CBRE บอก 6 ปัจจัยหนุนตลาดอสังหาฯ ลักซูรีไทย รับดีมานด์กลุ่ม Elite ทั่วโลก ด้าน SC นำพอร์ตบ้านและคอนโดหรู 47 โครงการขยายตลาดต่างชาติ
อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย หรือ CBRE กล่าวในงาน ‘CBRE ELITE LIVING 2026’ ว่าแนวโน้มกำลังซื้อที่อยู่อาศัยกลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลก มีความต้องการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรีในประเทศไทย จาก 6 โครงสร้างการสนับสนุนขับเคลื่อนความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นของตลาดอสังหาฯ ระดับบน (The 6 Structural Drivers Behind Market Resilience) ดังนี้
- อุปทานและอุปสงค์ (Supply and Demand Are in Balance) อยู่ในภาวะที่สมดุลกันอย่างเหมาะสม ไม่เกิดภาวะล้นตลาด
- กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ซื้อมีความหลากหลาย ไม่พึ่งพาเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
- กลุ่มผู้ซื้อมีความไวต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจต่ำ (ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดเซกเมนต์อื่น)
- ศักยภาพในการแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์ไทยในระดับสากล ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลกได้
- ความสามารถในการกำหนดราคาของผู้พัฒนา และเป็นสินทรัพย์ที่สามารถรักษา/เพิ่มมูลค่าได้ดีในระยะยาว
- พฤติกรรมผู้ซื้อยังหลั่งไหลและมุ่งเลือกซื้อโครงการคุณภาพสูง น่าเชื่อถือเป็นหลัก
ทั้งนี้ สอดคล้องข้อมูลแผนกวิจัยซีบีอาร์อีอสังหาฯ พบยอดขายรวมระดับลักซูรีในไทย ณ ครึ่งแรกของปี 2569 ทำได้ 62% สอดคล้องกับปริมาณการเปิดตัวโครงการใหม่และความสามารถของตลาดในการรองรับซัพพลายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565
โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักซูรี และซูเปอร์ลักซุรี ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มีอัตราการขายเฉลี่ยของโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ที่ 93% ขณะที่โครงการระหว่างก่อสร้างมียอดขายเฉลี่ย 84% สะท้อนความต้องการของผู้ซื้อกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ภูเก็ต ครองใจปลายทางลักซูรีเอเชีย
อาทิตยา กล่าวต่อถึงทำเลศักยภาพที่อยู่อาศัยระดับหรูจังหวัด ‘ภูเก็ต’ ในฐานะ ‘Asia’s Premier Luxury Destination’ จุดหมายปลายทางอยู่อาศัยระดับลักซูรี อันดับหนึ่งของเอเชีย ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการเร่งแผนพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในพื้นที่ 2 ฝั่งหลัก ซึ่งมีคาแรกเตอร์และศักยภาพชัดเจน เพื่อดึงดูดกลุ่มทุนระดับ Elite ดังนี้
- (ชายฝั่งตะวันตก (West Coast) ศูนย์กลางที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักซูรี จากความต้องการคอนโดหรูเติบโตสูง ในทำเลตามแนวชายฝั่ง ยอดนิยม ดังนี้
- หาดลายัน และ บางเทา (Layan Beach & Bang Tao Beach) ซึ่งเป็นทำเลทองชายฝั่งตะวันตก ที่มีความเจริญสูงสุด จากความสะดวกการเดินทาง ใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ต และยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกหรูหรา (Luxury Amenities) ระดับสากล
- หาดสุรินทร์ และ หาดกมลา (Surin Beach & Kamala Beach) อีกหนึ่งทำเลยอดนิยมของวิลล่าหรูและรีสอร์ตระดับ 5 ดาวขึ้นไป
- หาดกะตะน้อย และ หาดในหาน (Kata Noi Beach & Nai Harn Beach) จุดใต้สุดของฝั่งตะวันตก โดดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
- East Coast (ชายฝั่งตะวันออก) โซนการเดินทางและไลฟ์สไตล์ทางน้ำ ซึ่งโดดเด่นในแง่โครงสร้างพื้นฐาน ท่าเทียบเรือยอร์ช (Marinas) และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเกาะส่วนตัวต่าง ๆ รองรับไลฟ์สไตล์การพักผ่อนระดับหรูหรา อย่างสมบูรณ์แบบ
