สูตรลับทำอสังหาฯ ซี.พี.แลนด์ ใช้ศักยภาพเครือซีพี ชิงลูกค้าเงินสด 40%


สูตรเติบโตของซี.พี.แลนด์ ใช้เครือข่ายธุรกิจซีพี ชิงได้เปรียบทำตลาดอสังหาฯเมืองรองเจาะดีมานด์จริงในต่างจังหวัด หลังพบลูกค้ากว่า 40% ยังซื้อบ้านด้วยเงินสดโอกาสใหม่ นอกกรุงเทพฯ

 

  • ขยายลงทุนหัวเมืองศักยภาพ ซี.พี.แลนด์ เปิดโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมขอนแก่น นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพฯ
  • มองโอกาสจากมิกซ์ยูสและโรงแรม ต่อยอดธุรกิจจากที่อยู่อาศัยสู่โครงการเชิงพาณิชย์มากขึ้น พร้อมศึกษาการพัฒนาโรงแรมในหลายพื้นที่ศักยภาพ
  • ให้ผลตอบแทนระยะยาวเลือกลงทุนในจังหวัดที่มีเศรษฐกิจเติบโตและดีมานด์จริง รับเป้าสร้างผลตอบแทน (Yield) เฉลี่ยราว 7-8%

 

ดํารงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อํานวยการอาวุโส กลุ่มงาน ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท ซี.พี.แลนด์ จํากัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า บริษัทฯ อยู่ในตลาดอสังหาฯ มากว่า 32 ปี พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Residence) ราว 15 ปี มีจำนวน 37 โครงการ ทั้งครอบคลุม 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย ในปัจจุบัน

 

โดยแนวทางการพัฒนาโครงการฯ จะพิจารณาทำเลจังหวัดศักยภาพในภาพรวมทั้งเศรษฐกิจจังหวัด (GDP) รายได้ประชากรในจังหวัด และอุตสาหกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด ฯลฯ สอดคล้องกับการเข้ามาลงทุนของกลุ่มซีพีตามนโยบาย ‘นายธนินท์ เจียรวนนท์’ ประธานอาวุโส ซีพี ครอบคลุม 3 ประโยชน์ คือ ประเทศชาติ , ประชาชน และองค์กร

 

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ มีแผนเปิด 5 โครงการที่อยู่อาศัยรวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 โครงการ ในต่างจังหวัด คือ นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ พิษณุโลก และขอนแก่น โดย3จังหวัดแรก ตลาดยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยกลุ่มบ้านเดี่ยว ส่วนขอนแก่น เป็นตลาดคอนโดมิเนียม และ 1 โครงการในกรุงเทพฯ  เป็นบ้านเดี่ยว ย่านรามอินทรา

 

จากแผนดังกล่าว ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดอสังหาฯขณะนี้ ด้วยผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อหันมาลงทุนอสังหาฯมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์อื่นอย่างทองคำ หรือ ตลาดทุน ที่มีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่สินค้ากลุ่มอสังหาฯ ในภาพรวมให้ผลตอบแทนการลงทุน (Yield) เสถียรกว่า โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมีเนียม มีYield ราว 7-8%

 

ดํารงศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ตลาดอสังหาฯในขณะนี้ เป็นของผู้บริโภค ด้วยราคาสินค้ายังใช้ต้นทุนเดิมในการทำตลาด ก่อนที่ในบางโครงการจะปรับราคาขายตามต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบซัพพลายเชนในช่วงสงครามตะวันออกกลาง เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

“สินค้าราคาเดิมในทำเลศักยภาพ ได้การตอบรับดีเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น ซึ่งส่งผลถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมาถึงในปัจจุบันพบว่า กำลังซื้อในต่างจังหวัดสัดส่วนราว 40% มักใช้เงินสด เพื่อความปลอดภัยในการลงทุนสินทรัพย์ มากกว่ากำลังซื้อในกรุงเทพฯ”

 

เจาะภาคกลางตอนล่าง-เหนือตอนบน

 

ล่าสุด ซีพีแลนด์ เปิดโครงการใหม่ในภูมิภาคกลางตอนบน-ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดนครสวรรค์และพิษณุโลก เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์  ‘SŌLVANI’ (โซลวานี) โดยวางตำแหน่งการทำตลาดที่อยู่อาศัยแตกต่างกันตามศักยภาพทั้งด้านทำล ความต้องการอยู่อาศัย ที่สอดคล้องรูปแบบเศรษฐกิจของทั้งสองจังหวัด

 

