Klook แก้ปม ‘REELationship’ เทรนด์คนไทยส่งคลิปเที่ยวแต่จบที่ทริปล่ม

Klook ปิดช่องวางอินไซต์คนไทย  ‘REELationship’ ชอบส่งคลิปเที่ยวแต่จบที่ทริปล่ม เติมความครบบนแพลตฟอร์มชวนสายเที่ยว ‘หยุดดองแล้วจองเลย’สู่การเดินทางจริง

  • เทรนด์ REELationship พฤติกรรมยอดฮิตของคนไทยที่นิยมส่งคลิปวิดีโอท่องเที่ยวให้กันในแชท LINE แต่สุดท้ายแผนกลับล่มไม่ได้ไปจริง

  • ช่องว่างระหว่างคลิปกับการเดินทาง Mintel ชี้คนไทย 53% และ Gen Z ถึง 60% ใช้โซเชียลหาไอเดียเที่ยว แต่เจอปัญหาการเงินสะดุดทำทริปล่ม

  • Klook เข้ามาแก้เพนพอยต์ ลดอุปสรรคทางการเงินและการวางแผน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมจากการดูคลิปเที่ยวทิพย์ ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง

Klook แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน บริการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว จองกิจกรรมออนไลน์ ระดับโลก เปิดรายงาน Digital 2026: Thailand โดย DataReportal ระบุว่า ณ เดือนตุลาคม 2568 ประเทศไทยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียถึง 56.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 79.1% ของประชากรทั้งประเทศ และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 67.8 ล้านคน คิดเป็น 94.7% ของประชากร  เท่ากับว่าคนไทยแทบทุกคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และมีโอกาสเห็นคอนเทนต์ท่องเที่ยวผ่านหน้าฟีดแทบทุกวัน

 

ขณะที่แพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ที่คนไทยมักตั้งกลุ่มเพื่อสนทนาสื่อสาร ยังเป็นช่องทางหลักที่ใช้ส่งต่อคลิปวิดีโอท่องเที่ยวให้เพื่อนและคนในครอบครัวแทบทุกวัน จากการส่งคลิปรีล หรือ TikTok เข้าไปในกรุ๊ปแชทครอบครัวหรือกรุ๊ปเพื่อน ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ทำได้ สะดวก และง่ายกว่าการ ‘เลิกดอง’ แผนการเดินทางจริง อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Mintel ยังพบว่า 53% ของคนไทยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทางจริง และตัวเลขนี้พุ่งสูงถึง 60% ในกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นโดยตรง สะท้อนให้เห็นว่าการ ‘เสพ’ คอนเทนต์ท่องเที่ยวกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนไทยไปแล้ว ไม่ต่างจากการเสพคอนเทนต์บันเทิงประเภทอื่น  เพียงแต่ความฝันเหล่านั้นมักถูกเก็บไว้ ไม่ไปถึงปลายทางจริง เพราะการดูคลิปใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่การวางแผนการเดินทางจริงต้องใช้ทั้งเวลา เงิน และความร่วมมือจากคนอื่นอีกหลายคน

 

การเงินสะดุดทำ ‘ทริปล่ม’

 

Klook เผยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในกรุ๊ปแชท ที่ถูกเก็บไว้นานและไม่เคยเกิดขึ้นจริง มาจากปัจจัยหลัก ‘ภาระทางการเงินที่’ ของคนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

 

ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 86.8% ของ GDP ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 87.1% ในไตรมาสก่อน แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังประเมินว่าตัวเลขนี้จะยังคงสูงกว่า 80% ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ความยั่งยืนที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กำหนดไว้ และถือเป็นหนึ่งในระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดในเอเชีย

 

ทั้งนี้ จากภาระหนี้สูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างการท่องเที่ยว มักเป็นรายการแรก ๆ ที่ถูกตัดออกจากงบประมาณครัวเรือนเมื่อสถานการณ์การเงินตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อการชะลอหรือเลื่อนแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่วางไว้ ออกไปอีก แม้จะยังมีความต้องการเดินทางอยู่ก็ตาม

 

นอกจากนี้ สอดคล้องผลสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (TPSO) กระทรวงพาณิชย์ สำรวจคนไทยกว่า 6,266 คน  พบว่ากลุ่มที่ไม่มีแพลนเที่ยวช่วงปลายปี ให้เหตุผลหลักคือ

 

  • ปัญหาทางการเงิน (ราว 27%)
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงเกินไป (ราว 24%)

 

ขณะที่ ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลในช่วงสงกรานต์ 2569 ที่สำรวจคนไทยกว่า 1,272 คน พบว่า 51.42% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมงดเที่ยวสงกรานต์เพื่อเก็บเงิน 55.66% ระบุว่าราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจร่วมกิจกรรมสงกรานต์ และ 61.32% ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ

นัดเพื่อนเมื่อพร้อมไม่มีอยู่จริง!

