‘ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี ประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน’ สโลแกนเมืองด่านซ้าย หนึ่งในอำเภอติดชายแดนของไทย จังหวัดเลย กับเสน่ห์งานประเพณีท้องถิ่น และ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพระธาตุศรีสองรัก ศูนย์รวมใจผู้คนจากงานบุญสู่เทศกาลระดับโลก ‘ผีตาโขน’ ที่กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นแบบเงียบๆ
อ่านเนื้อหาอื่น ที่เกี่ยวข้อง
ต่อจากบทความก่อนหน้า AlternateX พาไปทำความรู้จักอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่มีงานประเพณีท้องถิ่นจัดขึ้นเกือบตลอดทั้งปี อีกหนึ่งงานประเพณีศักดิ์สิทธิ์ล้างองค์พระธาตุศรีสองรัก ที่จัดขึ้นก่อนถึงงานประเพณีระดับซิกเนเจอร์ อีเวนต์ งานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน
งานบุญหลวงและผีตาโขน
หลังจบพิธีล้างและสักการะประจำปีพระธาตุศรีสองรัก แล้วในเดือนถัดไปหรือราวเดือนมิถุนายนของทุกปี จะเข้าสู่งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ซึ่งในตอนนี้ประเพณีฯ ถูกยกระดับสู่งานเทศกาลท่องเที่ยวที่ดึงดูกนักท่องเที่ยวในระดับโลก ไปแล้ว
สำหรับงานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2569 โดยในวันแรกจะเป็นพิธีอัญเชิญพระอุปคุต ถัดมาในวันที่สอง จะเป็นวันแห่ผีตาโขน (วันแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง) และวันสุดท้ายเป็นงานพิธีแห่กัณฑ์หลอน และทำบุญฟังธรรม ร่วมกัน
ขณะที่ความสนุกสนานของประเพณีนี้ที่ชาวด่านซ้าย และนักท่องเที่ยวเฝ้ารอ คือ การละเล่นผีตาโขน ด้วยก่อนจะถึงงานประเพณีนี้ ชาวด่านซ้ายที่มีฝีมืองานช่างหัตถกรรมและงานศิลปะ ต่างซุ่มทำ ‘หน้ากากผีตาโขน’ ของตัวเองเพื่อนำมาเล่นในขบวนแห่กิจกรรมประเพณี

พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย เล่าประวัติ ผีตาโขน เป็นประเพณีการละเล่นพื้นบ้านของด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่สืบทอดมายาวนาน สำหรับเทศกาลงานบุญผีตาโขน เป็นส่วนหนึ่งของ ‘งานบุญหลวง’ ซึ่งรวมเอา ‘งานบุญพระเวส’ (ฮีตเดือนสี่) และ ‘งานบุญบั้งไฟ’ (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน
งานบุญพระเวส เป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ซึ่งถือว่าจะได้อานิสงส์แรงกล้า บันดาลให้พบพระศรีอริยเมตไตรย์ในชาติหน้า ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล
ในงานบุญหลวงนี้ จะมีกองทัพ ‘ผีตาโขน’ ออกมาเต้นวาดลวดลายทั่วเมืองด่านซ้าย ร่วมสร้างความสนุกสนานครึกครื้นในขบวนแห่นี้อีกด้วย
ส่วนที่มาของคำว่า ‘ผีตาโขน’ นั้นบ้างน่าจะมาจากการที่ผีเหล่านี้สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของหัวโขนแต่เดิมบางคนเรียกว่า ‘ผีตาขน’ แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนขณะเข้าทรงว่า ‘ผีตามคน’ ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนเป็น ‘ผีตาโขน’ ในที่สุด

ผีตาโขน-ผีที่เท่สุดในโลก
การละเล่นผีตาโขน นอกจากเป็นกิจกรรมประเพณีท้องถิ่นแสนสนุกสนานแล้ว ปัจจุบัน ‘การทำหน้ากากผีตาโขน’ ยังได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนไปแล้วด้วย เช่นกัน
‘พี่หนึ่ง’ ชาวด่านซ้ายเล่าว่า “ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หน้ากากผีตาโขน กลายเป็นไอเท็มที่เพิ่มมูลค่าให้กับงานประเพณีไปแล้ว จากความตั้งใจการทำหน้ากากผีตาโขน ด้วยลวดลายเอกลักษณ์เฉพาะจากงานฝีมือ ทำให้หลังการเล่นผีตาโขนจบจะมีคนเข้ามาขอซื้อหน้ากากผีตาโขนที่ถูกใจในทันที ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อชิ้น”
นอกจากหน้ากากแล้ว ยังรวมไปถึงชุด ผีตาโขน ในยุคปัจจุบันที่หลายบ้านให้ความสำคัญกับการตัดเย็บชุดเพื่อสวมใส่ ซึ่งชุดของผีตาโขนเองก็มีการจำหน่ายและ ‘ตีราคา’ ต่อชุดที่สนใจหลังการละเล่นสิ้นสุดลงเช่นกัน
จากวิวัฒนาการทั้งหน้ากากและชุดผีตาโขน ที่เดินทางจากรุ่นสู่รุ่น ถึงในตอนนี้ อาจเรียกได้ว่า คณะผีตาโขน แห่งเมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย น่าจะเป็นแก๊งผีที่เท่สุดในโลกก็ว่าได้ ด้วยแม้ว่าจะสวมใส่ทั้งหน้ากากและชุดผีตาโขนเข้าไป แต่ก็ยังแอบเห็นแฟชั่นรองเท้า หรือ สนีกเกอร์เท่ๆ ที่เหล่าผีหยิบมาใส่อีกด้วย

