อาร์ม-ปิยะชาติ BRANDi เติม ‘GSI’ สร้างแต้มต่อใหม่ ‘GDP’ ไทยในเวทีโลก

อาร์ม-ปิยชาติ อิศรภักดี BRANDi เปิดแนวคิด GSI ดัชนีเศรษฐกิจยุคใหม่ ทำหน้าที่เป็น GDP Plus ช่วยวัดคุณภาพการเติบโต เสริมศักยภาพแข่งขันของไทย ท่ามกลางความท้าทายจาก AI ภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

 

  • GSI คือ GDP Plus ดัชนีใหม่ที่เข้ามาเสริม GDP เพื่อวัดคุณภาพการเติบโตของประเทศ ครอบคลุมทั้งนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และศักยภาพระยะยาว
  • ไทยยังมีพื้นที่พัฒนา ไทยมีจุดแข็งด้านการเข้าถึงโอกาสของประชาชน แต่ยังต้องเร่งสร้างนวัตกรรมและประสิทธิภาพเชิงสถาบัน
  • โลกใหม่วัดที่คุณภาพ การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างอนาคตอย่างยั่งยืนด้วย

 

โลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการวัดความสำเร็จของประเทศด้วยตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอแล้ว เพราะแม้เศรษฐกิจจะเติบโต แต่คำถามสำคัญคือ ‘คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นจริงหรือไม่?’ และ ‘การเติบโตนั้นยั่งยืนเพียงใด?’ สิ่งนี้ คือจุดเริ่มต้นแนวคิด ‘Sustainomy’ เศรษฐกิจยั่งยืน ที่เกิดจากการผสานระหว่าง Sustainable และ Economy เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง คน (People), โลก (Planet), กำไร (Profit) ให้เดินหน้าไปพร้อมการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่

 

โดยแนวคิดดังกล่าว สะท้อนการเปลี่ยนกรอบความคิด (Logic Shift) ครั้งสำคัญ ที่มองว่า ‘ความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นเรื่องเดียวกันแล้ว’ ตามที่ ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี Chief Sustainomist, BiOST และ CEO, BRANDi and Companies ผลักดันมาตลอดกว่า 3 ปี เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

ล่าสุด BRANDi เปิดสำนักงาน HOPE Quarter จัดงาน Global Sustainomy Outlook #1 ภายใต้แนวคิด ‘Beyond GDP : ก้าวข้ามขีดจำกัดการเติบโต สู่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพแห่งอนาคต’ เพื่ออัปเดตทิศทางเศรษฐกิจโลก พร้อมเปิดตัวแนวคิด Global Sustainomy Index หรือ GSI ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ถูกออกแบบให้เป็น ‘GDP Plus’ เครื่องมือเสริมการวิเคราะห์การเติบโตของประเทศในมิติที่ลึกขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย แข่งขัน เติบโต และรับมือความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

 

 

GSI คือ อะไร แล้วทำไมต้องมี?

 

อาร์ม-ปิยชาติ  บอกว่า เศรษฐกิจในตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ใช้ ‘GDP’ เป็นเครื่องมือหลักในการวัดขนาดเศรษฐกิจของประเทศ โดยคำนวณจาก การบริโภค (Consumption) การลงทุน (Investment) การใช้จ่ายภาครัฐ (Government Spending) และการส่งออก (Export) จากสมการดังกล่าวนี้ ทำให้ GDP ตอบคำถามว่า ‘เศรษฐกิจใหญ่แค่ไหน’? แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ‘การเติบโตนั้นมีคุณภาพหรือไม่’?

