ร้าน WashXpress เปิด 644 สาขาในครึ่งแรกปี 2569 แก้เพนพอยต์คนไทยขี้ร้อน ติดแอร์เพิ่มพารายได้สาขาเดิมโต 11% รับสภาพอากาศแดดออกแรง-เศรษฐกิจชะงักคนซักผ้าที่ร้าน ปรับแผนบริการซัก-อบ-พับ เดลิเวอรีส่งถึงบ้าน
- WashXpress มี 644 สาขา ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ครอบคลุม 22 จังหวัด พร้อมเปิดสาขาใหม่ 53 แห่งในช่วง 6 เดือนแรก
- รายได้ครึ่งปีแรกแตะ 524.57 ล้านบาท เติบโต 10.64% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 269.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.16% จากปีก่อน
- ติดแอร์แล้ว 87 สาขา เตรียมเพิ่มอีก 30 แห่งให้ครบ 100 สาขา พร้อมขยายบริการซัก-อบ-พับ รีดผ้า และเดลิเวอรีรับส่งถึงบ้าน
ชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ผู้ให้บริการร้านสะดวกซัก ภายใต้แบรนด์ ‘WashXpress’ เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) WASH มีรายได้รวม 524.57 ล้านบาท เติบโต 10.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 262.47 ล้านบาท เติบโต 3.72% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
โดยผลประกอบการในไตรมาสนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ Company-Own & Operate ที่บริษัทฯ ยึดถือมาโดยตลอด โดยรายได้จากการให้บริการซึ่งเป็นรายได้หลักเติบโต 9.11% ในงวด 6 เดือน และเติบโต 3% ในไตรมาสนี้ ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่แท้จริง ยังคงเติบโต 5.16% ในงวด 6 เดือน แตะระดับ 269.10 ล้านบาท
“ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่งและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงเร่งลงทุนขยายสาขาและยกระดับสาขาเดิม”
ชิษณุพันธ์ กล่าวว่า ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้ คือ ผลตอบรับเชิงบวกจากการลงทุนติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (A/C Store) ซึ่งบริษัทฯ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2569 โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วรวม 87 สาขา จากฐาน 17 สาขาเมื่อสิ้นปี 2568 และมีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 30 สาขาให้ครบตามเป้าหมาย 100 สาขาภายในไตรมาส 3 ปี 2569
ทั้งนี้ จากการติดตามผลอย่างใกล้ชิด บริษัทฯ พบว่ากลุ่มสาขาที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแล้วมีอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของบริษัทฯ ที่สูงสุดถึง 15 Percentage Point ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสร้างการเติบโตของยอดขายต่อสาขาได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตรายได้จากสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 3.6% ส่วนไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลง 8.8% เป็นผลหลักจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส2 ของปี 2568 มีปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ ทำให้การตัดสินใจเข้าใช้บริการเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ
อ่านเนื้อหา ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ในปี 2569 สภาพอากาศร้อนและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการในลักษณะดังกล่าวลดลงตามไปด้วย ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ปรับลดลงตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฐานลูกค้าประจำของบริษัทฯ ยังคงเหนียวแน่นและกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำจุดแข็งของธุรกิจร้านสะดวกซักในฐานะบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (Essential Service)
สำหรับสถานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,825.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% จากสิ้นปี 2568 ตามการลงทุนขยายสาขาและยกระดับสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนในระดับที่เหมาะสม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งนี้ กำไรสุทธิงวด 6 เดือนอยู่ที่ 32.32 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 13.15 ล้านบาท ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากสัดส่วนต้นทุนคงที่ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สิทธิการใช้และอาคารอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาใหม่ที่เปิดเพิ่มในอัตราที่สูงกว่าปีก่อน
ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปิดปรับปรุงสาขาเพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดเพื่อสร้าง Brand Awareness และขยายฐานลูกค้าใหม่ตามแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่าเป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป

ชิษณุพันธ์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังมุ่งแผนขยายบริการมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด ‘Convenient Lifestyle’ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริการซัก-อบ-พับ (Wash-Dry-Fold) เปิดให้บริการแล้วกว่า 274 สาขา โดยบริการรีดผ้าเปิดให้บริการแล้ว 9 สาขา และบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) รับ-ส่งผ้าถึงบ้านเปิดให้บริการครอบคลุมแล้ว 162 สาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งล้วนเป็นบริการที่ช่วยสร้าง Recurring Income ที่มั่นคงในระยะยาว
ขณะที่ใน 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่รวม 53 สาขา สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เปิดได้ 34 สาขา ในจำนวนนี้เป็นการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มอีก 28 สาขา สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เปิดเพียง 15 สาขา หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 WashXpress มีสาขารวมทั้งสิ้น 644 สาขา
โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทฯ บริหารเอง 565 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 79 สาขา ครอบคลุม 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 21 จังหวัดในไตรมาสก่อน สะท้อนความต่อเนื่องของแผนขยายธุรกิจ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นคุณภาพของการขยายสาขาควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการให้บริการ บริษัทฯ ได้ปรับเป้าหมายจำนวนสาขาใหม่ในปี 2569 จาก 100 สาขา เป็น 80 สาขา ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและทำเลที่มีศักยภาพในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จากผลประกอบการของ WASH สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตของรายได้ การขยายสาขาที่เดินหน้าได้เร็วกว่าปีก่อน และผลตอบรับที่ดีเกินคาดจากการลงทุนยกระดับสาขาด้วยเครื่องปรับอากาศ ซึ่งพิสูจน์ถึงกลยุทธ์บริษัทฯ วางไว้เดินมาถูกทาง
“บริษัท ยังเดินหน้าติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ครบ 100 สาขาภายในไตรมาส 3 นี้ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค และเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ ทำให้ WashXpress ให้บริการแบบครบวงจรเป็นรายแรกของไทย เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”



