Canva AI 2.0 เปลี่ยนเสียงในหัวเป็นดีไซน์จริงในไม่กี่วินาที ด้วยพลัง AI Lab

แคนวา แพลตฟอร์มออกแบบออนไลน์ อัปเลเวลสู่ Canva AI 2.0  รับโลกครีเอทีฟและดีไซน์ที่ต้องให้ ‘เอไอ’ มาเป็นผู้ช่วย ‘คิดอยู่ในหัวแค่พูดมา แคนวา ทำให้ได้’ 

 

  • Canva ขึ้นแท่น AI อันดับ 3 ของโลก มีผู้ใช้งานกว่า 250 ล้านคนต่อเดือน สะท้อนการเติบโตของ AI ในสายครีเอทีฟอย่างชัดเจน
  • เปิดตัว Canva AI 2.0 ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้ง เปลี่ยนแพลตฟอร์มจาก ‘เครื่องมือ’ เป็น ‘ผู้ช่วยคิด’ ครอบคลุมตั้งแต่ไอเดียจนถึงผลงานจริง
  • ลงทุน AI Lab และโมเดลเฉพาะด้านดีไซน์ พัฒนา AI ที่เร็วกว่าและต้นทุนต่ำกว่าเจ้าอื่น รองรับงานภาพ วิดีโอ และดีไซน์ครบวงจร

 

Canva (แคนวา) แพลตฟอร์มออกแบบออนไลน์ ภายใต้โมเดลธุรกิจ SaaS (Software-as-a-Service) จากความตั้งใจ ‘ให้ใคร ๆ ก็ออกแบบได้’ ของกลุ่มผู้ก่อตั้ง เมลานี เพอร์กินส์ (Melanie Perkins),คลิฟ โอเบรชท์ (Cliff Obrecht) และ คาเมรอน อดัมส์ (Cameron Adams) เกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ถึงในวันนี้ ‘แคนวา’ ให้บริการระดับโลกเข้าสู่ปีที่ 13 แล้ว

 

กับคอนเซปต์ ‘ความง่าย’ ในการใช้งานของแคนวากับรูปแบบเทมเพล็ต (Template) สำเร็จรูป ให้เลือกใช้ต่างๆ อย่าง โพสต์โซเชียลมีเดีย, พรีเซนเทชั่น, โปสเตอร์, เรซูเม่, และวิดีโอ ที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่อาจไม่ต้องมีความรู้ด้านการออกแบบก็สามารถสร้างงานสวยงามได้

 

พร้อมจุดเด่น ‘ลากและวาง’ (Drag-and-Drop) ที่เรียกว่าเป็นการ ‘Hack’ วิธีทำงานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก

 

ถึงในตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 250 ล้านคนต่อเดือน

 

อัปเลเวล Canva AI 2.0

ล่าสุดเมื่อกลางเดือนเมษายน 2569  ที่ผ่านมา ‘Canva’ ประกาศก้าวสำคัญครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2556 ด้วยการเปิดตัว Canva AI 2.0 จุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งการสร้างสรรค์ด้วย AI พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Canva ในฐานะศูนย์กลางการทำงานแห่งอนาคต

 

สำหรับทิศทางใหม่ของ Canva นี้ เป็นผลจากพลังแล็บ AI ระดับแนวหน้าและการลงทุนพัฒนาโมเดลพื้นฐานสำหรับงานดีไซน์มาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา

 

โดย Canva AI 2.0 ได้ยกระดับ Canva ให้เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์แอ็คทีฟอัจฉริยะ ในฐานะผู้ช่วยสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิดไอเดียจนออกมาเป็นผลงานจริงที่เน้นการทำงานเชิงรุก ช่วยให้ทีมเปลี่ยนไอเดียสู่การลงมือทำจริงได้ในที่เดียว

 

นอกจากนี้ Canva AI 2.0 ยังมีระบบโครงสร้างใหม่ที่ฉลาดและทรงพลังที่จะเปลี่ยนภาพจำการทำงานดีไซน์แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ขึ้นไปอีก

 

“คิดอะไรได้ก็ปั้นให้เป็นจริงได้ทันที”

 

ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ Canva นับตั้งแต่วันที่ย้ายงานดีไซน์ออกจากซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปที่ซับซ้อน มาสู่แพลตฟอร์มบนเบราว์เซอร์

 

 

Canva AI 2.0 มีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้าง?

