Sansiri ทบทวนแผนธุรกิจ-ล็อกต้นทุนผ่าน 2 แนวทาง เปิด XT 10 เอกมัย ราคาเริ่ม 3.9 ล.บาท เจาะดีมานด์ต่างชาติ ยีลด์เช่า 8% ฝ่าเศรษฐกิจโลกผันผวนกระทบไทย ปี2569
- แสนสิริใช้ 2 กลยุทธ์ ‘Advance Payment’ และ ‘Material Onsite’ ล็อกต้นทุนก่อสร้างท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจ
- เปิดตัว ‘XT 10 Ekkamai’ มูลค่า 7,000 ล้าน ราคาเริ่ม 3.9 ล้านบาท เจาะตลาดคอนโดระดับกลาง
- เอกมัยเป็นโซนต่างชาติสูง สัดส่วน ผู้เช่ามากกว่า 70% และให้อัตราตอบแทนลงทุน (Rental Yield) เฉลี่ย 8% ต่อปี
วิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ‘SANSIRI’ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือความผันผวนเศรษฐกิจในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเปิดขายอีก 12 โครงการใหม่ที่เหลือตามแผนปี 2569 นี้ที่วางไว้ จากทั้งปี 16 โครงการ
โดยในทุกโครงการใหม่ที่รอเปิดขายในปีนี้ สามารถก่อสร้างได้ตามแผนงานที่วางไว้ และยังรับประกันความปลอดภัย (Secure) ต้นทุนเดิมของสินค้าระหว่างพันธมิตรผู้รับเหมาก่อสร้างพัฒนาโครงการฯต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ขอนแก่น ประจวบคิรีขันธ์) ที่ร่วมงานกับแสนสิริอมาย่างต่อเนื่องราว 10-12 ราย ในปัจจุบัน
โดยแสนสิริ ใช้กลยุทธ์หลัก 2 ด้าน ประกอบด้วย 1.เงินทดรองจ่าย (Advance Payment) และ 2. การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างโครงการ (Material Onsite) ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดให้มีการประมูลราคา (Bidding) ล่วงหน้าทำให้ได้ยังคงได้ต้นทุนราคาวัสดุสินค้าคงเดิมไว้ได้
“เป็นควิกวินร่วมกันทั้งของแสนสิริและพันธมิตรผู้รับเหมาฯ ให้สามารถพัฒนาในทุกโครงการฯ ที่เหลือได้ตามแผนปีนี้ในคอนโดกลุ่มaffordable และทั่วไป แต่ไม่มีกลุ่มลักซูรี่ โดยทั้งหมดจะยังคงเป็นราคาต้นทุนเดิมในปีนี้”
XT 10 Ekkamai เริ่ม 3.9 ล.
วิสุทธิ์ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทฯ เปิดตัวคอนโดพอร์ตแบรนด์ XT แสนสิริ โครงการ ‘XT 10 Ekkamai’ (เอ็กซ์ที เทน เอกมัย) มูลค่า 7,000 ล้านบาท เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัทฯ และพันธมิตรบริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด
สำหรับโครงการฯ วางตำแหน่งเป็นไลฟ์สไตล์คอนโด ตั้งบนทำเลใจกลางเอกมัย ระหว่างซอยเอกมัย 10 และ 12 บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ ประกอบด้วย 2 อาคารพักอาศัย อาคาร A สูง 28 ชั้น และอาคาร B สูง 29 ชั้น (รองรับการเลี้ยงสัตว์) และอาคารจอดรถ 8 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน มีพื้นที่จอดรถรองรับ 466 คัน หรือคิดเป็น 50% พร้อมพื้นที่ส่วนกลางใช้ฟาซิลิตี้ (Co-sharing Facilities และส่วนกลาง 24 ชม.โดยห้องขนาด 30 รวมจำนวนห้องพัก 933 ยูนิต โดยแบ่งประเภทห้อง เป็น
- 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตารางเมตร
- 3 ห้องนอน ขนาด 107 ตารางเมตร
