จากสายสัมพันธ์ญี่ปุ่น–ซีพี สู่ไทยฮับส่งออกคอนเทนต์ ปั้นนอน-มังงะ สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล

‘ญี่ปุ่น’ ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ ‘New Cool Japan’ ส่งออกนอน-มังงะ เป้าหมาย 20 พันล้านเยนใน 7 ปีหน้า เลือก ‘ไทย’ แห่งแรกฮับคอนเทนต์ ภูมิภาคอาเซียน ขน 125 เรื่อง 1,500 ตอนจาก 76 พันธมิตร ชูสทรูฯ สตรีมผ่าน TrueVision Now เริ่ม 25 มี.ค.นี้

 

  • ญี่ปุ่นใช้ยุทธศาสตร์ New Cool Japan มุ่งผลักดันคอนเทนต์นอน-มังงะ เช่น ซีรีส์และวาไรตี้สู่ตลาดโลก
  • ไทยถูกเลือกเป็นฮับแรกนอกประเทศ เพราะศักยภาพสื่อและอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียน
  • คอนเทนต์รวม 125 เรื่อง 1,500 ตอน จากพันธมิตร 76 ราย สตรีมผ่าน TrueVisions NOW

 

ทาเคชิ ไซโต้ รองประธานบริหาร บริษัท เอ็นทีที โดโคโม (NTT Docomo, Inc.) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีและโทรคมนาคมของญี่ปุ่น และพันธมิตรกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น กล่าวว่าองค์กรเอกชนธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตคอนเทนต์ 76 ราย และสถานีเครือข่ายประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว, โอซาก้าและ นาโกย่า) ร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลญี่ปุ่นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘New Cool Japan’ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ รายการต่างๆ ที่ไม่ใช่มังงะ (Non-Manga) เช่นละครญี่ปุ่น (J-Drama) รายการวาไรตี้ อื่นๆ ออกนอกประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 พันล้านเยน ภายในปีคศ. 2033

 

ในเบื้องต้น บริษัทฯ ร่วมลงนามข้อตกลง (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ‘Japan Content Strategic Partnership Announcement & Joint Statement’ ภายใต้นโยบาย ‘New Cool Japan Strategy’ กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประเทศไทยเป็นรายแรกนอกประเทศญี่ปุ่น สู่การเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์ญี่ปุ่นในภูมิภาคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านแพลตฟอร์ม TrueVisions Now

 

โดย กลุ่มพันธมิตรญี่ปุ่น จะนำคอนเทนต์จาก Lemino Japanese Collection จำนวน 125 เรื่อง รวมกว่า 1,500 ตอน เสนอสู่ผู้ชมชาวไทยพร้อมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมผ่านคอนเทนต์ในสองประเทศ โดยจะมีคอนเทนต์เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในไทย ด้วยเช่นกัน

 

 

สำหรับรูปแบบคอนเทนต์ ประกอบด้วย

 

  • ไลฟ์-แอคชั่น บรอดคาสต์ คอนเทนต์ (Live-Action Broadcast Content) ต่างๆ
  • ซีรีส์ญี่ปุ่น (J-Drama)
  • รายการวาไรตี้ญี่ปุ่น
  • คอนเทนต์ด้านวัฒนธรรม
    • อาหาร และการท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น
    • ผลงานที่ได้รับความนิยม Top 10 ในญี่ปุ่น

“ความร่วมมือครั้งนี้ใช้ระยะเวลาราว 1 ปีเพื่อศึกษาข้อมูลก่อนขยายผลจะไปในทิศทางใดต่อไป”

 

 

 

 

ด้าน ‘องอาจ ประภากมล’ หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรคม เทคโนโลยี (Telco Technology)  กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้ บริษัทฯเป็นฝ่ายได้รับข้อเสนอในฐานะพันธมิตรภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘New Cool Japan’ จากทางประเทศญี่ปุ่นก่อน ซึ่งการเลือกไทยเป็นประเทศแรกนอกญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นระดับองค์กรของเครือซีพี (เจริญโภคภัณฑ์) ที่ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจการค้า (Trading) ในประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานานในช่วงก่อนหน้า พร้อมสร้างชื่อเสียงจนได้รับความเชื่อถือจนนำไปสู่การได้รับข้อเสนอดังกล่าวจากประเทศญี่ปุ่น

 

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้  TrueVisions NOW จะนำคอนเทนต์นอน-มังงะทั้งหมด ภายใต้ Lemino Japanese Collection จำนวน 125 เรื่อง 1,500 ตอน ทยอยขึ้นวางบนเชลฟ์เพื่อให้ผู้รับชมสามารถสตรีมเนื้อหาออนไลน์ในทุกช่วงเวลาที่ต้อง (On Demand) ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวเนื้อหาในวันที่ 25 มีนาคม 2569 นี้

 

 

บริษัทฯ คาดจะมีฐานผู้รับชมหรือดาวน์โหลดคอนเทนต์เพิ่มขึ้นราว 50% ขณะที่ปัจจุบันมีกลุ่มผู้รับชมรายการผ่าน TrueVisionNow ทุกแพลตฟอร์มราว 1.1 ล้านคน โดยประเภทรายการต่างประเทศที่ได้รับความนิยม 3 อันดับต้น มาจาก เกาหลี จีน และ ญี่ปุ่น

 

 

องอาจ เสริมว่า การที่กลุ่มพันธมิตรประเทศญี่ปุ่นภายใต้ยุทธศาสตร์ New Cool Japan ดังกล่าว เลือกให้ไทยเป็นประเทศนำร่องส่งออกอุตสาหกรรมคอนเทนต์นอน-มังงะ ด้วยเหตุผลไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและทรงอิทธิพลด้านสื่อคอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหากคอนเทนต์ได้การตอบรับดีจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมนอน-มังงะญี่ปุ่น สามารถขยายตลาดไปยังประเทศอื่นต่อไปในอนาคต ขณะที่ทรูฯ มองโอกาสการขยายตลาดคอนเทนต์ไปยังประเทศญี่ปุ่น ในอนาคตเช่นกัน

 

 

Key Takeaways 

 

  • ไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์ญี่ปุ่นในอาเซียน
  • คอนเทนต์วิดีโอเป็นเครื่องมือ Soft Power สำคัญของญี่ปุ่น
  • โอกาสขยายตลาดสู่ประเทศอื่นขึ้นอยู่กับกระแสตอบรับในไทย

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.