ความยั่งยืนใกล้ฉัน! หาไอเดียในงาน ‘SX2026’ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์สู่ธุรกิจสีเขียว

SX2026 สร้างพื้นที่แห่งความยั่งยืนให้เป็นเรื่องใกล้ฉัน กับ 10 ไฮไลต์ในงานฯ  ตั้งแต่รับมือน้ำท่วม อาหาร สุขภาพ AI ไปจนถึง Circular Economy ที่นำไปต่อยอดชีวิตและธุรกิจได้จริง

 

 

‘ความยั่งยืน’ ในตอนนี้เป็นสิ่งใกล้ตัวกว่าที่คิด ตั้งแต่อาหารที่กินในแต่ละมื้อ ของที่เลือกซื้อ วิธีรับมือวันที่ฝนตกหนัก ไปจนถึงการออกแบบเมืองให้คนอยู่ได้ดีขึ้น ที่กำลังสะท้อนผ่านงาน ‘Sustainability Expo 2026 หรือ SX2026’  หรือ ‘SX2026’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน SX2026 กล่าวว่า SX เป็นเวทีที่ไทยเบฟ ร่วมก่อตั้งกับภาคธุรกิจและพันธมิตรหลายฝ่าย เพื่อผลักดันแนวทางด้านความยั่งยืน ‘sustainability’ ให้ถูกย่อยออกมาเป็นประสบการณ์จับต้องได้ ตั้งแต่นวัตกรรมรับมือภัยพิบัติ ตลาดสินค้าชุมชน ไปจนถึงอาหารและกิจกรรมสำหรับเด็ก ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวขององค์กรใหญ่เพียงอย่างเดียว

 

โดยงานฯปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Resilience in Action ‘ปรับ รับ เปลี่ยน’ เพื่อชวนคนเมืองร่วมมองความยั่งยืนในฐานะทักษะการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ พร้อม 10 เส้นทางสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมฯ ได้กลับไปกลับไปคิดต่อได้ทั้งมุมมองในชีวิตประจำวันและการสร้างสรรรค์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตั้งแต่

 

1.เมืองรับมือน้ำท่วม เมื่อ Climate Tech ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

 

ภัยพิบัติไม่ได้เป็นเรื่องของฤดูฝนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของเมือง ธุรกิจ และครัวเรือน พาวิเลียนนานาชาติในงานจึงน่าสนใจ เพราะมีทั้งแนวทางจัดการน้ำ การวางผังเมือง และเทคโนโลยีติดตามสถานการณ์จากหลายประเทศ

 

ญี่ปุ่น นำเทคโนโลยีดาวเทียม มาเล่าเรื่องการติดตามไฟป่า ขณะที่ฝรั่งเศสชวนมองการจัดการน้ำและเมืองผ่านความเสี่ยงน้ำท่วม ส่วนประเทศเนเธอร์แลนด์ สวีเดน และจีน มีตัวอย่างการใช้ทรัพยากร พลังงาน และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความพร้อมของเมือง

 

โดยสิ่งที่ ธุรกิจไทยหยิบไปคิดต่อได้ คือ การมอง ‘การปรับตัว’ เป็นตลาดใหม่ ผ่าน ข้อมูลภูมิอากาศ ระบบเตือนภัย ประกันภัย การออกแบบอาคาร หรือบริการที่ช่วยให้ชุมชนอยู่กับความเสี่ยงได้ดีขึ้น

 

2. มองธรรมชาติผ่านประสบการณ์

 

ในโซนต่าง ๆ อย่าง PROLOGUE ใช้ภาพและเรื่องเล่าจาก National Geographic พาคนดูเข้าไปอยู่ใกล้ธรรมชาติ ตั้งแต่โลกของผึ้ง ป่าดงดิบ จนถึงพื้นที่หนาวเย็น FLOODING ZONE, DESERT ZONE และ POLAR ZONE ทำให้เรื่องน้ำท่วม ภูมิอากาศสุดขั้ว และน้ำแข็งละลาย กลายเป็นสิ่งที่คนเข้าถึงได้ง่ายกว่า การดูแค่ตัวเลขจากรายงาน

 

