JSP ลุ้นวิกฤตสต็อกปุ๋ยนอกใช้ได้ถึงเมษายนนี้ ชุบชีวิตบาย-โปรดักส์ ‘กากเจลาติน’ สู่จุลินทรีย์ขยัน JSP EM ปรับผิวดิน ทางเลือก/ทางรอดพืชเศรษฐกิจไทย สยบวิกฤตโลจิสติกส์โลกชะงัก
-
ไทยเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรียจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยสต็อกปัจจุบันคาดว่าจะมีใช้ถึงเพียงเดือนเมษายน 2569 นี้เท่านั้น กระทบหนักต่อกระดูกสันหลังของชาติ
-
JSP เปิดตัว ‘จุลินทรีย์ขยัน JSP EM’ นวัตกรรมไบโอเทคจากกากเจลาตินเหลือทิ้ง พลิกขยะในโรงงานยาสู่สารบำรุงพืชที่ดูดซึมเร็วและเยียวยาเซลล์พืชได้ทันที
-
ผลิตภัณฑ์ใช้เทคโนโลยี ‘Super Team’ จุลินทรีย์ 5 ชนิดที่ทำหน้าที่เป็นพลาสเตอร์ชีวภาพ ช่วยหยุดเชื้อร้ายและลดการสะสมเคมีในดินอย่างยั่งยืน
พิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหาร ’สุภาพโอสถ’ และผู้รับจ้างผลิต (OEM) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supplychain) ในทุกอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมที่เป็นกระดูกสันหลังของไทย จากปัจจุบันประเทศไทยมีสต๊อกปุ๋ยคงเหลือราว 1.116 ล้านตัน และคาดว่าจะมีปุ๋ยยูเรียนำเข้าเพิ่มอีกประมาณ 0.037 ล้านตัน ซึ่งปริมาณสำรองที่มีอยู่อาจเหลือเพียงพอถึงเดือนเมษายนนี้เท่านั้น ซึ่งภาครัฐได้เร่งมาตรการหาแหล่งนำเข้าใหม่ พร้อมส่งเสริเกษตรกรปรับสูตรการใช้ปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า
ขณะที่ JSP ในฐานะภาคเอกชน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพนำผลพลอยได้ (By-product) จากกระบวนการผลิตยาและอาหารเสริม เช่น กากเจลาติน มาผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ 5 ชนิด พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดินและพืช ภายใต้ชื่อ ‘จุลินทรีย์ขยัน (JSP EM)’ ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารของพืช และสามารถช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีในระยะยาว และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ‘กำจัดกลิ่นไบโอคลีน’
โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พัฒนาบนพื้นฐานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นไบโอเทค โซลูชั่น (Biotech Solution) ที่ปลอดภัยระดับฟู้ด เกรด (Food Grade) และมีสาระสำคัญ ดังนี้
- ไกลซีนและโพรลีน (Glycine & Proline) สารสำคัญที่เปรียบเสมือนนั่งร้านซ่อมแซมเซลล์ โดย Frontiers in Plant Science วารสารชั้นนำทางชีววิทยา ยืนยันว่า Proline และ Glycine คือกรดอะมิโนหลักที่พืชใช้สร้างผนังเซลล์ใหม่ ซึ่ง JSP E-M มีสารเหล่านี้เข้มข้น พืชจึงดูดซึมไปเยียวยาแผลได้ทันที
- เจลาติน เปรียบได้กับ ‘พลาสเตอร์ชีวภาพ’ โดยการศึกษาของ Frontiers ปี 2018 พบว่าเจลาตินช่วยเคลือบปิดบาดแผล ลดการสูญเสียน้ำและกันเชื้อโรคเข้าซ้ำ พร้อมปล่อยไนโตรเจนช้าๆ ให้พืช
- จุลินทรีย์ Super Team เป็นตัวหยุดเชื้อตัวร้ายชั้นดี งานวิจัยจาก PubMed และ PMC รายงานว่า Bacillus subtilis และ Lactobacillus สามารถผลิตสารปฏิชีวนะธรรมชาติ ลดความรุนแรงของโรค Phytophthora ได้จริง
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เหมาะสำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ทุเรียน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน รวมถึงตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในเมืองที่หันมาปลูกพืชเพื่อบริโภคเองและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคเกษตรไทยที่ต้องเร่งมองหาทางเลือกใหม่ และลดผลกระทบระยะยาวจากที่ไทยต้องพึ่งพาปุ๋ยไนโตรเจนนำเข้าจากตะวันออกกลาง 30 – 40%”
ทั้งนี้ การนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาต่อยอดทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรในระยะยาว ซึ่งหากสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ จะยังสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศได้อย่างยั่งยืนด้วย
นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำของเหลือจากกระบวนการผลิตมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ช่วยลดของเสียและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ สอดรับกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่กับหลัก ESG และ BCG พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างโอกาสด้านคาร์บอนเครดิต
อีกทั้งยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์บริษัท ‘Wellness for Life by Innovation’ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว บริษัทฯ วางแนวทางขยายการเข้าถึงสินค้าผ่านานตัวแทนในประเทศ และตัวแทนในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความแข็งแกร่งจากธุรกิจเดิม เพื่อให้สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Key Takeaways
-
ความล้มเหลวของโลจิสติกส์โลก เป็นแรงผลักดันให้เกษตรไทยต้องเร่งลดการพึ่งพาปุ๋ยนอกที่สูงถึง 40% และหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศแทน
-
การทำธุรกิจแบบเศรษบกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ช่วยโลกพร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรทุเรียนและปาล์มลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์
-
กลยุทธ์ ‘Wellness for Life by Innovation’ ของ JSP สะท้อนการนำ ESG มาใช้จริง โดยเปลี่ยนของเสียเป็นรายได้และสร้างคาร์บอนเครดิตเพื่อความยั่งยืน



