เศรษฐี 3 ชาติ ‘เวียดนาม-ไทย-อินเดีย’ ขับเคลื่อนอสังหาฯ Branded Residences เอเชีย

ถอดรหัส ‘Branded Residences’ เอเชียแปซิฟิก 2026 รับ ‘เวียดนาม–ไทย’ รับเทรนด์เศรษฐีใหม่ และการปรับตัวครั้งใหญ่ของบ้านหรูติดแบรนด์

 

  • การเติบโตแบบก้าวกระโดด เอเชียแปซิฟิกเตรียมเปิดตัวโครงการ Branded Residences อีก 187 โครงการภายในปี 2032 เติบโตขึ้นถึง 97%
  • เวียดนามและไทยนำโด่ง เวียดนามรั้งอันดับ 1 ตลาด Branded Residences ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และคาดว่าจะเติบโตสูงถึง 152% ขณะที่ไทยตามมาเป็นอันดับ 2
  • พรีเมียมราคาพุ่ง ส่วนต่างราคา (Brand Premium) ของภูมิภาคเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 29% โดยหมุดหมายใหม่ คือ โครงการสไตล์รีสอร์ตชิงสัดส่วนถึง 65% ในโครงการที่กำลังพัฒนา

 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ! จากรายงานล่าสุด Savills Branded Residences APAC Report 2026 ชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมของตลาด ‘Branded Residences’  (ที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ที่ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำ) กำลังกระจายตัวและปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบรับกลุ่มมั่งคั่งยุคใหม่ในภูมิภาค

 

เวียดนาม-ไทย-อินเดีย 3 ขั้วอำนาจ Branded Residences แห่งเอเชีย

 

เมื่อเจาะลึกในระดับประเทศ  ‘เวียดนาม’ กลายเป็นดาวเด่นที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิภาค โดยมีจำนวนโครงการมากที่สุดและมีอัตราการเติบโตในอนาคต (Pipeline) สูงถึง ‘152% ภายในปี 2032’

ขณะที่ ‘ไทย’ ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยฐานโครงการระดับโรงแรมหรูที่เข้มแข็ง ส่วน ‘อินเดีย’ โดดเด่นในฐานะตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตรระยะยาวสูงที่สุดแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าโครงการจะเพิ่มขึ้น ‘126% ในอีก 6 ปีข้างหน้า’ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความมั่งคั่งในเมืองใหญ่และกำลังซื้อภายในประเทศ

 

โดย ‘Top 5 ประเทศ’ ที่มีโครงการ Branded Residences มากที่สุดใน APAC ดังนี้

  1. เวียดนาม (Vietnam)
  2. ไทย (Thailand)
  3. อินเดีย (India)
  4. จีน (China)
  5. อินโดนีเซีย (Indonesia)

 

เทรนด์เปลี่ยน จาก ‘เมืองหลวง’ สู่ ‘รีสอร์ตตากอากาศ’

 

ในอดีต Branded Residences มักกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวงหรือศูนย์กลางทางการเงิน แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า โครงการที่กำลังพัฒนา (Pipeline) มากถึง ‘65% เป็นโครงการสไตล์รีสอร์ต’ (เพิ่มขึ้นจาก 50% ในโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว)

 

ขณะที่ จุดตากอากาศยอดฮิตอย่าง ‘ภูเก็ต’ และ ‘บาหลี’ กลายเป็นเป้าหมายหลักของมหาเศรษฐี (HNWIs / UHNWIs) ที่มองหาบ้านหลังที่สองเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การเกษียณ การพักผ่อนของครอบครัว และการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

 

นอกจากนี้ โครงการรูปแบบ ‘Co-located (ตึกร่วมกับโรงแรม)’ ยังได้รับความนิยมสูงถึง ‘84% ในโครงการใหม่’ เนื่องจากลูกบ้านสามารถเข้าถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโรงแรมได้อย่างครบครัน

 

กระจายความหรู ไม่ได้มีแค่ Luxury อีกต่อไป

 

ทั้งนี้ อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจคือการกระจายระดับแบรนด์ (Chain Scales) แม้ว่าแบรนด์ระดับ Luxury จะยังครองส่วนแบ่งหลัก แต่ในโครงการใหม่ๆ สัดส่วนของแบรนด์ระดับ ‘Upper Upscale’ และ ‘Upscale’ กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

โดยโครงการที่กำลังพัฒนา (Pipeline):** เป็นแบรนด์ Luxury เพียง 48% ขณะที่ Upscale และ Upper Upscale รวมกันจับส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

‘เหตุผล’ สำคัญของผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ซื้อระดับกลาง-บน ที่ต้องการคุณภาพบริการมาตรฐานแบรนด์ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

สรุปแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญ: เจ้าตลาดโรงแรม vs แบรนด์แฟชั่น

Top Hotel Brands

 

 

  1. Four Seasons (ผู้นำระดับโลกและเอเชีย)
  2. Aman
  3. Banyan Tree
  4. Meliá
  5. Dusit

(ข้อสังเกต- 5 ใน 10 อันดับแรกเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดในเอเชีย แสดงถึงความเชื่อมั่นและความเข้าใจในพฤติกรรมผู้ซื้อท้องถิ่นเป็นอย่างดี)

 

Non-Hotel Brands (แบรนด์นอกธุรกิจโรงแรม)

 

อย่างไรก็ตาม แม้สัดส่วนแบรนด์ที่ไม่ใช่โรงแรมจะลดลงเล็กน้อยในภาพรวม แต่กลุ่ม ‘Fashion & F&B’ กลับกำลังมาแรง แบรนด์ระดับโลกอย่าง Fendi, Elie Saab และ Nobu เตรียมเปิดตัวโครงการแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเร็วๆ นี้

 

มูลค่าและมูลค่าเพิ่ม (Brand Premium)

 

ในปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ย Brand Premium (ราคาที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอสังหาฯ ทั่วไปที่ไม่ติดแบรนด์) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขยับขึ้นจาก 23% เป็น 29% แม้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 33% แต่แนวโน้มการเติบโตนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและมูลค่าของโครงการ Branded Residences ที่นับวันยิ่งแข็งแกร่ง

 

บทสรุปอนาคต Branded Residences ในเอเชีย

ตลาด Branded Residences ในเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะกำลังซื้อต่างชาติอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วย ‘ความมั่งคั่งภายในภูมิภาค’ (Domestic Wealth) โดยทิศทางในอนาคตจะมุ่งเน้นไปที่

 

  1. Master-planned Communities โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่มีครบทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์สุขภาพ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์
  2. Wellness & Longevity การบูรณาการสุขภาพแบบองค์รวมและนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืน
  3. Secondary Markets การขยายตัวไปยังเมืองท่องเที่ยวรองที่มีศักยภาพสูง

 

ที่มา: Savills Branded Residences APAC Report 2026

ภาพประกอบปก-บทความ Savills Branded Residences APAC Report 2026

 

บทความโดย alternate-x Content Team

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.