AWC เดินหน้าโมเดล Lifestyle Destination สร้างเมกะโปรเจกต์ระดับโลกดึงนักท่องเที่ยว กังฟูแพนด้า เยาวราช และ อวตาร์ มาปี 2570 พร้อมศึกษาตั้งกอง REIT 3 หมื่นล้าน หนุนพอร์ตเติบโตระยะยาว
-
ผนึก IP ระดับโลกปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ AWC เตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ ทั้ง ‘Kung Fu Panda’ ใจกลางเยาวราช, ‘DreamWorks Water Park’ พัทยา รวมถึง ‘Avatar’ ที่เอเชียทีคในปี 2570 เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก
-
ศึกษาตั้งกอง REIT ใหญ่ 3,0000 ล้านบาท ซุ่มศึกษาจัดตั้งบริษัท AWR เตรียมเข้า IPO กองทรัสต์ REIT มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท มุ่งถือครองสินทรัพย์ Freehold คุณภาพสูง เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
-
ผลประกอบการ Q2/2569 โตแกร่งทุกกลุ่ม ทำรายได้รวม 5,502 ล้านบาท (+5.6%) นำโดยกลุ่มคอมเมอร์เชียลที่เติบโตโดดเด่น 13.4% และพอร์ตโรงแรมเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin พุ่งแตะ 26.9%
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน กล่าวว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งหลังปี 2569 จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ โดย บริษัท มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล AWC ในครึ่งหลังปี 2569 วางแผนเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท พร้อมร่วมพันธมิตรระดับโลกต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง พร้อมสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ
- ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences ในโครงการ
- ‘Kung Fu Panda’ ใจกลางเยาวราช
- ‘DreamWorks Water Park’ ริมหาดพัทยา
- นอกจากนี้ ยังร่วมกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัวโครงการ
- Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK™ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในปี 2570
- ความร่วมมือระหว่าง MONA Bangkok โดยร่วมกับ MONA จากออสเตรเลีย
- โครงการ ‘เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา’ (มูลค่า 2,000 ล้านบาท)
- การขยายความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว
- Moxy Pattaya The Aquatique
วัลลา ย้ำว่า “แนวทางนี้ เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลกและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน”
ศึกษา AWR ตั้งกอง REIT 3 หมื่นล.
วัลลภา กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้ง บริษัท AWR เพื่อพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยแนวทางเบื้องต้น เสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ด้วยขนาดกองทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท รองรับการเสนอขายทั้งต่อผู้ลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพของ AWC ผ่านโครงสร้าง REIT พร้อมสนับสนุนการเติบโตของแพลตฟอร์มในระยะยาว และมีส่วนร่วมในโอกาสการเติบโตในภาคอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวไทย
โดย AWR มุ่งบทบาทการถือครองทรัพย์สินประเภทกรรมสิทธิ์ขาด (Freehold) คุณภาพสูงของ AWC ที่มีผลการดำเนินงานและประวัติการสร้างรายได้ที่ดี ครอบคลุมทั้งทรัพย์สินมิกซ์ยูสในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่อง และรองรับการเติบโตของพอร์ตทรัพย์สินในระยะยาว ส่วน AWC จะมุ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทในการพัฒนาโครงการใหม่และสร้างทรัพย์สินคุณภาพเข้าสู่พอร์ตในอนาคต”
‘รีเทล’จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
วัลลภา กล่าวว่า AWC ยังมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลผ่านกลยุทธ์ ‘AWC’s Lifestyle Destination’ ต่อเนื่อง โดยพัฒนาสินทรัพย์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มระยะเวลาและการใช้จ่ายภายในโครงการ พร้อมสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้เช่าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ขณะที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น จะเป็นแฟลกชิปสำคัญ จากการต่อยอดโครงการผ่าน Jurassic World: The Experience, SkyFlyers: Wings of Garudapterus และการเปิด Better World Better Future ณ Hatch Dome อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการศึกษาผ่านความบันเทิง (Edutainment)
Q2 ธุรกิจคอมเมอร์เชียลแซงโรงแรม
วัลลภา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจในไตรมาส2 ปี 2569 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) จากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก
โดยกลุ่มโรงแรมและการบริการในไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY)โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 3,173 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 3.2% (YoY) ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักซูรี และโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ขณะที่ รายได้จากทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 7.4% (YoY) ส่วน EBITDA ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9%
สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ มี RevPAR เพิ่มขึ้น 7.4% (YoY) และกลับมาเติบโตเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ส่วนพอร์ตโรงแรมในต่างจังหวัดมี RevPAR เพิ่มขึ้น 8.0% (YoY) ดังนี้
- พัทยา RevPAR เพิ่มขึ้น 169% จากการรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่เปิดให้บริการในปี 2568 ประกอบกับอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
- เชียงใหม่ RevPAR เพิ่มขึ้น 31% จากการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
- เกาะสมุยและหัวหิน RevPAR เพิ่มขึ้น 10% และ 3%
ขณะที่ รายได้ของพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 900 ล้านบาท เติบโต 7.3% (YoY) โดย ‘เอ-ญ่า’ รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์” มีรายได้ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านร้านอาหาร
สำหรับกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% (YoY) ส่วนรายได้จากการดำเนินงานซึ่งไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอยู่ที่ 1,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% (YoY) จากการเติบโตของรายได้ค่าเช่า อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยของธุรกิจศูนย์การค้า
ทั้งนี้จากความหลากหลายของกิจกรรม พร้อมสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และเอ็ดดูเทนเมนต์ (Edutainment) ของ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 36% (YoY) พร้อมผลักดันให้รายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6.3% และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 1.8% (YoY) สะท้อนความสามารถของโมเดล Lifestyle Destination ในการเปลี่ยนจำนวนผู้เข้าใช้บริการให้เป็นรายได้และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ ธุรกิจคอมมูนิตี้ชอปปิงมอลล์ มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องจากการปรับตำแหน่งทางการตลาดและพัฒนาส่วนผสมผู้เช่า ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 13.3% (YoY) และรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.4% (YoY)
สำหรับ ธุรกิจอาคารสำนักงานมีรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% (YoY) จากการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก การพัฒนาประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ และการดึงดูดและรักษาฐานผู้เช่าคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ AWC ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value: GAV) อยู่ที่ 224,100 ล้านบาท จากการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการขยายพอร์ตสินทรัพย์คุณภาพตามแผนการลงทุนของบริษัท ขณะที่ IBD/E อยู่ที่ 0.92 เท่า สอดคล้องกับการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย ซึ่งช่วยรักษาศักยภาพในการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายพอร์ตสินทรัพย์ในอนาคต



