BRANDi ส่งพิมพ์เขียว Blue Print เศรษฐกิจยั่งยืนประเทศไทย รับมือโพลีไครซิส -AI และความผันผวนทุนโลก ย้ำ ‘Sustainomy’ เป็นทางรอด พร้อมโอกาสปี 2569 ที่โลกจับตาไทย
By DOUNGJAI CHITTMONGKOL
- ไทยต้องมี ‘Blue Print’ เศรษฐกิจยั่งยืนระดับชาติ BRANDi ทำแผนแม่บท Sustainomy เสนอ 20 หน่วยงานรัฐ เพื่อขับเคลื่อนทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมาย ผสาน People–Planet–Profit ให้เติบโตพร้อมกัน และยืนระยะได้ในบริบทโลกใหม่
- โลกเผชิญ PolyCrisis เกมเศรษฐกิจเปลี่ยนสู่ ‘เครือข่าย’ จากความผันผวนทุน (Capital Turbulence) และ AI ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิมลดบทบาท ขณะที่ Community และแพลตฟอร์มกลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ ขณะที่ประเทศที่รีโพสิชั่นเร็วและสร้าง Capacity รองรับการเปลี่ยนผ่าน จะได้เปรียบในระยะยาว
- ปี 2569 คือจังหวะทองของไทยบนเวทีโลก การจัดงานระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand 2026 สะท้อนศักยภาพ Soft Power และการท่องเที่ยว หากวางยุทธศาสตร์ถูกทาง ไทยสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจยั่งยืนและสร้างภาพลักษณ์ประเทศใหม่ได้ทันที
อาร์ม-ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และผู้ก่อตั้ง BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) องค์กรธุรกิจให้คำปรึกษาเปลี่ยนผ่านความยั่งยืน ด้วยแนวคิด คน (People) โลก (Planet) กำไร (Profit) สามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้
ถึงในวันนี้ BRANDi เดินทางสู่ปีที่ 14 และพร้อมจะไปต่อบนวิถีแห่งความยั่งยืนด้วยความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยในเวลานี้ยังสอดคล้องกับสถานการณ์โลกได้เคลื่อนสู่ยุค ‘Sustainomy’ เศรษฐกิจแห่งความยั่งยืน และถึงเวลาที่ ‘ประเทศไทย’ จะต้องมี ‘Blue Print’ แผนแม่บทเรื่องนี้อย่างจริงจัง ด้วยเช่นกัน
โดย BRANDi ตั้งใจนำเสนอบลูพรินต์แผนเศรษฐกิจยั่งยืนไปยัง 20 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกัน ‘คิดต่อ’ พร้อมพาประเทศไทยให้ไปต่อในบริบทโลกยุคใหม่ทีแตกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
จากแนวคิดนี้ เป็นส่วนหนึ่งการจัดงานในเวที ‘FUTUREADY 2026: พลังความร่วมมือข้ามภาคส่วน’ โดยมีผู้แทนระดับแนวหน้า ครอบคลุมตั้งแต่ผู้แทนองค์การสหประชาชาติ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารกลาง หน่วยงานกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ผู้กำกับดูแลตลาดทุน ภาคพลังงาน ภาคการลงทุน ไปจนถึงผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ความเสี่ยงการเติบโตแบบใหม่ และโอกาสเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ ‘Sustainomy’ ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

รีโพสิชั่น ประเทศไทย
ซีอีโอ BRANDi บอกว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ ‘Sustainomy’ ของไทย จะต้องไปพร้อมกันทั้งระบบ แต่จุดสำคัญต้องตั้งต้นจาก ‘Mindset’ วิธีคิดของผู้นำองค์กรที่จะต้องเชื่อมั่นพร้อมลงมือทำอย่างเร่งด่วน เพื่อออกแบบระบบใหม่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พาประเทศไทยสามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขณะที่เศรษฐกิจแห่งอนาคตนี้ จะต้องทำควบคู่เพื่อวางรากฐานระยะยาวการเติบโตเศรษฐกิจความยั่งยืน (Sustainable Future) ที่จะก่อให้เกิด ‘น่านน้ำใหม่’ ของประเทศไทยทั้ง 3 ระยะ(Phase) คือ
- ระยะสั้น คิดลงมีปฏิบัติทำแผนในทันที
- ระยะกลาง การมีวินัยการเงินและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- ระยะยาว กระบวนการคิดสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีคุณภาพสูง
เขาย้ำว่า โพสิชั่นนิ่งสำคัญ คือ ไทยต้องมีเป้าหมายใหญ่ในระดับสูงให้ทุกภาคส่วนจะต้องเติบโตร่วมกัน คนไทยตัวเล็กเข้ามามีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นจะเกิดการแบ่งชนชั้นในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และบริการเวลเนส
“โจทย์คือ การจะเปลี่ยนผ่านด้านใดต้องเสริมความสามารถด้านนั้น มีคาแพคซิตี้ปริมาณเพียงพอหรือไม่ รวมถึงเรื่องวัฒนธรรม และต้องยอมรับจุดสำคัญว่า การเปลี่ยนผ่านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การมีแผนรองรับไม่ทำให้คนตกงาน เพื่อตอบโจทย์ทรานซิชั่น”
ขณะที่กลไก (Mechanism) การขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจความยั่งยืนด้วยสถาบันต่าง ๆ ให้เข้ามามีบทบาทผลักดันในเรื่องนี้ พร้อมวัดคุณภาพประเทศในอนาคต ไปจนถึงแผนรองรับความสามารถในการปรับตัว ‘Resilience’ ซึ่งไทยมีศักยภาพด้านนี้พอสมควร แต่ในตอนนี้ศักยภาพไทยยังไม่กลับไปเท่ากับช่วงก่อนเกิดแพนเดอมิก
ด้วยในขณะนี้โลกกำลังอยู่ในเวทีใหม่ ทั้งการมาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหลุมอากาศเศรษฐกิจ (Economic Turbulence) รวมถึงสองเรื่องใหญ่ในปัจจุบัน คือ ความสงบสุข (Peace) และความปลอดภัย (Security) โดย ซีอีโอ BRANDi ยังตั้งคำถามต่อว่า….
