JSP ปรับวิธีเข้าหา Gen Z เจาะย่านมหา’ลัย ขายสินค้าที่เด็กไม่กล้าซื้อหน้าเคาน์เตอร์

JSP เผยอินไซต์ Gen Z ย่านมหา’ลัย นิยมซื้อถุงยางและสินค้าสุขภาพทางเพศผ่านตู้กดยาอัตโนมัติ 29% เพราะตอบโจทย์ความสะดวก เป็นส่วนตัว และไม่ต้องเขินพนักงาน

 

  • ตู้กดยาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ JSP ขยายตู้กดยาอัตโนมัติ 185 ตู้ ช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องเวลา และแก้ Pain Point เรื่องความเขินอายขณะชำระเงินของเด็ก Gen Z

  • สินค้าสุขภาพทางเพศครองแชมป์ ย่านมหาวิทยาลัย มียอดซื้อกลุ่มสุขภาพทางเพศสูงถึง 29% โดยถุงยางอนามัยกวาดยอดขายสูงสุด 1.6 ล้านบาท ตามด้วยเจลลี่แก้แฮงค์

  • เร่งขยายช่องทางดันธุรกิจยั่งยืน JSP นำข้อมูลอินไซต์ไปพัฒนาสต็อกและคัดสรรสินค้าให้ตรงทำเล เพื่อรุกตลาดคนรุ่นใหม่และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ผลิตสินค้าสมุนไพรไทยและยาเจ้าของแบรนด์ในเครือ ‘สุภาพโอสถ’ แบรนด์เก่าแก่อายุร่วม 76 ปี กับกลยุทธ์การทำตลาดที่เข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก (Insight) ผ่านโมเดลธุรกิจตู้กดยา ที่ตั้งในทำเลมหาวิทยาลัยและได้ใจ GenZ

พิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ‘JSP’ บอกว่า เจเอสพี วางแนวทางการทำธุรกิจด้วยกลยุทธ์การกระจายช่องทางจำหน่ายสินค้าด้านสุขภาพเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง เพื่อขยายช่องทางพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

 

ทั้งนี้ เจเอสพี ดำเนินธุรกิจภายใต้รูปบบ ‘ตู้กดยาอัตโนมัติ’ จำนวนรวม 185 ตู้ กระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งรวมถึงทำเลจุดยุทธศาสตร์สำคัญย่านมหาวิทยาลัย ซึ่งในทำเลนี้บริษัทพบข้อมูลสำคัญที่ขับเคลื่อนผ่านช่องทางนี้มาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

 

โดยพบพฤติกรรมการซื้อกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาในทำเลมหาวิทยาลัย มีการเลือกซื้อ ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศ’ สูงเป็นพิเศษ คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด แบ่งยอดขายแยกตามหมวดหมู่สินค้า ได้แก่

 

  • อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศ (สัดส่วนสูงที่สุด โดยเฉพาะในย่านมหาวิทยาลัย)
  • อันดับ 2 ยาสามัญประจำบ้าน คิดเป็นสัดส่วน 16.2%
  • อันดับ 3 ลูกอม/ยอม คิดเป็นสัดส่วน 12.8%
  • อันดับ 4 ของใช้ส่วนตัว/สุขอนามัย คิดเป็นสัดส่วน 12.6%
  • อันดับ 5 ชุดตรวจสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วน 11.0%

 

5 กลุ่มสินค้าขายดี 4 อันดับแรก

 

ทั้งนี้ หากเจาะลึกกลุ่มสินค้าที่ทำยอดขายได้สูงที่สุด 4 อันดับแรกในตู้กดยาอัตโนมัติ พบว่าเป็นกลุ่มสินค้าสุขภาพทางเพศและการดูแลตัวเองหลังปาร์ตี้อย่างชัดเจน ได้แก่

 

  • ถุงยางอนามัย ยอดขาย 1,612,497 บาท (ขึ้นเป็นสินค้าขายดีอันดับ 1)
  • เจลลี่แก้แฮงค์ ยอดขาย 636,333 บาท
  • เจลหล่อลื่น ยอดขาย 609,375 บาท
  • ชุดตรวจแบบ 4IN1 ยอดขาย 480,965 บาท

 

พฤติกรรมนี้สะท้อนอะไร?

 

จากข้อมูลสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้บริการซื้อสินค้าผ่านตู้กดยาอัตโนมัติ ซึ่งช่วยตอบโจทย์เรื่อง ‘ความเป็นส่วนตัว’ ทำให้สามารถเลือกซื้อสินค้าสุขภาพทางเพศได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเผชิญหน้าคนขาย ไม่ต้องเขินอายพนักงานตอนจ่ายเงิน และยังสามารถเข้าถึงสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิด-ปิดของร้านค้า

 

พิษณุ กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว เจเอสพี จะนำข้อมูลอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริโภคเหล่านี้ ต่อยอดการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับทำเลที่ตั้งตู้กดยา พร้อมขยายและพัฒนาช่องทางตู้กดยาอัตโนมัติให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง






alt-x KEY TAKEAWAY


JSP กำลังทำความเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพทางเพศที่ผู้บริโภคอาจรู้สึกเขินเมื่อต้องซื้อผ่านหน้าร้าน สะท้อนว่า Pain Point ของลูกค้าอาจกลายเป็นโอกาสสร้างช่องทางขายใหม่ได้ หากแบรนด์เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.