 

  • ดีไซน์ผ่านการสนทนา (Conversational Design) Canva AI ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นงานจริงได้ง่ายขึ้น
    • พิมพ์หรือพูดในแบบที่คิดได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มจากหน้าเปล่า ๆ หรือเสียเวลาหาเทมเพลตที่ลงตัวตั้งแต่แรก
    • ใส่ไอเดีย/เป้าหมาย หรือโครงร่างคร่าว ๆ Canva AI ก็จะช่วยสร้างงานที่พร้อมให้แก้ไขต่อได้ทันที พร้อมวางโครงสร้างจัด เลย์เอาต์ และใส่ความเป็นแบรนด์มาให้ตั้งแต่เริ่ม
    • Canva AI 0 จะยังช่วยทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งกระบวนการ จดจำสิ่งที่คุยกันไว้แม้ไอเดียมีการขยับขยายเพิ่มขึ้น ทั้งการเบรนสตอร์ม (brainstorm) ปรับแต่งรายละเอียด หรือแก้ไขงาน ก็ทำได้ในที่เดียว
  • ระบบประสานงานอัจฉริยะ (Agentic Orchestration) ช่วยให้ AI ทำงานร่วมกับคนได้จริง จากการบอกเป้าหมาย ส่งสเก็ตช์คร่าว ๆ หรือแชร์บรีฟสั้น ๆ Canva AI ก็ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้เป็นงานจริงได้ผ่านบทสนทนาเดียว
    • Canva พัฒนาระบบประสานงานแบบใหม่ที่ดึงเครื่องมือทั้งหมดมาทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานที่ครบถ้วน พร้อมใช้งาน
    • ระบบจะทำความเข้าใจว่าจริงๆ แล้วผู้ใช้งานต้องการอะไร เลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ และประสานการทำงานให้ทุกอย่างออกมาในรูปแบบที่ต้องการ เช่น ถ้าพิมพ์ว่า ‘ช่วยสร้างแผนแคมเปญแบบหลายช่องทางเพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงซัมเมอร์’ Canva AI ก็จะช่วยสร้างทุกอย่างให้พร้อมต่อยอดหรือพร้อมนำไปใช้ได้ทันที
  • ระบบวิเคราะห์วัตถุอัจฉริยะ (Object-Based Intelligence) ช่วยแก้ไขงานได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ด้วยคำสั่งบอก Canva AI ว่าอยากปรับจุดไหน ระบบก็จัดการให้เฉพาะส่วนนั้นได้ทันที เช่น การเปลี่ยนรูป ปรับข้อความพาดหัว หรือแก้ฟอนต์ใหม่ สามารถทำได้โดยไม่กระทบองค์ประกอบอื่นของงาน
    • ด้วยพลังโมเดลการออกแบบเฉพาะของ Canva ทำให้ทุกชิ้นงานที่ AI 0 สร้างขึ้นจะแยกออกเป็นเลเยอร์ ให้ผู้ใช้งานแก้ไขต่อได้ทุกชิ้น เหมือนมีโครงงานที่พร้อมให้เข้าไปปรับแต่งต่อได้เต็มที่ ทีมจึงสามารถเข้ามาร่วมคอมเมนต์ ช่วยกันแก้ไข และปรับแก้งานต่อได้ทุกเมื่อ
    • หน่วยความจำ (Living Memory) ระบบจดจำอัจฉริยะจะยิ่งรู้ใจผู้ใช้งานมากขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน โดยเรียนรู้จากบริบท ความต้องการ และผลงานที่ผ่านมา เพื่อช่วยคุมโทนงานให้สอดคล้องกับแบรนด์ และปรับการทำงานให้เข้ากับสไตล์ของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
    • Canva AI ยังปรับประสบการณ์ให้เป็นแบบเฉพาะตัวได้มากขึ้น ด้วยการอ้างอิงจากดีไซน์ที่มีอยู่ เพื่อสร้างคลังความจำส่วนตัวและโปรไฟล์เกี่ยวกับผู้ใช้งาน เพื่อช่วยแนะนำสิ่งที่ตรงกับความต้องการได้มากขึ้นในทุกครั้งที่ใช้งาน

