โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยผลสำรวจคนไทยใช้ AI ทำงานสูงถึง 94% แต่ยังห่วงทักษะล้าสมัยและข้อมูลรั่ว บอก 3 ทักษะสำคัญที่คนทำงานต้องเร่งพัฒนา
- 94% ของพนักงานไทยใช้ AI ในการทำงาน ขณะที่ 72% มองว่า AI จะส่งผลบวกต่อโอกาสในอาชีพ แต่มีเพียง 57% ที่มั่นใจว่าทักษะ AI ยังตอบโจทย์ตลาด
- 3 ความกังวลหลักของคนทำงานไทย คือความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจจาก AI 46% ทักษะล้าสมัย 43% และความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลหรือถูกนำไปใช้ผิดทาง 43%
- 3 ทักษะที่องค์กรต้องการในยุค AI ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล การคิดวิเคราะห์และตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงความสามารถในการปรับตัว เพื่อทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทย ของบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทจัดหางานระดับโลก กล่าวว่า โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยรายงานหัวข้อมุมมองและการใช้งาน AI ผ่านคู่มือออนไลน์ ‘The Jobs of tomorrow: How AI is reshaping work across Asia’ หลังสำรวจความคิดเห็นจากพนักงานและองค์กรเกือบ 5,000 ราย (รวมประมาณ 600 รายจากประเทศไทย) ใน 10 ตลาดทั่วเอเชีย (ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น จีนแผ่นดินใหญ่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม) เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 เพื่อค้นหาแนวโน้มการจ้างงานและข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดแรงงานสำหรับปี 2026 จากมุมมองของพนักงานและองค์กร
ทั้งนี้ หากเจาะภาพรวมประเทศไทย ด้านการใช้งาน AI มีแนวโน้มขยายตัวสูง แต่พนักงานยังมีความกังวลด้านทักษะและความรับผิดชอบ โดยพบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 จาก 10 ตลาดในเอเชีย และอันดับที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแง่ของการใช้ AI ในการทำงาน ดังนี้
- 94% ของพนักงานไทยใช้ AI ในการทำงาน
- 72% เชื่อว่า AI จะส่งผลเชิงบวกต่อโอกาสในสายอาชีพของตน
- 57% มั่นใจว่าทักษะการใช้งาน AI ของตนยังคงสอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน
“ปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ยังคงมีความสำคัญสูงสุด AI จะไม่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งงาน แต่พนักงานต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว อยู่ร่วมกับ AI และนำ AI มาใช้เพื่อพัฒนาและเติบโตต่อไป”
ปุณยนุช อธิบายว่าเนื่องจาก AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงานในแต่ละวันมากขึ้นเรื่อยๆ พนักงานไทยจึงนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานประจำวันมากขึ้น โดย AI ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายด้าน ได้แก่
- การค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล (53%) เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
- การสนับสนุนด้านการสื่อสาร (44%) เพื่อให้การสื่อสารราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมสร้างข้อมูลเชิงลึก (43%) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ดีขึ้น
ปัจจัยกังวลใช้ AI ในพนักงานไทย
อย่างไรก็ตามพนักงานไทยยังคงระมัดระวังต่อความท้าทายและความเสี่ยง AI ที่มาพร้อมกับการทำงานร่วมกับระบบเหล่านี้ ได้แก่
- ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่อ้างอิงมาจาก AI (46%) เนื่องจากพนักงานอาจตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรืออคติ
- ความกังวลว่าทักษะของตนจะล้าสมัย (43%) จากการเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติ
- ความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ (43%) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลสำคัญ
โดยความกังวลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน กรอบจริยธรรมที่เข้มแข็ง และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ
ขณะที่แนวโน้มนี้ ยังสอดคล้องกับภาพรวมของภูมิภาคเอเชีย พบว่ามีการใช้งาน AI สูง แต่ความสำคัญอยู่ที่พนักงานใช้ AI อย่างไร จากข้อมูลในตลาดที่ทำการสำรวจ ดังนี้
- 58% ขององค์กรในเอเชียได้นำ AI เข้ามาใช้ในสถานที่ทำงานเป็นเรื่องปกติ
