‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รมว.ดีอี เปิดยอดคนไทยลงทะเบียน ‘TH-AI Passport’ ทะลุ 1.3 ล้านคน พร้อมเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS วันที่ 31 ส.ค. 2569 หนุนเข้าถึง AI ระดับโลก 30 โมเดล
-
ยอดลงทะเบียนพุ่งทะลุ 1.3 ล้านคน โครงการ TH-AI Passport ได้รับกระแสตอบรับล้นหลามภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ พร้อมเปิดระบบ AiPASS ให้ใช้งานจริง 31 ส.ค. 2569 นี้
-
ตั้งเป้าให้คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึง AI รวบรวมเครื่องมือ AI ระดับโลกมากกว่า 30 โมเดลจาก 14 ผู้พัฒนาชั้นนำ พร้อมระบบเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในงาน การศึกษา และธุรกิจ
-
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ (พ.ศ. 2565–2570) มุ่งยกระดับทักษะแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ ‘TH-AI Passport’ (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ว่าหลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการฯ ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าเมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ โดยแพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้
สำหรับโครงการ TH-AI Passport ตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ควบคู่กับระบบการเรียนรู้และพัฒนาทักษะภายในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ AI ได้เหมาะกับความต้องการ นำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรับผิดชอบ
ไชยชนก กล่าวว่าการเตรียมความพร้อมของคนไทย เป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว เพื่อรองรับ AI ที่จะเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว
“การแข่งขันของประเทศในยุคต่อไป จะไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่อยู่ที่ว่าประเทศไหนพัฒนาคนของตัวเองให้ใช้เทคโนโลยีเป็นได้มากที่สุด AI จะมีค่าก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้มัน ซึ่งการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การลงทุนในเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน”
รัฐมนตรีดีอี กล่าวอีกว่า ยอดผู้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านคนในเวลาสองสัปดาห์ ยืนยันว่าคนไทยมีความพร้อมในการเรียนรู้และเติบโตไปกับเทคโนโลยีนี้ โดย TH-AI Passport ยังเป็นการวางรากฐานพาประเทศก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่คนไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยตัวเอง
สำหรับ โครงการ TH-AI Passport มีกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ โดยมุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI หรือ AI Literacy ควบคู่กับการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งานจริง หรือ AI Adoption เพื่อพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยแพลตฟอร์ม AiPASS รวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับแต่ละงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องสมัครใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน

ขณะที่ โมเดลภายในแพลตฟอร์มครอบคลุมการใช้งานด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก อาทิ
- GPT-6 Sol
- o3 Deep Research
- Claude Opus 5
- Gemini Pro
- Nano Banana Pro
- Lyria 3 Pro
- Sonar Reasoning Pro
- Seedream 0
- Seedance 0
นอกจากนี้ AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการพัฒนาทักษะผ่านแนวคิด Learn • Earn • Plern ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือด้านองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลก อาทิ Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute
โดยผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้าน AI ภายในระบบ นำความรู้ไปทดลองใช้กับโมเดลจริง สามารถสะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงโมเดลระดับ Pro และพัฒนาไปสู่ระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จการเรียนรู้ตามเงื่อนไข
จากแนวทางดังกล่าวทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการ นอกจาได้รับสิทธิ์ใช้งานแล้ว ยังมีเส้นทางการพัฒนาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการใช้ AI สร้างผลงานและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างทั้งความรู้ ความคุ้นเคย และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple เพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือ ThaiD ก่อนเปิดให้บริการใช้แพลตฟอร์ม AiPASS อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
โดย ผู้สมัครต้องเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติ เนื่องจากระบบไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งานหรือโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito/Private Window) และจะได้รับสิทธิ์อัปเกรดเป็นผู้ใช้งานระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้งานสิทธิ์ เพื่อให้สามารถทดลองใช้โมเดลและเครื่องมือระดับสูง เรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละโมเดล และนำไปต่อยอดการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง
ขณะที่ ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 9.1% หรือเติบโต 36.4% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจและเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้งานของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังห่างจากประเทศที่มีการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 63.4%



