แสนสิริ เพิ่มถี่มอนิเตอร์ยอดขายรักษาตลาดคอนโด ย้ำแบรนด์แกร่งจะกำหนดราคาระดับพรีเมียมได้

แสนสิริ ปรับเกมคอนโดฯ ชะลอตัว เพิ่มความถี่ติดตามยอดขายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มอง 3 ทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ดีมานด์จริงและนักลงทุน มุ่งสร้างแบรนด์แข็งแรงสามารถกำหนดราคาพรีเมียมได้เมื่อลูกค้าเชื่อมั่น-มองหาความคุ้มค่า

 

  • แสนสิริเพิ่มความถี่ติดตามยอดขายคอนโดฯ จากรายเดือนเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับตลาดชะลอตัวและเร่งปรับกลยุทธ์ให้ทันดีมานด์
  • มอง 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ พื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยและสนามบิน, CBD-สุขุมวิทตอนใน และบางนา ที่ยังมีดีมานด์จากผู้ใช้งานและนักลงทุน
  • ครึ่งหลังปี 2569 เตรียมเปิด 9 คอนโดฯ มูลค่า 11,700 ล้านบาท ขณะที่ 7 เดือนแรกทำยอดขาย 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้าหมาย

 

 

องอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาโครงการแนวสูง บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) SANSIRI ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นรายใหญ่ เปิดเผยว่าแสนสิริ วางแนวทางการทำตลาดเชิงรุก เพื่อทำความเข้าใจความต้องการ (Demand) ที่แท้จริงของกำลังซื้อ ในตลาดคอนโดมิเนียมในขณะนี้มีความท้าทายมากขึ้น เพื่อเร่งปรับกลยุทธ์ทันทีเมื่อผลลัพธ์ต่ำกว่าเป้าหมายภายในที่กำหนด

“ในตอนนี้แสนสิริ ไม่สามารถรอผลยอดขายรายเดือนแล้วจึงค่อยดำเนินการได้ ทำให้บริษัทต้องติดตามทั้งยอดขาย จำนวนผู้เข้าชมโครงการ (Walk-in) และผลการดำเนินงานของแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้ แสนสิริ ได้เพิ่มความถี่ในการติดตามยอดขายเป็นสองครั้งต่อสัปดาห์ จากเดิมรายเดือน เพื่อสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับการวางแผนจัดหาสินค้า (Supply) ใหม่ให้สอดคล้องกับปริมาณดีมานด์ที่ตลาดแต่ละพื้นที่สามารถรองรับได้

“ล่าสุด ยอดขายในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าต่ำกว่าเป้าหมายภายในที่ตั้งไว้ราว 20 ล้านบาท ส่งผลให้ฝ่ายบริหารต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขโดยเร็ว แทนที่จะปล่อยให้การชะลอตัวนี้ดำเนินต่อไป”

 

ขณะเดียวกัน แสนสิริ ยังวางแผนรักษาสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายของโครงการ รวมถึงบริหารโครงการที่อยู่ในหลากหลายช่วงของการพัฒนา ตั้งแต่โครงการที่อยู่ระหว่างรอใบอนุญาต โครงการที่กำลังก่อสร้าง ไปจนถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เพื่อรักษาความคล่องตัวของโครงการในแต่ละช่วงให้แข็งแรง ควบคู่กับการบริหารกระแสเงินสดเข้าและออก เป้าหมายคือการเปิดตัวซัพพลายใหม่ก็ต่อเมื่อตลาดมีศักยภาพในการรองรับ” นายองอาจกล่าว

 

ตั้งเป้ารายได้คอนโดฯ 1.75 หมื่นล้าน

 

องอาจ กล่าวว่า ในปี2569 แสนสิริตั้งเป้ารายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่ 17,500 ล้านบาท โดยต้องทำยอดขายเฉลี่ยประมาณ 200 ล้านบาทต่อสัปดาห์ หรือราว 800 ล้านบาท-1,000 ล้านบาทต่อเดือน แม้ตลาดจะอยู่ในภาวะชะลอตัว

 

ขณะที่การพัฒนาโครงการใหม่ บริษัทจะพิจารณาศักยภาพของทำเลจากปัจจัยด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ โอกาสด้านตลาดเช่า และดีมานด์พื้นฐานของพื้นที่ มากกว่าการมองภาพรวมของตลาดเพียงอย่างเดียว ก่อนตัดสินใจเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่

 

สำหรับทำเลที่แสนสิริมองว่ายังมีศักยภาพ ซึ่งมีดีมานด์จากกลุ่มผู้ใช้งานและนักลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะรองรับ ได้แก่

 

  • พื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยและสนามบิน
  • ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) สุขุมวิทตอนใน และ บางนา

 

องอาจ บอกว่า แม้แต่ทำเลที่มีการแข่งขันสูงหรืออยู่ในภาวะ ‘Red Ocean’ บริษัทมองว่ายังมีโอกาส หากตลาดยังมีดีมานด์พื้นฐานที่แข็งแรง และสินค้า สามารถแข่งขันได้ผ่านคุณภาพ ทำเล ราคาเหมาะสม และบริการหลังการขาย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการลดราคาเป็นหลัก

 

“แสนสิริยังให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการเลือกทำเลเชิงกลยุทธ์ โดยเชื่อว่าแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสามารถกำหนดราคาในระดับพรีเมียมได้เล็กน้อย หากลูกค้ามองเห็นถึงความคุ้มค่าที่ได้รับจากตัวสินค้าและบริการ”

 

ต่างชาติแรงหนุน-จีนครองสัดส่วนสูงสุด

 

องอาจ กล่าวต่อสำหรับกำลังซื้อจากต่างชาติยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดคอนโดมิเนียม โดยลูกค้าจีนยังเป็นกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีสัดส่วนสูงสุด แม้ดีมานด์จะชะลอตัวลง ตามด้วยลูกค้าจากไต้หวันและตะวันออกกลาง

 

ขณะที่ในครึ่งหลังปี 2569 แสนสิริเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการ มูลค่า 17,700 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปีมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมรวม 17 โครงการ มูลค่ารวม 29,400 ล้านบาท

 

สำหรับโครงการใหม่ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ทำเลภูเก็ต คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 36% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด สะท้อนกลยุทธ์การให้น้ำหนักกับทำเลที่มีแรงหนุนจากลูกค้าต่างชาติและภาคการท่องเที่ยว

 

ขณะเดียวกัน บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอนจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่เหลือของปี

 

แสนสิริคาดว่าพอร์ตโฟลิโอคอนโดมิเนียม จะสร้างรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 17,500 ล้านบาท และมียอดขาย 23,000 ล้านบาทในปีนี้ โดยช่วง 7 เดือนแรกมียอดขายแล้ว 16,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 70% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท

 

องอาจ ทิ้งท้าย “จากการเติบโตรายได้กลุ่มคอนโดมิเนียมแสนสิริ โดยความสำเร็จนี้สะท้อนชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้ จนทำให้แสนสิริครองตำแหน่ง No. 1 Engagement Award แบรนด์ที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลสูงสุดอย่างต่อเนื่อง”

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.