Avatar:Fire and Ash กวาด 100 ล้านในไทย! ‘เจมส์ คาเมรอน’ พาทัวร์ด้านมืดแพนดอร่า

หลังการเปิดตัวภาคแรกภาพยนตร์ไซไฟ (Sci Fi)  Avatar (อวาตาร) ในปี 2009 ของผู้กำกับ ‘เจมส์ คาเมรอน’ ที่เข้ามาสร้างประสบการณ์ความตื่นตาและความ ‘ว้าว’ โปรดักชันสมบูรณ์แบบขั้นสุด ให้กับคนดูได้จดจำโลกแพนดอร่า และ ชาวนาวี กับพล็อตที่เปลี่ยนใจให้พระเอก ‘เจค ซัลลี่’ อดีตนาวิกโยธินขาพิการเดินไม่ได้ ตัดสินใจทิ้งโลกสีฟ้า (Planet) จริงของเขา เพื่อไปใช้ชีวิตกับ ‘เนย์ทิรี’ แฟนสาวชาวอวาตารคนสวย

 

ทิ้งช่วงไป 13 ปี  เจมส์ คาเมรอน พา Avatar กลับมาอีกครั้งในภาค2 Avatar: The Way of Water  (อวตาร: วิถีแห่งน้ำ) ขยายสู่เรื่องราวครอบครัวของเจค ซัลลี่ และเนย์ทีรี ที่ต้องเรียนรู้วิถีชีวิตใหม่กลางสายน้ำ โดยอพยพไปอยู่กับเผ่าแห่งท้องทะเล (Metkayina) เพื่อปกป้องครอบครัวจากภัยคุกคามใหม่ ‘การกลับมาของมนุษย์’ ที่ต้องการยึดครองแพนดอร่าอีกครั้ง

 

มาในปี 2025 นี้ ‘คาเมรอน’ พาเข้าสู่ Avatar: Fire and Ash (อวตาร: อัคนีและธุลีดิน) Avatar3 ที่ผู้กำกับ ‘ราชาแห่งโลกภาพยนตร์’ รายนี้ เลือกที่จะเปลี่ยนโทนภาพยนต์ที่มีความสมจริงมากขึ้น สะท้อนผ่านธรรมชาติที่มีทั้งด้านโอบอุ้มและทำลายล้าง รวมไปถึงมุมมอง ‘ฮีโร่ไม่ได้ขาวสะอาดเสมอไป’

 

เรียกได้กว่าเป็นการเปลี่ยนโทนหนังจากแฟนตาซีสายสว่าง มาเป็นแนวดราม่าเข้มข้นที่สมจริงยิ่งขึ้น

 

ความเป็นมนุษย์ในชาวนาวี

 

จากบทสัมภาษณ์ เจมส์ คาเมรอน กล่าวถึงชาวนาวีเผ่าไฟ หรือ Mangkwan ในภาคนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวละครใหม่ แต่ยังเป็นการ ‘ทำลายภาพจำเดิม’ ของผู้ชม อีกด้วย พร้อมสะท้อนความเป็นมนุษย์มากขึ้นจากในสองภาคแรก จากที่เราเห็นชาวนาวีเป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบและอยู่กับธรรมชาติ

 

ด้วยในภาค 3 คาเมรอนต้องการสื่อว่า ‘ทุกเผ่าพันธุ์มีทั้งดีและร้าย’ การนำเสนอชาวนาวีที่มีด้านมืด มีความพยาบาท และใช้ความรุนแรง จะทำให้ดาวแพนดอร่าดู ‘สมจริง’ มากกว่าการเป็นแค่แดนสวรรค์ที่เราเห็นกันในภาคแรก เมื่อ 13 ปีก่อน

 

โดยในภาคนี้ คาเมรอน ยังเลือกหยิบ ‘ไฟ’ เป็นสัญลักษณ์การทำลายล้างและความแค้น ที่อาจหมายถึง ‘กิเลส’ ที่เขาต้องการใช้เผ่านี้เป็นกระจกสะท้อนให้ครอบครัว ‘เจค’ และ เนย์ทีรี เห็นว่า หากพวกเขาปล่อยให้ความแค้นครอบงำ พวกเขาก็อาจไม่ต่างจากมนุษย์ที่พวกเขาเกลียดชัง

 

 

จุดบีบคั้นคนดู

 