“หากสหรัฐไม่นำความสงบสุขของโลกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น และประเทศไทยจะอยู่กับบริบทใด ด้วยหากไม่มีกรอบคิดนี้ จะตอบไม่ได้ทั้งควิก วิน และ ลอง เทิร์ม เพื่อแข่งขันในอนาคต ด้วยเมื่อเทียบกับมาเลเซีย หรือ เวียดนาม แล้ว อะไรคือความมั่นคงของประเทศไทย?
เขา สะท้อนต่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและกำลังไปต่ออย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากความผันผวนของโลกในยุควิกฤตซ้อนวิกฤต ‘PolyCrisis’ เห็นได้ชัดจากความไม่แน่นอนของแหล่งทุน (Capital Turbulence) ซึ่งไม่มี สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) แบบเดิมแล้ว จากเดิมเงินดอลลาร์ไหลไปทองคำและเกิดพื้นที่สินทรัพย์ใหม่ Tokenization ทำให้การกระจายสินทรัพย์มีความซับซ้อนมากขึ้น
“ในตอนนี้ยิ่งถือครองทุนมาก ยิ่งรับความเสี่ยงสูง”
คอมมูนิตี้ คือ สินทรัพย์
ปิยะชาติ เสริมต่อถึงปัจจุบันเกมการแข่งขันเปลี่ยนไปแล้ว ‘เราทุกคน’ อยู่ในยุคแข่งขันกับเอไอ ต่างจากอดีตราว 50 ปีก่อน ‘ใครผลิตสินค้าได้มาก’ คือผู้มั่งคั่ง ถัดมาเป็นยุค ‘ใครสร้างเทคโนโลยีได้’ คือผู้มั่งคั่ง แต่วันนี้ ‘ใครเป็นเจ้าของเครือข่าย’ คือผู้มั่งคั่ง เช่นแพลตฟอร์มโซเชียล มีเดีย ต่างๆ อย่าง facebook ที่ถือครองบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากซึ่งกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญในปัจจุบัน เป็นการเปลี่ยนผ่านจากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สู่การรวมกลุ่มชุมชน (Community)
การจัดอันดับ กับดักเติบโต
ซีอีโอ BRANDi ย้ำอีกว่าสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำ คือ Fusion การรวมศักยภาพพร้อมเปลี่ยนวิธีคิดและกลไก เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ขณะที่การยึดติดกับการจัดอันดับ (Ranking) และการทำงานในรูปแบบแบ่งไซโล (Silo Working) จะทำให้ปิดกั้นโอกาสด้วยไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ไปพร้อมกับมองภาพในอนาคตควรมองต่อไปถึงใน 40 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีหน้าตาอย่างไร?
นอกจากนี้ ยังต้องปิดช่องว่างการใช้อำนาจจุดต่างๆ ที่จะแทรกแซงเศรษฐกิจโลกใหม่ ไปจนถึงการตอบคำถาม ‘เราจ่ายภาษีไปเพื่ออะไร’ จากทั้งกลุ่มองค์กรธุรกิจ และ ภาคประชาชน ที่จากนี้ไปกระบวนการภาษีต้องสร้างพลัง (Empower) ให้ธุรกิจเติบโตยั่งยืนด้วย

โอกาส ปี2569 โลกจับตาไทย
ปิยะชาติ บอกว่า ‘ประเทศไทย’ ยังเดินหน้าไปต่อจากหลายภาคส่วนรัฐและเอกชนทำงานสอดคล้องกัน โดยเฉพาะในปี 2569 ที่โลกมองมาไทย จากการมาของ ‘Tomorrowland Thailand 2026’ (เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ระดับโลกจากเบลเยียม มาจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียอย่างเต็มรูปแบบ ณ Wisdom Valley เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569-Alternate-X)
“ปีนี้โลกจับตาประเทศไทย เราจะไปสู่เป้าหมายใด และเป็นโอกาสให้ไทยต่อยอดในหลายด้านทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว”
Alternate-X สรุปให้
อาร์ม–ปิยะชาติ แห่ง BRANDi เสนอ พิมพ์เขียว ‘Blue Print’ เศรษฐกิจยั่งยืน ผลักดันไทยสู่ยุค Sustainomy ที่ People–Planet–Profit เติบโตไปด้วยกัน แนวคิดถูกขยายบนเวที FUTUREADY 2026 รวมผู้นำรัฐ–เอกชน–การเงิน วิเคราะห์ความเสี่ยงโลกใหม่และโอกาสไทย การเปลี่ยนผ่านต้องทำ 3 ระยะ: ระยะสั้นลงมือทันที ระยะกลางสร้างวินัยการเงิน–โครงสร้างพื้นฐาน ระยะยาวยกระดับสู่ประเทศคุณภาพสูง เมื่อโลกเผชิญ PolyCrisis, Capital Turbulence และ AI ทำให้ ‘เครือข่าย–คอมมูนิตี้’ กลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ แทนที่ Commodity และในปี 2569 เป็นจังหวะสำคัญ เมื่อไทยถูกจับตาจากงานระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand 2026 โอกาสรีโพสิชั่นประเทศสู่เวทีเศรษฐกิจยั่งยืน




