พีเพิล พลาซ่า มองโอกาสย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ หลังปรับภูมิทัศน์-เชื่อมต่อสกายวอล์ก ลงทุนเฉียด 700 ล้านบาท ปรับโฉม ‘ออน อนุ-เซ็นเตอร์วัน’ รับทราฟฟิก 2 แสนคนต่อวันและเศรษฐกิจกลางคืน
‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ และยังเป็นพื้นที่หลักกิโลเมตรที่ ‘ศูนย์’ ของกรุงเทพมหานคร จุดตั้งต้นของทุกการเดินทางไปยังทั่วทุกภูมิภาคของไทย ที่ในตอนนี้กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของย่านไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนแวะพัก กิน ดื่ม ทำงาน และใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน จากศักยภาพของทำเลที่เชื่อมต่อทั้งระบบขนส่ง โรงพยาบาล สถานศึกษา แหล่งงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย

สร้างย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
รัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารและเจ้าของโครงการค้าปลีก เดอะเซ็นเตอร์วัน และ ออน อนุ กล่าวว่า บริษัทฯ มองเห็นโอกาสบนทำเลศักยภาพแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจค้าปลีกผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ ‘เดอะเซ็นเตอร์วัน’ (The Center One) ศูนย์การค้ารุ่นบุกเบิกของย่านนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างทยอยปรับปรุงโฉมใหม่ และ ‘ออน อนุ’ (ONN ANU) โครงการค้าปลีกแนวใหม่ที่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งยังสอดคล้องกับธุรกิจบริการที่พักโรงแรมของบริษัท ที่เปิดดำเนินการในย่านนี้ 2 แห่ง คือ โรงแรม Hotel Picnic Bangkok (ระดับ 4 ดาว) จำนวน 44 ห้อง และ โรงแรม Bizotel Premier Hotel & Residence (ระดับ 4 ดาว) จำนวน 120 ห้อง ซึ่งตั้งบนทำเลซอยรางน้ำ ทั้งสองแห่ง
พร้อมกล่าวต่อ ถึงแนวคิดการปรับปรุงโครงการค้าปลีกทั้งสองแห่งตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้เป็นโปรเจกต์ที่สอดรับกัน ต่อการเติมประสบการณ์การใช้ชีวิตให้กับผู้คนที่หมุนเวียน (Traffic) กว่า 2 แสนคนในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยบริษัทฯ ไม่ได้มองแค่การทำโครงการค้าปลีก หรือ มอลล์ ขึ้นมาเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่โจทย์สำคัญของการปรับโฉมใหม่ทั้งสองโครงการจะเป็นสร้างการเติบโตไปพร้อมกับ ‘ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ เพื่อรองรับวิถีการใช้ชีวิตของผู้คน และสร้างเหตุผลให้คนหยุดแวะใช้เวลาในย่านนี้ได้นานขึ้น เช่นเดียวกับกระแส (Trend) การเกิดขึ้นของย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ อย่าง เยาวราช บรรทัดทอง ทรงวาด ในช่วงที่ผ่านมา
ด้วย ‘ย่านอนุสาวรีย์’ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกจุดแวะพักผ่อนสำคัญของผู้คนนับจากนี้ จากความครบวงจรการใช้ชีวิต ที่อาจไม่จำเป็นต้องเดินทางต่อไปยังย่านอื่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้อยู่อาศัย ใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน ศึกษา นักท่องเที่ยว ในทำเลโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ
รับเศรษฐกิจเมืองไม่เคยหลับ
สำหรับโครงการ ‘ออน อนุ’ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 120 ตร.ว.โดยบริษัทใช้เงินลงทุนซื้อโครงการเดิมประมาณ 380 ล้านบาท และใช้งบปรับปรุงอีกกว่า 100 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนมากกว่า 480 ล้านบาท วางตำแหน่งโครงการเพื่อตอบรับการใช้ใช้วิตคนเมืองที่รีบเร่งแและการพักผ่อนได้ตั้งแต่เช้าถึงยามดึก
ส่วน โครงการ เดอะเซ็นเตอร์วัน ศูนย์การค้าบนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 และเป็นหนึ่งในจุดหมายค้าปลีกที่อยู่คู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมานานกว่า 30 ปี โดยบริษัท คาดใช้งบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท วางตำแหน่งความครบวงจรการใช้ชีวิตคนเมืองในย่านนี้ จากความสะดวกของร้านค้า บริการ ที่ครอบคลุม โดยบริษัทฯ จะทยอยปรับปรุงโฉมใหม่โครงการแบ่งออกเป็นระยะ (Phase) เน้นการจัดกลุ่มร้านค้าและปรับผังพื้นที่ใหม่ให้เหมาะกับประเภทบริการ รวมถึงปรับพื้นที่ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ร้านเสริมสวยและร้านเสื้อผ้า ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เดอะเซ็นเตอร์วัน เฟสแรก คาดจะทยอยดำเนินการในช่วง 7 เดือนหน้า โดยวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ทั้งลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกับย่านนี้ หรือคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการแตกต่างจากเดิม”
