3 แรงหนุน ดันตลาดอาหารเครื่องดื่มปี 2569 แตะ 1.24 ล้านล้านบาท

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ มอง 3 ปัจจัยหนุนตลาดอาหารและเครื่องดื่มไทยปี 2569 มูลค่าแตะ 1.24 ล้านล้านบาท เผยเทรนด์ร้านอาหาร •เทคโนโลยีหลังบ้าน •โซลูชันใหม่เพิ่มกำไรธุรกิจ ในงานแฟร์ FHT ระดับภูมิภาค

 

 

  • ท่องเที่ยวฟื้น ดันดีมานด์ร้านอาหารโต นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติกลับมาคึกคัก หนุนการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และบริการอาหารทั่วประเทศ
  • เดลิเวอรี-แอปสั่งอาหาร เปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค การสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลยังเติบโตต่อเนื่อง สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ ช่วยขยายฐานลูกค้า เพิ่มช่องทางขาย และเพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ
  • อาหารพร้อมทาน โตตามวิถีชีวิตเร่งรีบ ผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่ายมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มอาหารพร้อมทานและร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ครองส่วนแบ่งตลาดสูง

 

‘สุภาภรณ์ อังศรีสุรพร’ ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 (FHT) กล่าวว่า ข้อมูลของ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และ Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำของโลก ระบุธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มไทยในปี 2569 คาดมูลค่าการเติบโต 1.24 ล้านล้านบาท จาก 3 ปัจจัยหลักสนับสนุน คือ

 

  1. ด้านการท่องเที่ยว
  2. การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน
  3. ความนิยมอาหารพร้อมทาน

 

ขณะที่ กลุ่มร้านอาหารที่ให้บริการแบบรวดเร็ว (Quick Service Restaurants : QSR) จะครองส่วนแบ่งตลาดได้สูง เพราะตอบโจทย์ด้านเวลาในราคาที่เหมาะสม

 

นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้ม (เทรนด์) ที่น่าสนใจ คือ ร้านอาหารอิสระและสตรีท ฟู้ด  (Street Food) ยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนสูงถึง 73.78% เมื่อเทียบกับร้านสาขา สะท้อนภาพความหลากหลายของผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย และ 74% ของผู้ประกอบการต้องการนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มากขึ้น

 

ทั้งนี้ จากเทรนด์ดังกล่าว ยังเป็นโอกาสทั้งผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและตลาดอุปกรณ์และโซลูชันสมัยใหม่ ตั้งแต่อุปกรณ์ครัวระดับมืออาชีพที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานหนักได้ต่อเนื่องและอุปกรณ์ทำอาหารขั้นสูง เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพอาหารได้สม่ำเสมอ แม่นยำ ทำให้เตรียมอาหารได้เร็วขึ้น

 

รวมถึงอุปกรณ์ฟังก์ชันอัตโนมัติหรือโปรแกรมสำเร็จรูปช่วยให้ทำงานได้เร็ว จัดการหลายขั้นตอนได้พร้อมกัน ประหยัดพลังงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และระบบเสิร์ฟสมัยใหม่ เช่น POS อัจฉริยะ การสั่งอาหารผ่านมือถือ แอปพลิเคชันและการชำระเงิน

 

“การเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์และระบบธุรกิจที่ทันสมัยให้ธุรกิจร้านอาหาร ยังช่วยให้บริการลูกค้าได้ราบรื่นและรวดเร็วขึ้น ลดความผิดพลาดในการรับออเดอร์ สามารถเก็บข้อมูลเพื่อวางแผนสต็อกสินค้าและวิเคราะห์ลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้ดีขึ้นด้วย”

 

 

สุภาภรณ์  เสริมว่า สำหรับการจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ในปีนี้ ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569  บริเวณชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นอีกหนึ่งงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันจากระบบหลังบ้าน ที่มีความเร็ว แม่นยำ สะดวกและคุ้มค่าทางธุรกิจ ด้วยอุปกรณ์และโซลูชันเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด จากบริษัทชั้นนำของโลกและไทย อาทิ

CL Lock •Great System (Thailand) • Jassway (Thailand) • Material World • Newton Food Equipment • Peerapat Technology• Sunmi • VJ International Group ฯลฯ

 

ไฮไลต์ครั้งแรกในโลก

 

นอกจากนี้ ในงานฯ ยังเปิดตัวอุปกรณ์สำหรับธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารครั้งแรกของโลกและของภูมิภาค อาทิ

 

  • เครื่องซีลสูญญากาศจากอิตาลี Orved ทำได้มากกว่าการเก็บถนอมอาหาร โดยสามารถหมักเนื้อ ดึงรสชาติ แพ็กของเหลว ช่วยยืดอายุอาหารและลดของเสียในครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Chiere One Biz by TINECO เครื่องปรุงอาหารอัตโนมัติที่รวมการควบคุมอุณหภูมิ การผัด และการจ่ายวัตถุดิบไว้ในเครื่องเดียว
  • Zeoniq ระบบ POS บนคลาวด์ที่ช่วยบริหารการขาย สต๊อกสินค้า ออเดอร์ และข้อมูลธุรกิจแบบครบวงจร
  • MyHotel แพลตฟอร์มบริหารโรงแรมอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกแผนกให้เข้าถึงแบบ Real-time พร้อมระบบ IoT ควบคุมไฟและเครื่องปรับอากาศ ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 15–20% และยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าพักแบบไร้สัมผัส

 

โดย ภายในงานฯ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์ การประชุม สัมมนา การให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมาก

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.