ด้วยข้อมูลเหล่านี้เป็นกรณีศึกษาให้คนทำแบรนด์ ต่อการแปลงข้อมูลเป็นประสบการณ์ให้ผู้คนรู้สึกและจดจำได้ ทดแทนเรื่องยาก ๆ ที่จะเข้าถึงได้

3. งานศิลปะ ภาษาสากลเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับสายศิลปะ ในงานฯ มีทั้งนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ผลงานศิลปกรรมช้างเผือก ภาพถ่ายจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย และ SX ASEAN Photo Contest รวมถึงงาน Trash to Treasure ที่ใช้วัสดุและการออกแบบเปิดบทสนทนาเรื่องทรัพยากร

 

แม้ว่า ‘ศิลปะ’ อาจไม่ได้แก้ปัญหาขยะหรือโลกร้อนโดยตรง แต่ทำหน้าที่สำคัญ ให้คนหันกลับมามองปัญหาเดิมด้วยความรู้สึกใหม่ ในฐานะ ‘พื้นที่’ ที่แบรนด์สร้างบทสนทนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดด้วยภาษาทางการหรือสถิติหนัก ๆ เสมอไป

 

4. เดินตลาด หาโมเดลธุรกิจ Circular Economy

 

ในส่วนของ ‘SX MARKETPLACE’ ได้รวบรวมผู้ประกอบการชุมชน แบรนด์กรีน และงานดีไซน์ที่ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า ตั้งแต่กระเป๋าจากสายดับเพลิงเก่า งานจักสานจากกก ไปจนถึงทรายแมวจากซังข้าวโพด

 

นอกจากตัวสินค้าที่น่าสนใจแล้ว ยังมีเรื่องของ ‘วิธีคิด’ หลังสินค้าแต่ละชิ้นว่า วัตถุดิบเหลือใช้จะกลับมามีมูลค่าได้อย่างไร และแบรนด์จะเล่าเรื่องแหล่งที่มาให้ลูกค้ารู้สึกอยากซื้อได้แบบไหน?

 

สำหรับคนทำธุรกิจรายเล็ก ในโซนนี้ยังเปิดให้เห็นเทรนด์แบบใกล้ชิดว่า ‘กรีน’ แบบไหน? จะขายได้จริง?  ซึ่งคำตอบอยู่ที่ เมื่อสินค้านั้นใช้งานได้ดี ดีไซน์น่าสนใจ และดึงดูดใจให้คนยอมจ่าย

 

5.อาหารหนึ่งจาน เป็นทั้ง สุขภาพ เกษตรกร และขยะ

 

ในส่วน ‘SX FOOD FEST’ เราจะได้เห็นความยั่งยืนผ่านเรื่องที่คนเข้าถึงง่ายที่สุดอย่างอาหาร ซึ่งมีทั้งเมนูจากเชฟ ร้านชุมชน และวัตถุดิบท้องถิ่น ตั้งแต่ผักไทย ไข่ผำ อาหารออร์แกนิก ไปจนถึงเบเกอรีจากธัญพืชพื้นถิ่น

 

ขณะที่ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ‘อาหารยั่งยืน’ ยังเดินคู่ไปได้พร้อมกับความอร่อย ในราคาเข้าถึงได้ และช่วยให้ห่วงโซ่อาหารดีขึ้นได้พร้อมกัน โดยหลังจบแต่ละมื้อแล้ว อย่ามองข้าม ‘WASTE STATION’ การคัดแยกเศษอาหาร คือ ปลายทางที่ทำให้แนวคิดเรื่องกินอย่างรับผิดชอบครบวงจร อีกด้วย

 

6. AI จะช่วยโลก หรือทำให้เราเลิกคิดเอง

 

ในงาน SX2026 ได้หยิบ AI มาตั้งคำถามว่า เราจะใช้เทคโนโลยีโดยไม่ทิ้งทักษะคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจของมนุษย์ได้อย่างไร ? โดยเวทีเสวนาและนวัตกรรมด้าน AI ซึ่งเหมาะกับทั้งพ่อแม่ คนทำงาน และผู้ประกอบการที่ต้องการเห็นภาพว่า เทคโนโลยีจะช่วยลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างบริการใหม่ได้ตรงไหนบ้าง โดยไม่ละเลยผลกระทบต่อคน