โดยทั้งสองโครงการดังกล่าว เพื่อรองรับการเติบโตย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกหนึ่งพื้นที่เศรษฐกิจที่ไม่เคยหลับใหลและพื้นที่ใช้ชีวิตของผู้คนในช่วงกลางคืน ด้วย
เลือกร้านค้า ตอบทุกโจทย์กำลังซื้อ
รัชพล กล่าวต่อถึงการเลือกผู้เช่าพื้นที่ร้านค้า บริษัทพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ก่อน แล้วจึงคัดเลือกประเภทร้านค้าให้สอดคล้องกับคอนเซปต์และกลุ่มเป้าหมาย ทั้งคนรักสุขภาพ ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ คนทำงาน และผู้พักอาศัยในย่าน
“การสร้างความหลากหลายอย่างเหมาะสม สำคัญกว่าการเพิ่มจำนวนร้านค้าให้มากที่สุด เพราะเป้าหมายคือการทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์จริง และทำให้ร้านค้าแต่ละแห่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับโครงการได้”
‘สกายวอล์ก 360 องศา’ ปลั๊กอินยกระดับย่าน
รัชพล กล่าวว่าอีกปัจจัย ที่อาจช่วยเพิ่มศักยภาพให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คือ การปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.)โดยเฉพาะบริเวณเกาะพญาไท ซึ่งมีการพัฒนาทางเดินเชื่อมต่อและสกายวอล์กให้เดินได้สะดวกขึ้น
โดยหลังจาก กทม.เปิดใช้งานสกายวอล์กรอบเกาะพญาไทเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สาธารณะ ที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงจุดต่าง ๆ ในย่านได้ง่ายขึ้น รวมถึงเปิดมุมมองใหม่ในการเดินชมเมืองและถ่ายภาพบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกด้วย
“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพของโครงการค้าปลีก หรือ บริการต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัย โดยเฉพาะจากฐานความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลโดยรอบที่ขยายตัว รวมถึงโรงแรมและคอนโดมิเนียมที่รองรับทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ นักท่องเที่ยว และคนทำงาน”
องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างความต้องการใช้บริการหลายช่วงเวลา และเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่จะพัฒนารูปแบบบริการให้สอดคล้องกับผู้คนแต่ละกลุ่ม

‘ออน อนุ’ ปิดแก๊ปทางผ่าน สู่จุดแวะพักระหว่างวัน
นราชัย ไกรจิรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้จัดการโครงการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า บริษัทเปิดตัวโฉมใหม่โครงการค้าปลีกศูนย์การค้า ‘ออน อนุ’ ภายใต้แนวคิด ‘ONN TO RECHARGE. ON TO YOUR JOURNEY.’ เพื่อสื่อถึงพื้นที่สำหรับแวะเติมพลังระหว่างวัน ก่อนเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นต่อ
โดยบริษัทฯ ทดลองเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ(Soft Opening) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยขณะนั้นร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มดำเนินงานแล้วประมาณ 70-80% และทยอยเติมเต็มพื้นที่ส่วนที่เหลือ
“ถ้าวันนี้มีเวลาว่าง 10-15 นาที เราจะทำอะไรได้บ้าง”
นราชัย บอกว่าประโยคดังกล่าวเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นของการออกแบบประสบการณ์ภายในโครงการออน อนุ ที่เริ่มตั้งแต่การแวะซื้อเครื่องดื่ม รับประทานอาหาร ไปจนถึงการใช้พื้นที่พักผ่อนหรือทำงานเมื่อมีเวลามากขึ้น
แนวคิดดังกล่าว ยังสะท้อนการออกแบบค้าปลีกที่เริ่มจากพฤติกรรมผู้ใช้จริง มากกว่าการกำหนดว่าศูนย์การค้าต้องมีร้านค้าประเภทใดบ้าง โดยบริษัท ต้องการสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภค กลับมาใช้บริการได้หลายช่วงเวลา