 

สู่ยุค Agentic AI สมบูรณ์แบบ

 

โดย Canva AI 2.0 ยังวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการทำงานในทุกวัน ครอบคลุมงานชิ้นเล็กเล็ก ๆ ไปจนถึงแคมเปญเต็มรูปแบบ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในที่เดียว ทั้งเครื่องมือ เวิร์คโฟลว์ และผลงานที่พร้อมใช้งาน ช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น และจัดการทุกอย่างได้จบใน Canva

 

  • ตัวเชื่อมข้อมูลรวมทุกงานไว้ในที่เดียว แทนที่จะปล่อยให้ข้อมูลจะกระจัดกระจายอยู่ตามแอปต่าง ๆ Canva AI จะรวมทุกอย่างมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด แค่เชื่อมต่อเครื่องมืออย่าง Slack, Gmail, Google Drive หรือ Calendar ระบบก็สามารถนำข้อมูลจากในแชท เนื้อหา และตารางงาน มาช่วยสร้างงานที่ตรงใจได้ เช่น
    • สรุปประเด็นจากบันทึกการประชุมใน Zoom
    • แปลงอีเมลจากลูกค้าให้เป็นโปรโมชั่นแบบเฉพาะคน
    • ทำจดหมายข่าวในองค์กรจากอัพเดตใน Slack ทุกอย่างก็ทำได้ในที่เดียว ณ ตอนนี้
    • ตัวเชื่อมข้อมูลรองรับ Slack, Notion, Zoom, HubSpot, Gmail, Google Drive และ Google Calendar และจะรองรับแอปอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต
  • ตั้งเวลางาน ให้การทำงานไปต่อได้แบบอัตโนมัติ (Work On Autopilot) จากการตั้งค่าครั้งเดียว Canva AI จะช่วยดูแลงานที่เหลือให้เบื้องหลังได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์โซเชียลสำหรับทุกแพลตฟอร์ม แปลออกมาเป็นหลากหลายภาษา หรือการสรุปบรีฟจากอีเมลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมในแต่ละวัน
    • งานทุกอย่างจะถูกจัดการให้แล้วเสร็จ พร้อมให้ใช้ได้ทันทีที่ล็อกอิน ลดระยะเวลาการทำงานที่เคยต้องทำหลายชั่วโมง ให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที
  • ค้นหาข้อมูลจากเว็บ โดย Canva AI สามารถดึงข้อมูลจากทั่วอินเทอร์เน็ตมาใช้งานได้ตรงในดีไซน์ จะค้นหาทันทีหรือให้ Canva AI ทำงานอยู่เบื้องหลังก็ได้ จากนั้นระบบจะรวบรวมและจัดข้อมูลให้เป็นระเบียบ พร้อมแปลงออกมาเป็นคอนเทนต์บนหน้าดีไซน์ที่แก้ไขต่อได้เลย เช่นข้อเสนอทางธุรกิจหรืออินไซต์สำหรับการสำรวจตลาด ให้นำไปต่อยอด ปรับแต่ง และแชร์ต่อได้ทันที
  • ระบบ Branding อัจฉริยะ ด้วยระบบ Brand Intelligence จะช่วยคุมโทนให้ทุกงานสอดคล้องกับแบรนด์เองอัตโนมัติ แค่เชื่อมต่อข้อมูลหรืออธิบายสิ่งที่ต้องการ
    • Canva AI จะช่วยจัดการฟอนต์ สี และสไตล์ให้เข้ากันในทุกดีไซน์ แม้งานเก่าก็อัพเดตให้ตรงแบรนด์ไกด์ไลน์ล่าสุดได้ง่ายๆ จากการสั่งครั้งเดียว ระบบก็ช่วยปรับงานให้ดูใหม่ขึ้นและตรงตามแบรนด์มากขึ้น เปลี่ยนงานแก้ที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมง ให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที
  • Canva Code 0 พร้อมฟีเจอร์นำเข้า HTML จากการบอกไอเดียระบบจะสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบและตอบโต้กับคนดูได้ทันที โดยจัดโครงสร้างงานมาอย่างดี ด้วยดีไซน์สวยงาม และรองรับการแสดงผลที่ลื่นไหลบนทุกอุปกรณ์
    • Canva โค้ดดิ้ง เพียงอิมพอร์ตไฟล์ HTML หรือผลงานที่สร้างด้วย AI เข้ามาใน Canva ก็สามารถปรับแต่งต่อได้ทันทีผ่าน Visual Editor ทุกขั้นตอนในที่เดียว ตั้งแต่การเพิ่มฟอร์มเพื่อส่งข้อมูลเข้า Canva Sheets การใส่ลูกเล่นแบบอินเทอร์แอ็คทีฟในงานพรีเซนเทชั่น ไปจนถึงเผยแพร่งานบนโดเมนของผู้ใช้งานเอง พร้อมรองรับระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Single Sign-On (SSO)
  • Sheets AI สเปรดชีตอัจฉริยะที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม โดยอธิบายสิ่งที่ต้องการจะดีไซน์ ฟีเจอร์ Canva AI 0จะช่วยสร้างสรรค์ตารางงานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งโครงสร้างที่ชัดเจนและดีไซน์สวยงาม พร้อมข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ครบถ้วน ทั้งตารางงบประมาณ แผนการดำเนินงาน ปฏิทินการทำงาน หรือตารางงานวิจัย ทุกข้อมูลจะถูกจัดระเบียบและออกแบบมาอย่างมืออาชีพพร้อมใช้งานทันที
  • Template Remix คลังแรงบันดาลใจที่ไร้ขีดจำกัด คลังเทมเพลตของ Canva ที่จะก้าวเข้าสู่ความไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดตัว Canva AI 0 แหล่งรวมแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด ให้คุณได้ค้นหา นำมาปรับแต่งและสร้างสรรค์ในสไตล์ของตนเอง เพียงเริ่มจากสิ่งที่คุณสนใจ แล้วให้ Canva AI ช่วยเจียระไนต่อจนกลายเป็นผลงานที่ตรงใจคุณที่สุด ทุกเทมเพลตจะเป็นเพียง ‘จุดเริ่มต้น’ ของความเป็นไปได้นับล้าน ไม่ใช่ ‘ข้อจำกัด’ ในการออกแบบอีกต่อไป

