โรบินสันฯ สุวรรณภูมิ ดึงโมเดลใหม่ร้าน ‘พิซซ่า คอมปะนี’ ใช้คอนเซ็ปต์ ‘Chicken Tendies’ ขายทั้งไก่ ทั้งพิซซ่าไซส์ ‘ยาว’ ทุกเมนู เข้าถึงเจนฯใหม่-ต่างชาติ
-
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ ใช้กลยุทธ์โค-ครีเอชั่น ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจร้านค้า ขยายการเติบโตในทำเลร่วมกัน
-
เดอะ พิซซ่า คอมปะนี คอลแลบเปิดร้านโมเดลใหม่คอนเซ็ปต์ ‘Chicken Tendies’ ที่แรกในไทย ชูจุดเด่นเมนูไซส์ “ยาว” ทุกเมนู
-
กลยุทธ์สร้างความต่าง มุ่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปยังคนรุ่นใหม่ (Gen Z & Millennials) และนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านศักยภาพ
นุจรีย์ มารัตนะฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาดศูนย์การค้า โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ เปิดให้บริการในปี 2565 บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 50,000 ตร.ม. วางกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน
ล่าสุดโรบินสันฯ สุวรรณภูมิ ใช้กลยุทธ์โค-ครีเอชั่น (Co-Creation) มุ่งสนับสนุนความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ (Strategic Partner) เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันกับร้านอาหาร ‘เดอะ พิซซ่า คอมปะนี’ (The Pizza Company) โดยเปิดตัวร้านโมเดลใหม่ล่าสุด ในคอนเซ็ปต์ ‘Chicken Tendies’ เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบความแปลกใหม่ รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย
“แนวคิดนี้ความร่วมมือนี้ เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจและสร้างประสบการณ์การกินรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนร่วมกัน”

ด้าน กิตติชาญ คงแป้น ผู้ช่วยรองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างเดอะพิซซ่า คอมปะนี และ โรบินสันฯ ในครั้งนี้ถือเป็น สตราติจิก มูฟ สำคัญ จากการการเปิดตัว ‘The Pizza Company Chicken Tendies’ ครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ
โดยร้านสาขาเดอะพิซซ่า คอมปะนี ดังกล่าวจะยังเป็นโมเดลเข้าสู่การชิงส่วนแบ่งในตลาดไก่ทอดมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทอย่างเต็มตัว ด้วยการปรับมิติจากร้านพิซซ่าแบบนั่งรับประทาน (Dine-in) สู่การเป็น ‘Lifestyle Quick Service Restaurant’ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มครอบครัวที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก (Core Customer) หลักขยายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่เจนเนอเรชัน ซี (Gen Z) วัยรุ่น นักศึกษา และวัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) พร้อมดึงดูดด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สดใหม่ เข้าถึงง่าย
นอกจากนี้ ร้านสาขาโมเดลใหม่ดังกล่าว ยังตอบโจทย์ในทุกมื้อด่วนและการสังสรรค์ พร้อมสร้างปริมาณลูกค้าหมุนเวียน (ทราฟฟิก) ให้สามารถมาทานได้บ่อยขึ้นในทุกวัน โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ด้วยไลน์เมนูใหม่ ที่มีความยาวเป็นเอกลักษณ์
อาทิ
- ไก่ทอด Longzilla
- พิซซ่ายาว
- ทาร์ตไข่ยาว
“เรามั่นใจว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างปรากฏการณ์ความแปลกใหม่และเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจของคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน”
ปัจจุบันตลาด QSR หรืออาหารบริการด่วนในไทยปีนี้มีมูลค่ารวมกว่า 45,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เซกเมนต์ไก่ทอดคือ ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 27,600 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 8-10% ส่วนตลาดพิซซ่า อยู่ที่ประมาณ 11,000-12,000 ล้านบาท