โดยเริ่มตั้งแต่กาแฟในตอนเช้า กับร้านค้าที่ให้บริการสะดวกรวดเร็วในรูปแบบ แกร็บ แอนด์ โก (Grab and Go) การเข้ามาใช้บริการของว่างช่วงระหว่างวัน หรือในกลุ่มคนทำงานหลังเลิกการประชุมมีเวลามากขึ้น ยังสามารถมาใช้บริการรับประทานอาหารมื้อเย็น ไปจนถึงพื้นที่สังสรรค์ในช่วงกลางคืนได้ด้วยเช่นกัน จากร้านค้า ร้านอาหารแม้จะเป็นประเภทเดียวกันแต่ก็มีหลากหลายฟอร์แมตให้เลือก เช่น บุฟเฟ่ต์ และ อลาคาร์ท เป็นต้น
“โครงการฯ ยังตอบโจทย์ศักยภาพย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางที่คนกรุงเทพฯ จากหลายช่วงวัยคุ้นเคย ทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถโดยสาร และระบบขนส่งสาธารณะ ตลอดจนคนที่เข้ามาทำงาน เรียนหนังสือ รับบริการทางการแพทย์ หรือการพักอาศัย ในพื้นที่โดยรอบ”
ปั้น ‘เศรษฐกิจกลางคืน’ รับคนเมืองหลายจังหวะชีวิต
นราชัย เสริมจุดแตกต่างสำคัญ ‘ออน อนุ’ คือ การขยายช่วงเวลาการใช้บริการให้ยาวกว่ารูปแบบค้าปลีกทั่วไป โดยวางแผนให้ร้านค้าบางส่วนเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. (ตีสอง) เพื่อรองรับคนทำงานกะดึก นักศึกษา ผู้ใช้บริการโรงพยาบาล และผู้ที่ต้องการพื้นที่รับประทานอาหารหรือพักผ่อนหลังเวลาทำงานปกติ
ขณะที่ปัจจุบัน สัดส่วนร้านค้าของโครงการประมาณ 60% เน้นรูปแบบ Grab & Go ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว พร้อมจัดให้มีร้านอาหารและพื้นที่ที่รองรับการใช้เวลานานขึ้น เพื่อให้เกิดความหลากหลายตามพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ โครงการ ‘ออน อนุ’ ยังพัฒนาพื้นที่ โค เวิร์คกิ้ง สเปซ (Co-Working Space) เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวอย่างการทำงานนอกสถานที่ การอ่านหนังสือ การนัดเจอแบบกลุ่มได้ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงดึก
รวมถึงยังเตรียมพัฒนาพื้นที่ ‘รูฟท็อป’ ดาดฟ้าโครงการออน อนุ เพื่อให้ลุกค้ารับชมวิว ทัศนียภาพโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯได้ด้วย พร้อมกำหนดเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนมกราคม 2570 พร้อมวางแผนขยายพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นโซนบริการร้านสังสรรค์ในกลุ่มวัยทำงาน หลังเลิกงานด้วย
ขณะเดียวกัน โครงการออน อนุ ยังลงทุนติดตั้งจอประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ 4 จอ เพื่อเพิ่มการมองเห็นให้กับร้านค้าและสร้างการรับรู้ของโครงการในพื้นที่ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนยอดขายของผู้เช่า ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพจำให้ตัวโครงการเท่านั้น
โดยบริษัท วางเป้ารายได้โครงการ ออน อนุ ในปีแรกไว้ประมาณ 50-60 ล้านบาท ไปพร้อมสร้างฐานลูกค้าและพฤติกรรมการกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตระยะยาว
ขณะที่ รายได้โครงการเดอะเซ็นเตอร์วัน มีเป้าหมายสร้างรายได้ประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี โดยบริษัทมองว่าการปรับโฉมพื้นที่และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้เช่า
ทั้งนี้หากทั้งสองโครงการต่อเป็นภาพเดียวกัน จนคอมพลีท แล้ว บริษัทฯ มองว่า แต่ละAsset จะมาเสริมกันอย่างลงตัวโดย ออน อนุ จะเป็นโปรเจกต์เข้าหาไลฟสไตล์คนเมืองได้ตลอดทั้งวันถึงกลางคืน ในช่วงที่ศูนย์อื่นๆ หลับใหลไปแล้ว ส่วน ‘เดอะเซ็นเตอร์วัน’ จะยังโฟกัสในจุดที่แข็งแรงจากฐานลูกค้าเดิมและรูปแบบร้านค้าที่ตอบโจทย์มากขึ้น
ทั้วหมดนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างให้ทำเลโดยรอบ ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ ขยับจากการเป็นเพียงจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง สู่ ‘ย่าน’ ที่ผู้คนเลือกแวะและใช้เวลาได้ตลอดวันได้ในอนาคต อันใกล้นี้
alt-x KEY TAKEAWAYS
-
ต่อยอดโอกาสจากการพัฒนาเมือง พีเพิล พลาซ่ามองการปรับภูมิทัศน์และสกายวอล์กเป็นปัจจัยหนุนศักยภาพย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
-
ลงทุนปรับโฉมค้าปลีก เดินหน้าพัฒนา ‘ออน อนุ’ และ ‘เดอะเซ็นเตอร์วัน’ ด้วยงบลงทุนรวมที่ระบุไว้เฉียด 700 ล้านบาท
-
เชื่อมเศรษฐกิจกลางวันสู่กลางคืน ใช้ทราฟฟิกย่านที่มีรายงานราว 200,000 คนต่อวันเป็นโอกาสพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ให้ตอบโจทย์ผู้คนหลายช่วงเวลา
ภาพประกอบ AI




