หลังปรับโครงสร้างใหม่ ‘แอร์เอเชีย’ มุ่งสู่สายการบินโลว์คอสต์ลำตัวแคบรายแรกในโลก

แคปปิตอล เอ ใช้เวลา6 ปีหลังสิ้นสุดโควิด ปรับโครงสร้างสมบูรณ์แบบรวมกลุ่มธุรกิจ ‘แอร์เอเชีย’ เทคออฟสู่อุตฯการบินท่องเที่ยวดิจิทัล 5 ประเภทมาครบทั้งสายการบิน-แอปจองท่องเที่ยว-อาหาร

 

แคปปิตอล เอ ประกาศปรับโครงสร้างเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวต่อไป ดำเนินการครบทุกเงื่อนไขสำหรับการขายธุรกิจสายการบินแล้ว  คาดว่าการดำเนินการจะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมนี้

 

จากนั้น แคปปิตอล เอ เตรียมยื่นขอเพิกถอนสถานะ PN17 (Practice Note 17-ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ใช้ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศมาเลเซีย (Bursa Malaysia)) ภายในสิ้นปี ซึ่งจะเป็นการปิดฉากบทสุดท้ายของการปรับโครงสร้างที่ยาวนานเกือบ 6 ปีนับตั้งแต่สถานการณ์โควิด

 

โดย ภายหลังการดำเนินการเสร็จสิ้น จะเกิดบริษัทสองกลุ่มที่มีความชัดเจน คือ กลุ่มสายการบินแอร์เอเชียที่รวมเป็นหนึ่งเดียว กับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและดิจิทัลของแคปปิตอล เอ

 

ขณะที่ ‘โทนี่ เฟอร์นันเดส’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแคปปิตอล เอ (Capital A Berhad หรือ ‘แคปปิตอล เอ’) บริษัทแม่กลุ่มธุรกิจสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า แคปปิตอล เอ ได้ดำเนินการครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้งหมดสำหรับการขายธุรกิจสายการบินให้แก่บริษัท แอร์เอเชีย เอ็กซ์ จำกัด (AirAsia X Berhad หรือ ‘แอร์เอเชีย เอ็กซ์’)

 

โดย ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็น ‘บทสรุปสุดท้าย’ ของการรวมธุรกิจสายการบินทั้งหมดภายใต้กลุ่มสายการบินเดียว และเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘การเดินทางครั้งใหม่’ ของแคปปิตอล เอ ในฐานะกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและดิจิทัลแบบครบวงจร

 

การบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกประการ ทั้งการได้รับหนังสือยินยอมจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด และหนังสือรับรองการเสนอขายหุ้นให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) มูลค่า 1,000 ล้านริงกิตให้แก่แอร์เอเชีย เอ็กซ์ อีกทั้งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขอผ่อนผันข้อกำหนดด้านกฏระเบียบจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยแล้ว

 

หลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าดำเนินการในขั้นตอนที่เหลือ ได้แก่

 

  1. การลดทุนและจัดสรรหุ้น (Capital Reduction and Distribution) ของแคปปิตอล เอ
  2. การออกและจดทะเบียนหุ้นของแอร์เอเชีย เอ็กซ์
  3. ขั้นตอนทางกฎหมายอื่น ๆ

 

โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะตามมาด้วยการยื่นคำขอเพิกถอนสถานะ PN17 ในเดือนเดียวกัน

 

 

“วันนี้ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม เพราะเราสามารถประกาศได้อย่างเป็นทางการว่าสัญญาทั้งหมดได้ผ่านเงื่อนไขครบถ้วน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้ฝ่าฟันอุปสรรคและการอนุมัติต่าง ๆ เพื่อให้ข้อตกลงนี้สำเร็จลุล่วง”

 

เฟอร์นันเดส กล่าวอีกว่า “เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเดินทางที่ยาวนาน พร้อมกลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม ด้วยกลุ่มสายการบินที่มั่นคง และบริษัทในเครือใหม่ทั้ง 5 แห่งภายใต้แคปปิตอล เอ”