มาเล่นกันเถอะ..มาเล่นกันเถอะ
สำหรับการละเล่นผีตาโขน ที่มาพร้อมกับเหล่ากองทัพผีใส่หน้ากาก จะมีสองส่วนประกอบกัน คือ ‘ผีตาโขนใหญ่’ เป็นหุ่นรูปตาโขน ขนาดสูงใหญ่เคลื่อนไหวได้ โดยจะมีคนเข้าไปควบคุมอยู่ภายในหุ่นเพื่อแสดงลีลาท่าทางต่างๆ ถือเป็นสีสันสำคัญที่สร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับผู้ชมในเทศกาลบุญใหญ่นี้
ในการจัดทำขบวนแห่แต่ละปี มีกฎสำคัญ คือ จะทำผีตาโขนใหญ่ได้เพียงคู่เดียวเท่านั้น (ไม่เกิน 2 ตัวต่อหนึ่งขบวน) โดยต้องทำเป็นคู่ชายและหญิงเสมอ และมีการทำสัญลักษณ์ทางเพศให้เห็นเด่นชัด
โดยโครงสร้างหุ่นส่วนลำตัวและหัวทำจากการนำตอกไม้ไผ่มาสานให้เป็นรูปร่างขนาดใหญ่ ส่วนใบหน้านิยมใช้กระด้ง กระดาษแข็ง หรือไม้มาประกอบ แล้วตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติให้เป็นตา จมูก และปาก พร้อมทาสีสันให้ดูน่ากลัวตามเอกลักษณ์ของผีตาโขน
ส่วนการแต่งกายของหุ่น จะใช้เศษผ้าหรือกาบต้นลานแห้งมาเย็บต่อกันเป็นชุดยาวคลุมโครงไม้ไผ่ ภายในตัวหุ่นจะมีคานไม้สำหรับให้คนแบกประคองไว้ และมีการเจาะช่องเล็กๆ บริเวณลำตัวเพื่อให้คนข้างในมองเห็นทางและยื่นมือออกมารับของบริจาคหรือสิ่งของจากผู้ชมได้
เนื่องจากหุ่นมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ผู้ที่จะเป็นคนเล่นผีตาโขนใหญ่ต้องมีรูปร่างสูงใหญ่และร่างกายที่แข็งแรง เพื่อให้สามารถแบกหุ่นและร่ายรำไปตามจังหวะดนตรีได้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางของขบวนแห่
มาถึงส่วนที่สอง ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ คือ การละเล่นผีตาโขนเล็ก หรือ ผีตาโขนน้อย จะมีหน้ากาก ชุด และอุปกรณ์การเล่นสำคัญ 2 อย่าง คือ ‘อาวุธ’ ของผีตาโขนน้อยทุกตัว จะต้องมี ‘ดาบ’ หรือ ‘ง้าว’ ทำจากไม้เนื้ออ่อน เป็นอาวุธประจำกาย
และ ‘เครื่องดนตรี’ ใช้สร้างเสียงดังเป็นจังหวะประกอบท่าเดิน หรือ ท่าเต้น เช่น ‘หมากกะแหล่ง’ (ปกติใช้แขวนคอวัว ควาย) กระดิ่ง กระพรวน หรือ กระป๋องที่บรรจุก้อนหิน สร้างเสียงกรุ๋งกริ๋งๆ ตลอดเส้นทางขบวนผีตาโขนแอนด์เดอะแก๊ง
ส่วน การละเล่นผีตาโขนน้อย คือการเล่นผีตาโขนแบบใส่หน้ากาก และใช้ผ้าคลุมร่างกายให้มิชิด เนื่องจากการทำหน้ากากผีตาโขนน้อย ไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขเหมือนกับการทำผีตาโขนใหญ่ จึงทำให้เป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย
มาถึงบรรทัดนี้ Alternate-X อยากบอกว่า เมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย นั้นมีเสน่ห์และความสนุกมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะประสบการณ์การเดินทางเพื่อเข้าสู่อำเภอด่านซ้าย ที่เราจะมองเห็นวิวแห่งขุนเขาใหญ่โตมาโอบล้อมเมืองเล็กๆ น่ารักๆ เอาไว้อย่างทะนุถนอมและอบอุ่น ที่นอกจากงานประเพณีแล้ว ยังมีบรรยากาศท้องถิ่นและของกินเอกลักษณ์ อย่างตำเส้นด๊องแด๊งน้ําผักสะทอน เครื่องปรุงรสท้องถิ่นที่หากินได้ที่ เมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย เท่านั้นอีกด้วย………
คอนเฟิร์มเลยว่า ‘เมืองไทย…ไม่ไปไม่รู้’ อันนี้ของจริง!!

STORYTELLER BY LilGray