 

เขาบอกอีกว่า ตอนนี้ โลกกำลังเผชิญโจทย์ใหม่จากหลายปัจจัยอย่าง

 

  • ความเหลื่อมล้ำ
  • สังคมสูงวัย
  • ภูมิรัฐศาสตร์
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • AI

 

ทั้งหมดนี้ ทำให้ GDP แบบเดิมไม่สามารถสะท้อนภาพได้ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของ Global Sustainomy Index (GSI) ดัชนีที่ทำหน้าที่เป็น ‘ปลั๊กอิน’ เสริม GDP เพื่อวัดศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

 

GSI ชี้วัด 5 เสาหลัก

 

ขณะที่ GSI นอกจากนำมาใช้ร่วมวัดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและยังประเมินความพร้อมของประเทศในการเติบโตผ่าน 5 เสาหลัก (Pillars) ได้แก่

 

  1. คุณภาพเชิงโครงสร้าง (Structure)
  2. ความสามารถในการรับมือความเสี่ยง (Resilience)
  3. ความครอบคลุมทางสังคม (Inclusion)
  4. ประสิทธิภาพเชิงสถาบัน (Institutional Capability)
  5. ศักยภาพการเติบโตจากผลิตภาพและนวัตกรรม (Productivity & Growth)

 

โดย อาร์ม-ปิยะชาติ ย้ำว่าแนวคิดนี้ ยังสอดคล้องกับงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ที่ชี้ว่า

 

“ประเทศที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ไม่ได้อาศัยเพียงเงินลงทุนหรือการบริโภค แต่ต้องมีคุณภาพสถาบันที่ดี ทุนมนุษย์ที่แข็งแรง นวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว และความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน”

 

นอกจากนี้ ยังมีผลการประเมินด้าน GSI ล่าสุดในภูมิภาคอาเซียน ผลออกมาพบว่า ‘ไทย’ อยู่ในกลุ่มประเทศระดับกลาง (Structurally Constrained Development) จากจุดแข็งด้าน ‘Inclusion’ การเข้าถึงโอกาสของประชาชน แต่ยังมีช่องว่างสำคัญอย่าง กลไกภาครัฐ การขับเคลื่อนเชิงสถาบัน นวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่ง ประเทศไทยได้คะแนน Resilience ความสามารถในการรับมือความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 58 จาก 100 คะแนน สะท้อนว่ายังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก

 

เมื่อการจัดอันดับ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

 

เขา กล่าวอีกว่า ขณะที่เป้าหมายของดัชนีนี้ ไม่ใช่การจัดอันดับประเทศ เพราะในโลกปัจจุบัน ‘Benchmarking’ การเปรียบเทียบสำคัญกว่า ‘Ranking’ การจัดอันดับแล้ว

 

ด้วยแม้จะรู้ว่าใครอยู่อันดับหนึ่งไม่ช่วยให้ประเทศพัฒนาได้เท่ากับการรู้ว่าจุดอ่อนและจุดแข็งของตนเองอยู่ตรงไหน และควรเรียนรู้อะไรจากประเทศอื่น

 

ขณะที่ GSI ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนแผนที่การพัฒนา ที่ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และนักลงทุน มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศได้ชัดขึ้น ว่าเศรษฐกิจมีความพร้อมรับมือความเสี่ยงเพียงใด มีศักยภาพสร้างนวัตกรรมมากแค่ไหน และสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนได้จริงหรือไม่

 

อาร์ม-ปิยะชาติ กล่าวทิ้งท้ายในมุมของ BranDi เชื่ออย่างหนักแน่นว่าการเติม GSI เข้าไปข้าง GDP ไม่ได้เป็นการปฏิเสธการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการยกระดับจากการวัดเชิงปริมาณ ‘Quantity’  ไปสู่การวัดเชิงคุณภาพ ‘Quality’ เพื่อเข้าสู่ขีดการแข่งขันโลกยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดกันที่ขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญด้านคุณภาพของระบบ ความสามารถในการปรับตัว และศักยภาพในการสร้างอนาคต

 

ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม GSI จึงถูกวางให้เป็นเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นโอกาสในการเติบโตครั้งต่อไป และก้าวจากประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศคุณภาพสูง (High Quality Country) ที่สามารถสร้างทั้งความมั่งคั่ง ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันได้พร้อมกัน

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.