10 สิ่งใหม่’แสนสิริ’ ดึง ‘ณภัทร ทวีสิน’คุมกองทุนพันล.โยงระบบนิเวศอสังหาฯ

‘แสนสิริ’ (SIRI) ดึง ‘น้อบ’ ณภัทร ทวีสิน ทายาทเศรษฐา ทวีสิน ผู้บริหารเจนฯใหม่ดีกรีอ๊อกฟอร์ด-ฮาวาร์ด คุมบียู Sansiri Growth Incubator กองทุนพันล. ขยายระบบนิเวศ (Ecosystem) พอร์ตอสังหาฯ 500 โครงการ ฐานลูกบ้านกว่า 200,000 คน

 

บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) จำกัด หรือ SIRI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ประกาศเกมเปลี่ยนครั้งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 25 ก.พ. หลังได้ ‘น้อบ-ณภัทร ทวีสิน’ เข้ามาร่วมขยายการเติบโตเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยงานธุรกิจใหม่กองทุน Sansiri Growth Incubator มูลค่าพันล้านบาท

 

จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว น่าจับตาว่า ‘แสนสิริ’ กำลังรีโพสิชันตัวเองจากผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เติมเต็มด้วยแพลตฟอร์มระบบนิเวศ (ecosystem) ครบวงจร ของแสนสิริ หลังการเข้ามาของ ‘น้อบ’ ณภัทร ทวีสิน และนี่คือ 10 สิ่งใหม่!! ที่กำลังเกิดขึ้นนับจากนี้

 

1.ตั้งหน่วยธุรกิจ(BU)ใหม่ ‘Sansiri Growth Incubator’  ภายใต้แสนสิริ พร้อมเดินเกมรุกด้วยกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ลงทุน 3 ปี (2569–2571) ด้วยยุทธศาสตร์การเติบโตเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ (New S-Curve) นอกธุรกิจอสังหาฯ

 

2.ทายาทรุ่นสองขึ้นคุมเกมลงทุนเต็มตัว ‘ณภัทร ทวีสิน’ ทายาท ‘เศรษฐา ทวีสิน’ (อดีตผู้บริหารแสนสิริ และ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 30) ขึ้นเป็นผู้นำหน่วยธุรกิจ(BU)ใหม่ สะท้อนการส่งไม้ต่อเชิงกลยุทธ์

 

3.โปรไฟล์ระดับโลก เสริมภาพลักษณ์องค์กร ด้วยพื้นหลัง ‘ณภัทร ทวีสิน’ สำเร็จการศึกษาหลักสูตร PPE  (Bachelor Program in Philosophy Politics and Economics)จากมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด (University of Oxford) สหราชอาณาจักร และ MBA จาก ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สกูล (Harvard Business School- HBS) บวกกับประสบการณ์จาก Boston Consulting Group และ Bain & Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการชั้นนำของโลก

 

4.เปลี่ยนมุมลงทุนจากเก็งกำไร สู่การผสานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Synergy) โดยแสนสิริ โฟกัสถือหุ้น (minority) สัดส่วน 10–50% ในธุรกิจที่มีกระบวนการพิสูจน์เป็นไปได้จริง (proof of concept) ชัด เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตเชิงระบบไม่ใช่แค่ อัตราผลตอบแทนภายในจากการลงทุน (IRR) ระยะสั้น

 

5.ล็อกธุรกิจเชื่อมระบบนิเวศ (Ecosystem) อสังหาฯ โดยโจทย์สำคัญทุกกลุ่มธุรกิจต้อง ‘ต่อยอดชีวิตลูกบ้าน’ ได้จริง 5 ด้าน 

  • อาหารและเครื่องดื่ม (F&B)
  • ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)
  • โรงแรม (Hotels)
  • ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ (Consumer Products)
  • การศึกษา (Education)

 

6.ใช้จุดแข็ง 500 โครงการ – ลูกบ้านกว่า 200,000 คน เป็นแต้มต่อ จากการเข้าลงทุนสตาร์ตอัป ที่จะได้ตลาดรองรับทันที ผ่านช่องทางในโครงการทั่วประเทศ

 

7.วางเป้าหมายปิดดีลอย่างน้อย 5 บริษัทในปีแรก คาดเห็นดีลแรกภายในครึ่งปีแรก 2569 เพื่อสร้างโมเมนตัมและความเชื่อมั่นตลาด

 

8.ปั้นรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่อสังหาฯ (Non-Property) เพิ่มเป็น 25% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันราว 10–15% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Developer สู่ ‘Enabler’

 

9.ใช้ภาคเรียล เซ็กเตอร์ (Real Sector) สู้เศรษฐกิจโตต่ำ ท่ามกลาง GDP ไทยราว 2% และอสังหาฯ ชะลอตัว การขยายธุรกิจ (diversify) ผ่านกลุ่มธุรกิจด้านคุณภาพชีวิต จะเป็นยุทธศาสตร์ทางรอดระยะยาว

 

10.นิยามใหม่ของการส่งไม้ต่อบริหารองค์กร จาก ‘สร้างบ้าน’ สู่ ‘สร้างระบบนิเวศชีวิต’ เป็นการวางรากฐานองค์กรยุคถัดไป มากกว่าแค่เปลี่ยนผู้บริหาร

 

ณภัทร ย้ำว่า “แสนสิริ ไม่ได้ต้องการเพียงผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ต้องการสร้างโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการที่มี DNA สอดคล้องกับเรา พร้อมใช้อีโคซิสเต็มของแสนสิริผลักดันให้ธุรกิจเติบโตจริง”

 

รู้จัก ‘น้อบ-ณภัทร ทวีสิน’

 

  • ลูกชายคนโตของ เศรษฐา ทวีสิน ผู้ก่อตั้งแสนสิริและอดีตนายกรัฐมนตรี
  • อายุ 29 ปี (เกิด พ.ย. 2539)
  • การศึกษา: PPE มหาวิทยาลัย Oxford และ MBA Harvard Business Schoo
  • ประสบการณ์ ทำงาน Boston Consulting Group (BCG) และ Bain & Company กว่า 10 ปี ก่อนกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว
  • ตำแหน่งปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • ผลงานเด่นก่อนหน้า ดูแล The Standard Hotels และขายกิจการโรงแรมให้ Hyatt มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

 

อ่านบทความอื่น ที่เกี่ยวข้อง 

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

Sansiri (SIRI) ตั้งบียูใหม่ ‘Sansiri Growth Incubator’ กองทุน 1,000 ล้านบาท เดินเกม New S-Curve นอกธุรกิจอสังหาฯ ใน 3 ปี (2569–2571) ดึง ‘ณภัทร ทวีสิน’ ทายาท ‘เศรษฐา ทวีสิน’ (อดีตผู้บริหารแสนสิริและนายกรัฐมนตรีของไทย) ขึ้นคุมพอร์ตลงทุน ชูแนวคิด Strategic Synergy ไม่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น พร้อมโฟกัสลงทุนถือหุ้น 10–50% ใน 5 กลุ่มหลัก F&B, Lifestyle, Hotels, Consumer Products และ Education ที่ต่อยอดระบบนิเวศอสังหาฯ ใช้จุดแข็ง 500 โครงการ และฐานลูกบ้านกว่า 200,000 คน เป็นแพลตฟอร์มขยายธุรกิจพาร์ทเนอร์ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ไม่ใช่อสังหา (Non-Property) เป็น 25% ภายในปี 2573 ปลดล็อคข้อจำกัดผู้พัฒนาอสังหาฯ ขยายระบบนิเวศชีวิตครบวงจร

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.