“ ความต้องการคอนโดมิเนียมหรูราคาตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่บริเวณชายฝั่งตะวันตกกลาง อาทิ ลายันและบางเทา ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่ได้รับความนิยมสูง”
โดยในครึ่งแรกปี 2569 ตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตมีอัตราการขายเฉลี่ยเติบโตขึ้น 11% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดวิลล่าระดับลักซูรี ยังเติบโตโดดเด่น จากความต้องการกลุ่มผู้ซื้อที่มองหาบ้านพักตากอากาศและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
คอนโดฯ พัทยาดีมานด์สูง
อาทิตยา กล่าวต่อถึงทำเลจังหวัด ‘ชลบุรี’ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทย มีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล
โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองพัทยา มีความต้องการเพิ่มขึ้นส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่มีมูลค่าเฉลี่ยของยูนิตทั้งโครงการมากกว่า 6 ล้านบาท มีการเปิดตัวซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ เติบโตกว่า 83% ณ สิ้นปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งทำเลคอนโดส่วนใหญ่ ตั้งอยู่บนทำเลวงศ์อมาตย์ ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน
จากข้อมูล CBRE พบภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียม พัทยา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2025 มีความต้องการค่อนข้างเสถียร โดยอ้างอิงจากสถิติมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้
- ตลาดชลบุรีมีอัตราการซื้อขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยอยู่ที่ 13,500 ยูนิตต่อปี (คำนวณโดยไม่รวมปี 2020–2022 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19)
- ปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขาย (Transaction volumes) ยังคงรักษาระดับความเสถียรเอาไว้ได้ดี เมื่อเทียบกับวงจรตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
- มูลค่ารวมของธุรกรรม เติบโตสูงขึ้น อยู่ที่ประมาณ 20,000 ถึง 37,000 ล้านบาทต่อปี
- มูลค่าตลาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถทำยอดรวมได้สูงถึง 37,000+ ล้านบาท ในช่วงปี 2025 สะท้อนตลาดมีการซื้อขายอสังหาฯ ในเซกเมนต์ที่มีราคาสูงขึ้น (Higher-value transactions)
“ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา ยังมีความต้องการต่อเนื่อง มีความผันผวนต่ำ สะท้อนถึงฐานความต้องการที่มีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของเมืองในพื้นที่ EEC”
อสังหาฯ ลักซูรีกรุงเทพฯ ขายแล้ว 93%
อาทิตยา กล่าวต่อว่า ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซูรีขึ้นไปในกรุงเทพฯ ยังมีความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาด จากสถิติยอดขายตามสถานะของซัพพลาย ดังนี้
- ซัพพลายปัจจุบัน (Existing Supply) โดยโครงการที่อยู่อาศัยระดับหรูที่เปิดตัวและก่อสร้างแล้วเสร็จในปัจจุบัน มีอัตราการขายไปแล้ว (Sold) สูงถึง 93% สะท้อนว่าโครงการพร้อมอยู่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากจนเกือบหมดซัพพลาย
- ซัพพลายในอนาคต (Future Supply) โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีอัตราการยอดขายล่วงหน้า (Presale) สูงถึง 84% (Sold) แสดงถึงความมั่นใจล่วงหน้าของผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง
“เมื่อนำตัวเลขยอดขายของทั้งโครงการในปัจจุบันและโครงการในอนาคตมารวมกัน พบว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซูรีขึ้นไปในกรุงเทพฯ มีอัตราการขายเฉลี่ยรวมสูงถึง 88%”
47 โครงการฯลักซูรี SC เจาะตลาดอินเตอร์ฯ