7. สุขภาพดี คือ เศรษฐกิจระยะยาว

 

ในโซนสุขภาพ กับคำว่า ‘Longevity’ ที่มีความหมายไกลกว่าอายุยืน ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยติดตามการนอน ความเครียด การดื่มน้ำ และข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น โดยสาระสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดูแลตัวเองได้ก่อนป่วย

 

ขณะที่ ธุรกิจสุขภาพในอนาคต นอกจากโรงพยาบาลหรืออาหารเสริมแล้ว แต่ยังรวมถึงการออกแบบเมือง ที่ทำงาน และบริการที่ทำให้คนมีสุขภาวะดีขึ้นในทุกวัน

 

 

8. ‘เด็ก’ ผู้ใช้เมืองในอนาคต

 

บริเวณพื้นที่ ‘SX KIDS ZONE’ ใช้แนวคิด ‘From Land to Sea’ ให้เด็กเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศผ่านการเล่น ทดลอง และตั้งคำถามด้วยตัวเอง ตั้งแต่โลกใต้ทะเล การทำงานเป็นทีมของมด ไปจนถึง Kids Market ที่ให้เด็กทดลองเป็นผู้ประกอบการ อีกด้วย

 

ขณะที่ การปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็ก อาจไม่ใช่แค่คำสั่งให้ประหยัดหรือแยกขยะ แต่เริ่มจากการทำให้เขาเห็นว่า ทุกสิ่งในธรรมชาติเชื่อมโยงกับชีวิตของตัวเองอย่างไร ?

 

9. เวิร์กช็อปเล็ก ๆ อาจกลายเป็นไอเดียธุรกิจใหญ่

 

สำหรับคนอยากลงมือทำธุรกิจสายกรีน ควรแวะไปสัมผัสประสบการณ์กับ ‘SX IDEA LAB’ และ ‘SX TALK STAGE’ ซึ่งจะได้พบตั้งแต่งานอัปไซเคิล การเก็บเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงการถอดบทเรียนเมืองที่ปรับตัวเก่ง

 

ด้วยความยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนใหญ่เสมอไป ซึ่งในบางครั้งอาจเริ่มจากการลดของเสียในร้าน การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบริการให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง หรือการรู้จักแหล่งวัตถุดิบใกล้บ้านมากขึ้น

 

10. ดนตรี-ความบันเทิง สร้างแรงกระเพื่อมสังคม

 

ในงานฯ ยังมีคอนเสิร์ตการกุศลที่เชื่อมความบันเทิงเข้ากับการระดมทุนเพื่อสังคม ทั้งการสนับสนุนมูลนิธิชัยพัฒนา และการช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

 

กิจกรรมนี้ ยังสะท้อนภาพ sustainability ความยั่งยืนซึ่งไม่จำเป็นต้องจริงจังจนเข้าถึงยาก แต่ใช้วัฒนธรรม ความบันเทิง และความสนุก  เป็นเครื่องมือมาชวนให้ผู้คนร่วมลงมือทำได้เช่นกัน

 

สำหรับ SX2026 ตลอดการจัดงาน 10 วันนี้ จะเป็นพื้นที่สะท้อนชัดว่า ‘เรื่องยั่งยืน’ เริ่มต้นได้จากการเลือกสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน และสำหรับคนทำธุรกิจ ก็อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ‘เราจะทำสินค้า บริการ หรือพื้นที่ของเราให้ดีขึ้นต่อผู้คนและโลกได้ตรงไหนบ้าง?’

 

 

alt-x Key Takeaways
  • SX2026 ปีนี้ สะท้อนชัด 'ความยั่งยืน' ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เริ่มได้จากสิ่งที่กิน ใช้ ซื้อ และการออกแบบชีวิตประจำวัน
  • ธุรกิจสีเขียวจะเกิดได้จริง เมื่อแนวคิดรักษ์โลกตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และดีไซน์ที่ลูกค้าอยากเลือก
  • SX2026 เป็นพื้นที่ดูเทรนด์ว่า Climate Tech, Circular Economy, Longevity และการเรียนรู้ของเด็ก กำลังกลายเป็นโอกาสธุรกิจใหม่อย่างไร

 

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.