‘แมทธิว กิจโอธาน’ พา ‘แม็คยีนส์’ ไตรมาสแรกยอดออนไลน์พุ่ง แต่สาขาออฟไลน์ลด 10%  

‘แมทธิว กิจโอธาน’ ซีอีโอ ‘แม็ค ยีนส์’ กับผลงานไตรมาสแรกปรับช่องขายออนไลน์ ทำรายได้เพิ่ม100% แต่ร้านค้าปลีกสาขายอดร่วง กำลังซื้อหดคนงดช้อปนอกบ้าน

 

หลังจาก ‘แมทธิว กิจโอธาน’ เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ‘แม็คกรุ๊ป’ (MC) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ปี2568 ที่ผ่านมา กับบทพิสูจน์ผลดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2569 นี้ ท่ามกลางความท้าทายของตลาดแฟชั่น

 

‘แมทธิว กิจโอธาน’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ  MC ผู้ดำเนินรธุรกิจค้าปลีก สินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ ‘แม็คยีนส์’    เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานของบริษัท ในรอบปีบัญชี 2569 (1 ก.ค 2568 – 30 ก.ย. 2568)   บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท หรือ 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ เป็นผลลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากช่องทางออนไลน์ ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในงวดนี้สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 28% ของยอดขายรวม จากก่อนหน้าอยู่ที่ 15%  ส่วนช่องทางออฟไลน์มีรายได้ลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ทำให้ประชาชนใช้สอยนอกบ้านลดลง

 

สำหรับ ยอดขายของ แม็คกรุ๊ป ผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตดีมากในงวดนี้มีรายได้รวมทั้งสิ้นรายได้ 252 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 126 ล้านบาทหรือ  100.8% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน

 

ขณะที่ สัดส่วนรายได้ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) ลดลงมาอยู่ 55%  จากงวดก่อนหน้าอยู่ที่ 66% โดยมี รายได้ 496 ล้านบาท ลดลง 58 ล้านบาทหรือ  10.5  %

 

  • ห้างสรรพสินค้า (Department Store) มีสัดส่วน 16 % ลงมาจาก 17% มีรายได้ 142 ล้านบาทลดลง 6 ล้านบาทหรือ 3.8%
  • ช่องทางอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วน 1%

 

นอกกจากนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 123 ล้านบาท ลดลง 10 ล้านบาท หรือ  7.6%  โดยมีอัตรากำไรสุทธิ  13.4%  ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้อื่นที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและบันทึกบัญชีในปีก่อนไปแล้ว

 

และหากดูผลดำเนินงานปกติ ในงวดไตรมาสนี้ จะเห็นว่าบริษัทมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาทหรือ  5.5 % จากยอดขายที่สูงขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ที่  64.4 % ยังทรงตัวในระดับสูงแม้ว่าบริษัทจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ในช่วงรอยต่อของรัฐบาล

 

ทั้งนี้  ณ วันที่ 30 กันยายน 2568  บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวม 2,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89 ล้านบาทหรือ 4% จาก 1,984 ล้านบาทเทียบงวดเดียวกับปีก่อน   และมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 5,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  4% หรือ 229 ล้านบาท เปรียบเทียบกับวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 5,500 ล้านบาท

 

ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่  3,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126 ล้านบาท  เปรียบเทียบกับวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 3,718 ล้านบาท

 

แมทธิว กล่าวต่อ ถึงพัฒนาการและแนวโน้มการเติบโตในอนาคตว่า มีเป้าหมายเติบโตทั้งยอดขายและกำไรในทุกช่องทางทั้ง ออนไลน์ และ ออฟไลน์ โดยใช้ประสบการณ์และทรัพยากรที่เพียบพร้อมจากรากฐานอันยาวนานกว่า 50 ปี  ทั้งการมี จุดขายที่ครอบคลุมทั้ง ออนไลน์ และ ออฟไลน์,  มีโรงงานผลิตสินค้าที่มีความชำนาญการ และ มีศูนย์กระจายสินค้าของตัวเองที่เปิดทำการในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา

 

รวมทั้ง บริษัท มีการศึกษาพัฒนาแผนงาน สำหรับช่องทางอื่นอย่างต่อเนื่อง เช่น การขยายช่องทางไปต่างประเทศ และการซื้อขาย ควบรวมกิจการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีความพร้อมและความคล่องตัวและสามารถทำทันทีเมื่อมีความมั่นใจจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน

 

ขณะที่ในมิติความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริษัทจะร่วมกับพันธมิตร  วางแผนที่จะนำวัสดุรักษ์โลกมาใช้ในกางเกงยีนส์ทุกรุ่นในปี 2569   รวมทั้งบริษัทได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าจากพลาสติกแบบเดิมไปเป็นพลาสติกรีไซเคิล ที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

ล่าสุดบริษัทได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ปี 2568 ในระดับ ‘ดีเลิศ’ เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย, ได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ปี 2567 ในระดับสูงสุด “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และยังได้รับการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น “AGM Checklist 2567” ด้วยคะแนนสูงสุด 100 คะแนนเต็ม ที่ระดับ “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง” โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

‘แมทธิว กิจโอธาน’ ซีอีโอแม็คกรุ๊ป เผยยอดขายไตรมาสแรกปี 2569 เติบโต 7% ยอดขายออนไลน์พุ่ง 100% แตะ 252 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของรายได้รวมส่วนช่องทางออฟไลน์กลับลดลง 10% จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว โดยบริษัทเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมแผนขยายตลาดต่างประเทศ ยังคงรักษากำไรขั้นต้นสูง 64.4% และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไร้หนี้สิน

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.