- ห้องชุดรูปแบบ Loft เพดานสูง
“โครงการฯ วางราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่ราว 40-50 ยูนิต และราคาสูงสุดราว 19 ล้านบาทสำหรับห้องลอฟต์ ซึ่งจะเปิดเปิดพรีเซล 16-17 พ.ค. นี้ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมอยู่ในปลายปี 2571”
โดยก่อนหน้านี้ แสนสิริ เปิดตัวแบรนด์ XT 3 โครงการมูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
- XT Ekkamai (เอ็กซ์ที เอกมัย)
- XT Huaikhwang (เอ็กซ์ที ห้วยขวาง)
- XT Phayathai (เอ็กซ์ที พญาไท)

‘เอกมัย’ ต่างชาติครองตลาดเช่า
วิสุทธิ์ เสริมว่าโครงการ ‘XT 10 Ekkamai’ ดังกล่าว บริษัทฯมองเห็นศักยภาพความต้องการตลาดในย่านนี้ทั้งในกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริง (Real Demand) และ กลุ่มลงทุนซื้อให้เช่า (Investor) ให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและพำนักอาศัยระยะยาวในไทยในย่านเอกมัย อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และ ยุโรป ฯลฯ โดยคอนโดฯย่านนี้มีสัดส่วนผู้เช่าไม่ต่ำกว่า 70%
“ปัจจุบันมีซัพพลายโครงการคอนโดในย่านนี้ คิดเป็นสัดส่วนยอดขายไม่ต่ำกว่า 80-90% แล้ว โดยที่ดินทำเลเอกมัยราคาตลาดอยู่ที่ราว 1.6 แสนบาทต่อตารางเมตร และมีการเติบโตของราคาประเมินเฉลี่ยถึง 34% ต่อรอบปี”
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องปัจจุบันทำเลนี้มีที่ดินเหลือให้พัฒนาน้อยลง ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาประเมินที่ดินรอบปีปัจจุบันปี 2566-2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 350,000 บาทต่อตารางวา ส่วนราคาซื้อขายที่ดินจริงตามการประกาศขายที่ดินบนออนไลน์ เฉลี่ยอยู่ที่ 950,000 บาทต่อตารางวาสูงกว่าราคาประเมินถึง 171%
จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้แสนสิริ มองเห็นโอกาสการทำตลาดคอนโดฯ เพื่อรองรับความต้องการในอีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยการนำสินค้าในราคาต้นทุนเดิมเข้าไปเติมตลาดดังกล่าว จากการเข้าซื้อที่ดินผืนดังกล่าวไปในปี 2568 ที่ผ่านมา
พร้อมเสริมว่า จากการเปิดตัวแบรนด์ XT 3 โครงการก่อนหน้า ยังพบสัดส่วนโควตาการอยู่อาศัยของต่างชาติสูงถึง 47% และให้ผลตอบแทนการลงทุนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) สูง 8% ต่อปี
ทั้งนี้ จากการปรับแนวทางธุรกิจพร้อมการเปิดตัวโครงการได้ตามแผนเดิมที่วางไว้ บริษัทฯ วางยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 17,500 ล้านบาทในปีนี้
Key Takeaways
- ธุรกิจอสังหาฯ นอกจากขาย ‘ทำเล’ แล้วยังต้องบริหาร ‘ต้นทุนล่วงหน้า’ เพื่อคุมความเสี่ยงทั้งระบบ
- ดีมานด์ต่างชาติยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดคอนโดเมือง โดยเฉพาะทำเลหลัก (Prime Location) อย่างเอกมัย
- สูตรการเข้าซื้อที่ดินก่อน บวกกับ ต้นทุนเดิม เป็นแต้มต่อสำคัญในตลาดที่ราคาที่ดินพุ่งเร็วกว่ารายได้ผู้ซื้อ