 

พร้อมเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ด้วยบริษัท 2 กลุ่มที่มีความชัดเจน คือ

 

  1. กลุ่มสายการบินภายใต้ชื่อแอร์เอเชีย กรุ๊ป ที่รวมสายการบินแอร์เอเชียทั้ง 7 สาย (ทั้งเส้นทางระยะกลางและระยะสั้น) ให้ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายเดียวทั่วภูมิภาค
  2. กลุ่มแคปปิตอล เอ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจ 5 ประเภทในกลุ่มท่องเที่ยวและดิจิทัลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

 

“ผมขอขอบคุณ Allstars ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่คอยสนับสนุนเรา ให้สามารถพลิกฟื้นกลับมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบากคือบทพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นและวินัยย่อมนำไปสู่เป้าหมายเสมอ”

 

ทั้งนี้ เมื่อการรวมธุรกิจสายการบินแล้วเสร็จ ‘แอร์เอเชีย กรุ๊ป’ จะดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งสร้าง “เมกา ฮับ” หลายแห่งทั่วภูมิภาค แทนการพึ่งพาตลาดหลักเพียงแห่งเดียว

 

พร้อมตั้งเป้าที่จะเป็น ‘สายการบินเครือข่ายราคาประหยัดเครื่องบินลำตัวแคบรายแรกของโลก’ ซึ่งจะช่วยขยายเครือข่ายการบินให้กับผู้โดยสาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องบิน ลดต้นทุนต่อหน่วย และสร้างโอกาสในการเติบโต ผ่านการใช้เครื่องบินรุ่นแอร์บัส A321neo และ A321XLR ที่มีพิสัยบินไกลมากขึ้น

 

ในขณะเดียวกัน บริษัทในเครืออีก 5 แห่งของแคปปิตอล เอ ถือเป็น ‘ก้าวต่อไป’ ของการเติบโต นอกเหนือจากธุรกิจการบิน ได้แก่

 

  1. ADE (ธุรกิจวิศวกรรมและซ่อมบำรุงอากาศยาน)
  2. Teleport (ธุรกิจโลจิสติกส์)
  3. AirAsia MOVE (แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล)
  4. Santan (ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม)
  5. (ธุรกิจการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา) ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น AirAsia NEXT

 

โดยทั้ง 5 ธุรกิจนี้มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตน และสร้างนิยามใหม่ให้กับภูมิทัศน์ธุรกิจในอาเซียน เช่นเดียวกับที่แอร์เอเชียเคยปฏิวัติวงการการบินในภูมิภาคนี้

 

ขณะที่ ธุรกิจเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของข้อมูล เทคโนโลยี และฐานผู้ใช้งานของแคปปิตอล เอ เพื่อสร้างโอกาสอย่างเต็มที่ ด้วยกลุ่มผู้บริหารและความสำเร็จที่ผ่านมา รวมถึงวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม แคปปิตอล เอ มุ่งมั่นที่จะต่อยอดธุรกิจทั้ง 5 นี้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

ประกาศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการปรับโครงสร้างของบริษัทได้เข้าสู่ ‘บทสุดท้าย’ และแคปปิตอล เอ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับ ‘การเดินทางครั้งใหม่’ หลังการเพิกถอนสถานะ PN17

อ่านบทความอื่น ที่เกี่ยวข้อง 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

แคปปิตอล เอ (Capital A) เดินหน้าปิดฉากการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ยาวนาน 6 ปี หลังวิกฤตโควิด ประกาศขายธุรกิจสายการบินทั้งหมดให้ AirAsia X เสร็จสิ้นภายในธันวาคมนี้ พร้อมยื่นเพิกถอนสถานะ PN17 และแบ่งบริษัทออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ‘แอร์เอเชีย กรุ๊ป’ สายการบินเครือข่ายราคาประหยัดลำตัวแคบรายแรกของโลก และ ‘แคปปิตอล เอ’ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและดิจิทัลครบวงจร 5 แขนง

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.