‘เมิร์ซ เอสเธติกส์ฯ เปิดเทรนด์ความงามเปลี่ยน ‘คนไทย’ ขอผิวดีระยะยาวหันทำ แรงซื้อเจนฯZ-ผู้ชาย-LGBTQIA+ หนุนหัตถการใบหน้าแทนศัลยกรรมไม่ผ่าตัด โต26%
- ตลาดความงามไทยแตะ 7.5 หมื่นล้านบาท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามปี 2568 มูลค่า 75,200 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากความต้องการดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพผิว
- หัตถการไม่ผ่าตัดโตแรง บริการความงามแบบไม่ผ่าตัดมีสัดส่วน 26% ของตลาด โดยนิยมทำบริเวณใบหน้ามากที่สุด คิดเป็นกว่า 46% ของบริการทั้งหมด
- กลุ่มลูกค้าใหม่ดันตลาดโต แรงซื้อหลักมาจาก Gen Z ผู้ชาย และ LGBTQIA+ รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเติบโตของ Medical Tourism
‘กฤษดา มงคลธารณ์’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า, ผลิตภัณฑ์ฉีดสำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม ระดับโลก เปิดเผยว่าเทรนด์ความงามยุคใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อคุณภาพผิวในระยะยาว 5–10 ปีข้างหน้า
“แนวคิดดังนี้ ยังสอดคล้องกับเทรนด์ความงามยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากความสวยตามเทรนด์” สู่ความสวยที่มีความหมาย”

โดยข้อมูลจาก Wisesight Research สะท้อนให้เห็น 1 ใน พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีแนวคิดการดูแลตัวเองแบบ Longevity โดยเน้นการ ‘อยู่ดีอย่างยั่งยืน’ มากกว่าแค่ ‘อายุยืน’ ทำให้ผู้คนหันมาดูแลทั้งกายและใจตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยีช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสานพลังวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ เพื่อให้สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริงสะท้อนความงามยุคใหม่เป็นทั้งภาพลักษณ์และเสริมความมั่นใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ที่เรียกว่า ‘Beauty Longevity’”
จากแนวโน้มดังกล่าว เมิร์ซ เอสเธติกส์ วางแผนธุรกิจภายใน 1-3 ปีข้างหน้า ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่
- สร้างแบรนด์บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือและมาตรฐานสากล สื่อสารจุดยืนของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้าน ‘Medical Aesthetics’ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่มีงานวิจัยรองรับ ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
- ทำงานเชิงลึกกับแพทย์และคลินิกพันธมิตร วางแผนลงทุนด้าน ‘Medical Education’ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรม เวิร์กช็อป และ อัปเดตองค์ความรู้ สนับสนุนให้แพทย์นำเสนอการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย
- สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา สร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผลิตภัณฑ์ กลไกการทำงาน และเลือกบริการ
พร้อมกันนี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ฯ ยังให้บริการมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืน ‘Live A Better Look’ ความดูดีที่มาพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมตอกย้ำแนวคิดผ่านจัดงาน ‘UNLOCK BEAUTY SAFE ZONE’ ผ่านแคมเปญ ‘Skin, by your design’ ของผลิตภัณฑ์ฉีดระดับโลกทั้ง 3 แบรนด์ ภายใต้แนวคิดการสร้างสรรค์ ‘Safe Zone’ หรือพื้นที่แห่งความรู้พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์ และตัดสินใจบนพื้นฐานของมาตรฐานที่เชื่อถือได้
นอกจากนี้ยังร่วมกับ ‘Grab Ads’ แพลตฟอร์มโฆษณาและการเดินทาง ทำแคมเปญส่งเสริมการตลาดพร้อมโปรโมชัน ‘MERZSAVE’ ให้ส่วนลดในการเดินทางไปคลินิกพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 27 สิงหาคม 2569 และส่วนลดค่าบริการแบบ Half-Price (ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2569) สำหรับ 3 โปรแกรมยอดนิยม ได้แก่
- โปรแกรมโบทูลินั่ม ท็อกซิน
- โปรแกรม Belotero Revive
- โปรแกรม RADIESSE (
โดยแคมเปญดังกล่าวจะสื่อสารผ่านการ Wrap รถด้วยภาพ ‘ตู้เซฟ’ เพื่อสื่อถึงความสวยและความปลอดภัย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
ขณะที่รายงานจาก SCBEIC ระบุธุรกิจธุรกิจบริการเวชศาสตร์ในไทย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จากจำนวนผู้ใช้บริการหัตถการและศัลยกรรมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราการเติบโตในประเทศไทย ผลักดันสู่การเป็น 1 ใน 4 ศูนย์กลาง(ฮับ)เวชศาสตร์ความงามที่สำคัญของเอเชียแปซิฟิก โดยอีก 3 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน
สอดคล้องกับข้อมูลจาก ‘ศูนย์วิจัยกสิกรไทย’ ระบุตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยในปี 2568 คาดอยู่ที่ 75,200 ล้านบาท โต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัย
- การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
- การขยายตัวเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้รับบริการแพทย์เชิงท่องเที่ยว (Medical Tourism )ในไทย
- กลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ อาทิ กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQIA+) กลุ่ม GenZ และผู้ชาย
โดยกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ยังเป็นฐานผู้ใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลักดันให้หัตถการความงามประเภทไม่ผ่าตัดได้รับความนิยม และมีสัดส่วนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 26% โดยเทรนด์ศัลยกรรมและเสริมความงามที่ลูกค้าสนใจทำมากที่สุดจะอยู่ที่บริเวณช่วงใบหน้า คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 46% ของจำนวนการใช้บริการทั้งหมด
สำหรับการเสริมความงามแบบไม่ผ่าตัดในไทย 3 อันดับแรก คือ
- ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
- ไฮยาลูรอน
- ยกกระชับใบหน้าและลำคอ
Alternate-X สรุปให้
ตลาดความงามไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ความสวยตามเทรนด์” สู่แนวคิด Beauty Longevity ที่เน้นผิวดีระยะยาว ผู้บริโภคหันมาลงทุนกับหัตถการใบหน้าแบบไม่ผ่าตัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ผู้ชาย และ LGBTQIA+ ขณะที่สังคมสูงวัยยิ่งหนุนความต้องการดูแลผิวเชิงป้องกัน ทำให้ตลาดศัลยกรรมและเสริมความงามไทยมีมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท และหัตถการไม่ผ่าตัดมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 26% ส่งผลให้ไทยก้าวสู่หนึ่งในฮับเวชศาสตร์ความงามสำคัญของเอเชียแปซิฟิก