ในภาคนี้ Avatar:Fire and Ash มีหลายจุดที่อาจทำให้คนดูมีความรู้สึกร่วมในสงครามทางอารมณ์และอุดมการณ์  ที่ไม่ใช่แค่การสู้รบด้วยอาวุธ แต่เป็นการการปะทะกันของอุดมการณ์ ที่สร้างความบีบคั้นมากการสู้กับหุ่นยนต์มนุษย์

 

โดยเฉพาะจุดเปลี่ยนของ ‘เนย์ทีรี’ ที่เกิดขึ้นในภาคนี้ รวมไปถึงพลังของคนรุ่นใหม่ในโลกแพนโดร่าอย่าง โลอัค (Lo’ak) และ คิรี (Kiri) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงความขัดแย้ง เพื่อพิสูจน์ว่า ‘พวกเขา’ สามารถสร้างวิถีทางใหม่ที่ต่างจากพ่อแม่ได้หรือไม่

 

 

‘แพนดอร่า’ กระจกเงาโลกสีฟ้า

 

จากเส้นเรื่อง อวาตาร ทั้ง 3 ภาค ในสายตา ‘คาเมรอน’ อาจสะท้อนว่าแพนโดร่าไม่ใช่แค่ดาวอีกดวง แต่คือ ‘โลกในอุดมคติที่กำลังถูกความจริงเข้ามาทดสอบ’ จากภาคแรกสอนให้เรารักธรรมชาติ สะท้อนความสวยงามที่มีราคา มาในภาคสองสอน ความรักครอบครัว และในภาคสามนี้ เป็นการบอกถึงการ ‘ยอมรับความจริง’ แม้แต่ที่ที่สวยงามที่สุด ยังมีด้านโหดร้ายซุกซ่อนซ่อนอยู่

 

ความเคลื่อนไหวในไทย

 

สำหรับในไทย หลัง ‘Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน’ กับความยาวกว่า 3 ชั่วโมงเข้าฉายไปเมื่อ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยบริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) ผู้รับสิทธิ์ทำตลาดภาพยนตร์อวตาร์ ในไทย เผยรายได้จากการจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าและการเข้าฉาย 2 วันแรกสู่ 100 ล้านบาทไปแล้ว

 

ขณะที่ความสมจริงในภาคนี้ ยังเป็นภาพยนตร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจอใหญ่โดยเฉพาะการดูในระบบ IMAX, Dolby Vision + Atmos และระบบพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การดูภาพยนตร์ที่แตกต่างและประทับใจยิ่งกว่า

 

 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีบัตรชมภาพยนตร์ ‘Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน’ ยังร่วมประสบการณ์พิเศษใน Avatar: Fire and Ash Immersive Experience นิทรรศการที่จะพาทุกคนท่องไปในดินแดนอันแตกต่างสุดขั้วของแพนดอร่า ซึ่งเปิดให้ผู้ที่มีบัตรชมภาพยนตร์ทั้งในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และเอส เอฟ ซีเนม่า ทุกสาขาทั่วประเทศ นําบัตรชมภาพยนตร์มาแลกรับสิทธิ์เข้าชมฟรี! (บัตรชมภาพยนตร์ 1 ใบสามารถแลกรับสิทธิ์เข้าชมได้ 1 ครั้ง) ตั้งแต่วันนี้ – 21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00-22.00 น. ณ Infinite City Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

 

Avatar: Fire and Ash ทำรายได้ในไทยทะลุ 100 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว หลังเข้าฉายเพียงไม่กี่วัน ด้วยฝีมือราชาแห่งโลกภาพยนตร์ ‘เจมส์ คาเมรอน’ พลิกโฉมโลกแพนดอร่าจากแฟนตาซีสายสว่าง สู่แนวดราม่าที่มืดหม่นและสมจริงยิ่งกว่าเดิม มาพร้อมการเปิดตัว ‘ชาวเถ้าถ่าน’ (Ash People) เพื่อสะท้อนด้านมืดและกิเลสของชาวนาวีที่ไม่ได้มีแค่ความรักสงบ ด้วยเนื้อหาเน้นการปะทะทางอุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่อย่าง โลอัค และ คิรี ท่ามกลางไฟแห่งความแค้นของเนย์ทีรี ทำให้ แพนดอร่าในภาคนี้ เสมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนโลกความจริง ที่ความสวยงามมักมาพร้อมบททดสอบที่โหดร้าย

 

STORYTELLER BY LilGray 

I create stories that make the world feel closer — and a little happier.

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.