- 93% ของพนักงานระบุว่าพวกเขากำลังใช้งาน AI อย่างจริงจัง และในจำนวนนี้ 75% เชื่อว่า AI จะส่งผลดีต่อโอกาสในอาชีพของพวกเขา
ไต้หวัน มั่นใจทักษะ AI สูงสุดในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การรับรู้ของพนักงานเกี่ยวกับผลกระทบของ AI แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด ในเวียดนาม (98%) และฟิลิปปินส์ (95%) ซึ่งเป็นตลาดที่มีการใช้งาน AI สูง มีความเชื่อมั่นสูงว่า AI มีผลกระทบต่ออาชีพ ในขณะที่การพัฒนาทักษะ AI ให้ทันสมัยในทั้งสองตลาดนี้ยังคงตามหลังอยู่
ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่เป็นตลาดที่มองโลกในแง่ดีที่สุด (88%) ขณะที่ไต้หวันมีความมั่นใจในทักษะ AI สูงสุด (73%) แต่มีความเชื่อมั่นในผลกระทบของ AI ต่ำกว่าจีนเล็กน้อย ในทางกลับกัน ฮ่องกงและสิงคโปร์รายงานว่าพนักงานมีความเชื่อมั่นว่า AI จะส่งผลเชิงบวกต่อโอกาสในสายอาชีพในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ (66% และ 67% ตามลำดับ) แม้ว่าจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายก็ตาม
ขณะที่ องค์กรในเอเชียระบุว่า AI สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในงานที่เน้นกระบวนการ ข้อมูล หรือการปฏิบัติงาน โดยสามอันดับแรก ได้แก่
- งานธุรการและสนับสนุนธุรกิจ (business support) (43%)
- งานไอทีและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (35%)
- งานบัญชีและการเงิน (32%)
โดยพนักงานเองมักใช้ AI ในด้านนี้ ตามลำดับ
- สร้างสรรค์เนื้อหา (47%)
- วิเคราะห์ข้อมูล (40%)
- ค้นคว้าข้อมูล (38%)
นอกจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตำแหน่งงานเดิมที่มีอยู่แล้ว AI ยังผลักดันให้เกิดความต้องการตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ต้องการทักษะและความรู้ทั้งทางเทคนิคและทางธุรกิจ อาทิ
- ตำแหน่งงาน AI Product Manager ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI
- ตำแหน่งงานด้านข้อมูล การวิเคราะห์เชิงลึก และการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพื่อให้ผลการวิเคราะห์นำไปสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง (เช่น Data Analyst)
- ตำแหน่งงานด้านการกำกับดูแล จริยธรรม และความน่าเชื่อถือ (เช่น AI Governance หรือ Risk Manager)
สำหรับ ผลการค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า AI กำลังปรับเปลี่ยนและก่อให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ มากกว่าที่จะทดแทนตำแหน่งงานเดิมทั้งหมด เนื่องจากมีองค์กรเพียง 33% เท่านั้นที่ระบุว่าการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังคน (workforce optimisation) เป็นเหตุผลสำคัญในการนำ AI มาใช้
โดย AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการทำงาน มากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่การตัดสินใจของมนุษย์เพิ่มว่า
“AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของเรา โดยเข้ามาทำงานที่ทำซ้ำๆ แทนคน และช่วยให้พนักงานสามารถรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและใช้วิจารณญาณมากขึ้น”
ปุณยนุช เสริมว่า เมื่อ AI เข้ามาช่วย พนักงานจึงต้องตรวจสอบผลลัพธ์อย่างละเอียด เพิ่มบริบท บริหารความคาดหวัง และให้คำแนะนำทางธุรกิจเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและตรงเป้าหมาย ด้วยเมื่อลักษณะงานเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ การพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญมากขึ้นสำหรับพนักงานของตน
3 ทักษะใหม่พนักงานรับยุค AI
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพนักงานเริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่าตนเองอาจตามไม่ทันหรือปรับตัวได้ยาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของผู้นำภายในองค์กร ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI
นอกจากนี้ ผลสำรวจฯ ยังพบว่า 3 ทักษะสำคัญที่องค์กรต้องการมากที่สุดในตัวพนักงานยุคAI คือ
- การวิเคราะห์ข้อมูล
- การคิดวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อเท็จจริง
- ความสามารถในการปรับตัว เป็น
alt-x KEY TAKEAWAY
AI กำลังเปลี่ยนจาก 'เครื่องมือช่วยทำงาน' ไปสู่ 'ทักษะพื้นฐานของคนทำงาน' องค์กรยุคใหม่กำลังมองหาคนที่ใช้ AI เป็นพร้อมตรวจสอบข้อมูล คิดวิเคราะห์ ปรับตัว และนำ AI ไปต่อยอดกับงานได้จริงเป็นทักษะเพิ่ม