พิชชากร มีศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานเครือข่ายและลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า เอสซีฯ รวมมือเชิงกลยุทธ์กับ CBRE เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจร่วมกันในงาน ‘CBRE ELITE LIVING 2026’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดย SC นำพอร์ตโฟลิโออสังหาฯระดับลักซูรี และซูเปอร์ลักซูรี 47 โครงการ เจาะกลุ่มผู้ซื้อกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมใช้ Global Partners Club (GPC) เป็นกลไกหลักในการขยายช่องทางการขาย ปัจจุบันมีพันธมิตรกว่า 2,000 ราย ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3,000 รายภายในปี 2570 หลังสร้างยอดขายผ่านเครือข่ายแตะ 9,000 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น
พร้อมกันนี้ SC ยังพัฒนาระบบสนับสนุนพันธมิตรครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับติดตามยอดขาย กิจกรรม Open House ทีมที่ปรึกษาการขายหลายภาษา และระบบสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นผลงาน พร้อมกำหนดจ่ายค่าคอมมิชชันภายใน 14 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เครือข่ายนายหน้าและเสริมประสิทธิภาพการขาย
“กลยุทธ์นี้ จะเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าต่างชาติในทำเลสำคัญ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และชลบุรี พร้อมผลักดัน SC สู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความไว้วางใจจากเครือข่ายนายหน้าและที่ปรึกษาระดับสากล”
ปัจจุบัน โครงการอสังหาฯระดับลักซูรึและซูเปอร์ลักซูรี ภายใต้พอร์ตโฟลิโอ SC แบ่งออกเป็นกลุ่มภายใต้ แบรนด์ต่างๆ ดังนี้
- กลุ่มคฤหาสน์และบ้านหรู (ตระกูล Boulevard & Pavilion) ประกอบด้วยแบรนด์ ต่างๆ อาทิ
- GRAND BANGKOK BOULEVARD (แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด)
- BANGKOK BOULEVARD (บางกอก บูเลอวาร์ด)
- THE PAVILION (เดอะ พาวิเลียน)
- 95E1 (ไนน์ตี้-ไฟฟ์ อีสต์วัน) โครงการบ้านเดี่ยว ระดับอัลตร้า ลักซูรี
- SONLE RESIDENCES (ซอนเล เรสซิเดนเซส) แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury (ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี)
- กลุ่มคอนโดมิเนียมระดับลักซูรี และอัลตร้าลักซูรี (ตระกูล SCOPE และแบรนด์ระดับบน) ทำเลใจกลางเมือง ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ อาทิ
- SCOPE LANGSUAN (สโคป หลังสวน) คอนโดระดับ Ultimate Luxury บนทำเลหลังสวน
- SCOPE THONGLOR (สโคป ทองหล่อ) โครงการคอนโดหรูทำเลใจกลางทองหล่อ
- STILL (สติล) แบรนด์โครงการระดับบนซีรีส์ใหม่ที่ปักหมุดอยู่ใจกลางเมือง

alt-x Key Takeaways
-
6 ปัจจัยหนุนตลาดอสังหาฯ ระดับบน CBRE ชี้จุดแข็งของตลาดไทย ทั้งความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ความหลากหลายของผู้ซื้อ และความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
-
กรุงเทพฯ ยังมีดีมานด์คอนโดฯ หรู คอนโดมิเนียมระดับลักซูรี และซูเปอร์ลักซูรี ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มียอดขายเฉลี่ย 93% สำหรับโครงการสร้างเสร็จ และ 84% สำหรับโครงการระหว่างก่อสร้าง
-
ภูเก็ตดึงดูดตลาดบ้านพักตากอากาศ ครึ่งแรกปี 2569 อัตราการขายคอนโดฯ เติบโต 11% และยอดขายวิลล่าลักซ์ชัวรี่เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-
พัทยามีฐานตลาดรองรับต่อเนื่อง ตลาดคอนโดฯ ชลบุรีมีมูลค่าธุรกรรมรวมสูงกว่า 37,000 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนการเติบโตของตลาดในกลุ่มสินทรัพย์มูลค่าสูง
-
SC ใช้เครือข่ายพันธมิตรขยายตลาดต่างชาติ นำพอร์ตอสังหาฯ ระดับลักซ์ชัวรี่กว่า 47 โครงการเข้าถึงผู้ซื้อกำลังซื้อสูง ผ่าน Global Partners Club (GPC) ซึ่งมีพันธมิตรกว่า 2,000 ราย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3,000 รายภายในปี 2570
ภาพปก AI



