เป็นหนึ่งในแบรนด์ T-Beauty หรือแบรนด์ความงามไทย กลุ่มแรกๆ ที่พัฒนาสินค้าชนิดนี้ขึ้นมา สร้างยอดขาย 10,000 ชิ้นได้ภายในเดือนแรกที่เปิดตัว
 

ในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบัน ‘Fleen Beauty’ เข้าไปอยู่ในร้านค้าปลีกเป็นหลัก ด้วยมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิด ‘Brand Recognition’ แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งการได้มองเห็นสินค้าจากหลากหลายที่ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่าย
 

โดยปัจจุบัน ฟลีน บิวตี้ มีสัดส่วนการขายฝั่งออนไลน์ง 97% ออฟไลน์ 3% ส่วนในปี 2569 นี้ คาดว่า สัดส่วนออนไลน์จะอยู่ที่ 83% ออฟไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 17% มีวางจำหน่ายแล้วใน EVEANDBOY 85 สาขา, Watsons 200 สาขา, Beautrium 9 สาขา, Multy 10 สาขา และ Konvy 5 สาขา
 

ฟังเสียงลูกค้าผ่านโซเชียล

 

ซีอีโอ ฟลีนบิวตี้ ขยายต่อถึงแนวทางการทำตลาดสินค้าในรูปแบบการจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการทำงานร่วมกับ KOLs ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเล่าเรื่องและสื่อสารแบรนด์
 

โดยแบรนด์ เลือกทำงานกับ KOLs ที่มีความชอบและเข้าใจในแบรนด์จริงๆ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดตัวตนของฟลีนบิวตี้ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน TikTok Live เป็นช่องทางที่แบรนด์ได้รับเสียงสะท้อน (Feedback) จากลูกค้าโดยตรง ซึ่งลูกค้าสามารถพูดคุยและสะท้อนความคิดเห็นได้แบบ Real-time พร้อมนำฟีดแบ็กเหล่านั้นไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว

 

Fleen Beauty ปี2569 เป้า120 ล้านบาท

ออม บอกแนวทางธุรกิจและการทำตลาดของฟลีน บิวตี้ นับจากนี้ จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายช่องทางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง ในฐานะหนึ่งในแบรนด์ความงามไทย พร้อมรองรับกระแส T-Beauty ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน
 

สำหรับในปี 2569 นี้ ‘Fleen Beauty’ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 120 ล้านบาท โดยปัจจุบันตัวเลข ณ เดือนสิงหาคม 2569 แบรนด์ทำรายได้ไป 76 ล้านบาท โดยตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS)


 

alt-x KEY  TAKEAWAY

Fleen Beauty ใช้จังหวะวิกฤติเป็นจุดเปลี่ยนธุรกิจ หลัง 'ออม-สุชาร์' เข้าถือหุ้น 100% ด้วยเงิน 25 ล้านบาท ก่อนรีสตาร์ทธุรกิจและวางระบบใหม่ทั้งองค์กร จนยอดขายเติบโตจาก 47 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 96 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมขยายช่องทางออฟไลน์และพัฒนาสินค้าใหม่ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความสวยควบคู่การบำรุง ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 120 ล้านบาท 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.