 

ขณะที่ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในกรุ๊ปแชทถูกพักหรือเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดเมื่อถึงวันจองจริงคือ ‘การนัดคนให้ตรงกัน’

 

โดยผลสำรวจของ Klook ในเดือนสิงหาคม 2569 จากการสอบถามเชิงสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวกว่า 2,725 คนใน 10 ประเทศ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนที่รับบทเป็น ‘ตัวตั้งตัวตี’ วางแพลนเที่ยวเป็นกลุ่มให้เพื่อน ๆ มากกว่า 80% ต้องใช้เวลาจัดการมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อการเดินทางแต่ละครั้ง ทั้งการหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และตามความคืบหน้าของเพื่อนแต่ละคน

 

ขณะที่ ‘ตัวตั้งตัวตี’ นี้กลับเป็นคนที่ได้รับคำขอบคุณน้อยที่สุดในกลุ่ม สะท้อนให้เห็นว่าการประสานงานให้ทุกคนพร้อมไปด้วยกันจริง ๆ นั้นยากและเหนื่อยกว่าที่คิดมาก และเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ความคิดการวางแผนเดินทางในกลุ่มแชทมักถูกพักเก็บไว้ และไม่เคยเปลี่ยนสู่การออกเดินทางได้จริง ด้วยหลายครั้งที่ทริปการเดินทางที่วางไว้ ไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยากไป แต่เป็นเพราะไม่มีใครอยาก ‘เป็นคนจัดการ’ ทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

เปลี่ยนจากส่ง ‘Reel’  สู่จองเที่ยวจริง

 

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มดังกล่าว ข้อมูลจาก Klook Travel Pulse 2569 ชี้ว่านักท่องเที่ยวไทยและอาเซียนได้รับอิทธิพลจากคอนเทนท์บนโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจน  โดยนักท่องเที่ยวไทยมากถึง 52% ระบุว่าตัดสินใจจองการเดินทางโดยได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ส่วนนักท่องเที่ยวในอาเซียนกว่า 80% ได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์โซเชียลมีเดียเช่นเดียวกัน

 

จากปัจจัยดังเหล่านี้ Klook ได้เข้ามาปิด ‘ช่องว่าง’ ด้านงบประมาณการเดินทาง แรงบันดาลใจท่องเที่ยว และการจัดการวางแผนเดินทางเหล่านี้ ผ่านแพล็ตฟอร์ม Klook ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ ที่พัก กิจกรรม ไปจนถึงบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก และโปรโมชันพร้อมตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกงบประมาณ เพื่อทำให้การจองการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นด้วยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เมื่อ เห็นคลิปที่ใช่ ให้สามารถกดจองได้ทันที พร้อมเปรียบเทียบราคา ตรวจสอบโปรโมชัน และแชร์แผนการเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังเพื่อนในกรุ๊ปแชทเดียวกันได้ เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรค ของคนไทย ที่ยังมีแรงบันดาลใจออกเดินทางท่องเที่ยว ที่เกิดขึ้นบนหน้าฟีด แต่ยังชะลอแผนท่องเที่ยวที่วางไว้ให้ไปสู่การเดินทางได้จริง ที่สอดคล้องกับงบประมาณที่วางไว้ การนัดเพื่อนให้ตรงกันโดยไม่ต้องแบกภาระไว้เพียงคนเดียว

 

พร้อมกันนี้ Klook ยังจัดแคมเปญ Klook Travel Fest เทศกาล ‘หยุดดองแล้วจอง Klook’ สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเปลี่ยนจาก ‘REELationship’ ให้กลายเป็นการเดินทางที่ได้ไปจริงสักที โดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Klook หรือในเว็บไซต์ https://www.klook.com/th/tetris/promo/travelth/

 


alt-x KEY TAKEAWAYS 

Klook สะท้อนกระแส 'REELationship' ของคนไทย ที่นิยมแชร์คลิปวิดีโอท่องเที่ยวสั้นๆ ให้กันในกรุ๊ปแชทเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แม้ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z กว่า 60% จะเสพคอนเทนต์เที่ยวเป็นประจำ แต่แผนเดินทางจริงกลับถูกดองและจบลงด้วยทริปล่มจากภาวะการเงินสะดุด ทำให้ Klook จึงขยับเข้ามาแก้ปมนี้ด้วยการสร้างโซลูชันการจองที่ง่ายและคุ้มค่า เพื่อเปลี่ยนคลิปวิดีโอบนหน้าฟีดให้กลายเป็นการเดินทางจริงในชีวิตประจำวัน

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.