‘CenTRal cENtrAL’ โปรเจกต์มิกซ์ยูส 1.1 หมื่นล้าน จาก CPN ร่วมกับ มิตซูบิชิ เอสเตท โครงการสะท้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รับสายครีเอทีฟโลก เตรียมเปิดพื้นที่ค้าปลีกเฟสแรก ไตรมาส 2 ปี 2570
-
ซีพีเอ็น ร่วมทุน มิตซูบิชิ เอสเตท พัฒนามิกซ์ยูส ‘CenTraL cENtRaL’ มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท บริเวณหัวมุมสี่แยกปทุมวัน โดยเตรียมเปิดพื้นที่ค้าปลีกเฟสแรกในไตรมาส 2 ปี 2570
-
โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง ที่มีทราฟฟิกนักท่องเที่ยวหมุนเวียนกว่า 50 ล้านคนต่อปี และครอบคลุมกลุ่มผู้อยู่อาศัย นักศึกษา และคนทำงานในย่านนี้อีกกว่า 1.2 ล้านคน
-
ซีพีเอ็น วางเป้าหมายให้โครงการนี้เป็นโมเดลเชื่อมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับย่านสยามสแควร์ (Siam Square) ให้ก้าวไปสู่การเป็นทำเลระดับโลก (Global Destination)
หลังปิดผ้าคลุมการก่อสร้างบริเวณพื้นที่หัวมุมสี่แยกปทุมวัน มานาน ล่าสุดบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกมาประกาศเปิดตัวโครงการ ‘CenTRal cENtrAL’ หรือ ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล โปรเจกต์เมกะมิกซ์ยูสมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทอย่างเป็นทางการแล้ว
‘ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล’ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น (CPN) บอกว่า ซีพีเอ็นร่วมทุน (JV) กับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาใหญ่ในชื่อ ‘CenTRal cENtrAL’ (เซ็นทรัล เซ็นทรัล) มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
“โครงการเซ็นทรัล เซ็นทรัล ตั้งบนทำเลศักยภาพซึ่งมีทราฟฟิกนักท่องเที่ยวหมุนเวียนกว่า 50 ล้านคนต่อปี และมีพื้นที่ครอบคลุมกลุ่ม ผู้อยู่อาศัย นักศึกษา และคนทำงานในย่านนี้กว่า 1.2 ล้านคน”

โดยซีพีเอ็น ยังวางเป้าหมายโครงการ CenTRal cENtrAL ที่ตั้งอยู่บนบริเวณสี่แยกปทุมวันแห่งนี้ ไปพร้อมกับการยกระดับย่านสยามสแควร์ (Siam Square)ให้ก้าวสู่ ‘Global Youth Culture Destination’ จุดหมายปลายทางของคนรุ่นใหม่และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากทั่วโลก อีกด้วย
สำหรับโครงการ ‘CenTRal cENtrAL’ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม (GBA) 141,000 ตารางเมตร แบ่งช่วงเวลาการพัฒนาโครงการฯ ออกเป็น 3 ระยะ (Phase) หลัก ได้แก่
- ศูนย์การค้า (Retail) พื้นที่รองรับกว่า 300 แบรนด์ดัง โดยวางสัดส่วนร้านค้ารายย่อย 40% ในคอนเซปต์ทันสมัยเพื่อสร้างความแตกต่าง พร้อมโซนร้านอาหารชั้นนำ รวมพื้นที่ใช้สอยรวม 40,000 ตร.ม. กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 2 ปี 2570 วางเป้าหมายทราฟฟิกอยู่ที่ 5-6 หมื่นคน/วัน
- อาคารสำนักงาน (Future-Ready Workplace)ขนาด 12 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 20,000 ตร.ม. รองรับกลุ่มเทคโนโลยีและสตาร์ทอัป รวมถึงบริษัทสร้างสรรค์ รองรับคนทำงานราว 2,500 คน กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4 ปี 2570
- โรงแรม (25hours Hotel) แบรนด์โรงแรม Playful Luxury ด้วยดีไซน์ระดับโลก ซึ่งกรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 13 เมืองทั่วโลกที่แบรนด์เลือกเปิดให้บริการ จำนวน 349 ห้อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูง กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 1 ปี 2572
‘ชนวัฒน์ กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา และพันธมิตรกลุ่ม มิตซูบิชิ เอสเตท มั่นใจว่าโครงการ ‘CenTRal cENtrAL’ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creator-Led Economy) และยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนนับจากนี้
ด้าน ‘มิซาโนริ อิวาเซ’ ผู้บริหารระดับอาวุโส (Senior Executive Officer) บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า กทม. เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และสยามสแควร์ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ มิตซูบิชิ เอสเตท มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำความเชี่ยวชาญระดับสากลมาร่วมขับเคลื่อนอนาคตของย่านนี้ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่เมืองและคนรุ่นต่อไป




ทำไมต้องชื่อ ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล’
สำหรับแนวคิดการทำตลาดโครงการเซ็นทรัล เซ็นทรัล (CenTRal cENtrAL) ด้าน ‘ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาดซีพีเอ็นกล่าวว่า โครงการฯ นี้วางตำแหน่งเป็นมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ และทำหน้าที่เป็น เม่เหล็กระดับ (Global Magnet) ที่จะดึงดูดกลุ่มต่าง ๆ อาทิ
- Global Young Mindsets กลุ่มรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยนซีทั่วโลก ซึ่งระยะหลังมีอินไซต์ชอบเที่ยวไทยมากขึ้น
- Global Talent คนทำงานทักษะสูงจากทั่วโลก
- นักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม (Global Affluent Travelers)
โดยโครงการฯ ยังได้จัดสรรพื้นที่ Social Public Space ขนาดใหญ่กว่า 3,400 ตร.ม. เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะ (Social Theatre) รองรับกิจกรรม Co-Creation ทั้งด้านศิลปะ ดนตรี แฟชั่น และกีฬา
นอกจากนี้ ยังติดตั้งนวัตกรรม Immersive LED Experience เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักศึกษาได้แสดงออกอย่างเต็มที่ และโครงการยังเชื่อมต่อกับย่านราชประสงค์และเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสร้างเครือข่ายย่านเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในกรุงเทพฯ
ส่วนที่มาของชื่อโครงการ CenTRal cENtrAL ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล’ นั้น ดร.ณัฐกิตติ์ บอกว่า
“เป็นการตั้งนำชื่อที่ตัวอักษรแบบฟรีฟอร์ม มาผสมกับความไทยแท้ที่ชอบพูดคำซ้ำแบบ ไปๆมาๆ รักนะจุ๊บๆ เลยกลายเป็นชื่อ ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล’”
โดยคาดว่า โครงการแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่เข้ามkคอมพลีทย่านปทุมวัน ให้เชื่อมต่อกับสยามสแควร์ ราชประสงค์ และเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อนำไปสู่เครือข่ายย่านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ที่แข็งแกร่ง
พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของโลก
ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวปิดท้ายภาพรวมศูนย์การค้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มีทราฟฟิกเติบโตเฉลี่ย 2-3% ต่อแห่ง ส่วน ‘เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์’ ศูนย์ฯแห่งใหม่ที่เปิดไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มีทราฟฟิกทะลุ 8 หมื่นคน/วัน ส่วนในครึ่งหลังปี2569 ภาดภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น จากปัจจัย สนับสนุน ราคาน้ำมันถูกลง ภาครัฐอัดฉีดงบประมาณ และเอกชนกลับมาลงทุน (จากต้นทุนที่ดีขึ้น)