สำหรับโครงการ โซลวานี นครสวรรค์  (SŌLVANI Nakhon Sawan) ตั้งอยู่บนที่ดิน 48 ไร่ ในอำเภอเมือง ประกอบด้วย

 

  • จำนวน 201 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินเริ่มต้น 52 ตารางวา
  • ราคาตั้งแต่ 6.9 ล้านบาท-17 ล้านบาท
  • ปัจจุบันขายไปแล้ว 23 ยูนิต และจองแล้ว 14 ยูนิต

 

โดยโซลวานี นครสวรรค์ วางกลุ่มเป้าหมายหลัก นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ สอดคล้องกับภาพรวมจังหวัดเศรษฐกิจการค้า ซึ่งเป็นตลาดอสังหาฯ ที่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดเหล่านี้ แต่ผู้ซื้อหลายคนไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านที่ไหน แม้ก่อนหน้าจะมีผู้เล่นรายอื่น เข้ามาพัฒนาโครงการฯ อยู่ใกล้แหล่งชุมชน หรือ ศูนย์การค้า แต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการอยู่อาศัยเชิงคุณภาพ ด้วยมีความพลุกพล่านการจราจรทางเข้าออกโครงการฯ

 

ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อ สำหรับโซลวานี พิษณุโลก (SŌLVANI Phitsanulok) มีขนาดที่ดินราว 34 ไร่ คิดเป็นมูลค่าโครงการราว 700 ล้านบาท

 

  • จำนวน 128 ยูนิต
  • ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 52.0 – 105.7 ตารางวา
  • ราคา 9 ล้านบาท-15 ล้านบาท

 

สำหรับโซลวานี พิษณุโลก รองรับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างไปจากหลายจังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ต้องการอยู่อาศัยจริง ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ จากจำนวนบ้านที่ขายได้แล้ว 14 หลัง พบว่ามีแพทย์เป็นเจ้าของถึง 4-5 หลัง สะท้อนกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงที่ยังมีอยู่ในตลาด

 

นอกจากนี้ บริษัทยังนำแนวคิด Wellness Residence เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ ผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) พิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโครงการเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร โดยลูกบ้านจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ อาทิ การให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แพ็กเกจตรวจสุขภาพ วัคซีน และส่วนลดค่ารักษาพยาบาลในราคาพิเศษ

 

ใช้ ‘มาร์เก็ต เซอร์เวย์’ ก่อน

 

ดำรงศักดิ์  กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาโครงการฯของซีพีแลนด์ ในกลุ่มบ้านระดับพรีเมียม ยังมาจากผลสำรวจตลาด (Market Survey) อย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาดระดับล่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาคุณภาพชีวิตมากกว่าการแข่งขันด้านราคา

 

โดยเฉพาะการขยายธุรกิจอสังหาฯในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากมองเห็นโอกาสในตลาดที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นผลจากความคุ้นเคยพื้นที่ด้วยก่อนหน้านี้บริษัทฯ เคยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาแล้ว 2 โครงการ รวมประมาณ 500 ยูนิต รวมถึงมีอาคารสำนักงานให้เช่าอย่างซีพี ทาวเวอร์ ทำให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางการเติบโตของเมืองเป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองจังหวัดนครสวรรค์ และ พิษณุโลก จะมีจุดแข็งต่างกัน แต่บริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากการขยายตัวของเมืองและการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่พิษณุโลกซึ่งยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาทำตลาดไม่มากนัก ทำให้การพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมสามารถสร้างความแตกต่างได้ชัดเจน

 

จากทิศทางดังกล่าว ยังต่อยอดไปสู่ยุทธศาสตร์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตของกลุ่มซีพี ที่ไม่จำกัดเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย แต่พร้อมมองหาโอกาสในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสและโครงการเชิงพาณิชย์ควบคู่กัน

 

ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการรูปแบบใหม่ในพื้นที่ศักยภาพ รวมถึงการพัฒนาโรงแรมและที่พัก ซึ่งแม้จะยังไม่มีข้อสรุปด้านแบรนด์และรูปแบบการลงทุน แต่ถือเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการขยายธุรกิจในระยะต่อไปจากแนวทางพัฒนาอสังหาฯริมทรัพย์ในอนาคตแบบครบวงจร ยังเชื่อมโยงกับบริการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อเป็นส่วนสะท้อนความความแข็งแกร่งระบบนิเวศธุรกิจในเครือซีพี ทั้งด้านค้าปลีก อาหาร สุขภาพ โลจิสติกส์ โทรคมนาคม และอาคารสำนักงาน

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.