 

เบื้องหลังความฉลาด Canva AI 2.0

 

ขณะที่หัวใจสำคัญของ Canva AI 2.0 คือห้องแล็บ AI ระดับแนวหน้าของ Canva ที่มีนักวิจัยกว่า 100 ชีวิต จากทีม Canva Original Research and Exploration (CORE) ร่วมกันสร้างสรรค์โมเดลรูปแบบมัลติโมดัล (multimodal foundation) ซึ่งเป็นโมเดลที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลหลายประเภทพร้อมกันรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่องานดีไซน์โดยเฉพาะ

 

สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ ยังเป็นตัวเร่งขีดความสามารถด้านงานวิจัยของ Canva ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น จาก AI Model รุ่นแรกที่ต้องใช้เวลาพัฒนานานกว่า 2 ปี แต่ในปัจจุบันจากความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานในการฝึกฝนโมเดล (Training Infrastructure), สถาปัตยกรรมโมเดล และระบบการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Closed-loop Reinforcement Learning) ส่งผลให้สามารถฝึกฝน ประเมินผล และเริ่มใช้งานโมเดลใหม่ๆ ได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

 

ในปัจจุบันงานวิจัยของ Canva ครอบคลุมเทคโนโลยี Visual AI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างรูปภาพ วิดีโอ และ Style Transfer ไปจนถึงการสร้างสรรค์และประเมินผลงานดีไซน์ในเชิงโครงสร้าง

 

โดยโมเดลซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Canva นั้น ได้ปรับแต่งเพื่อคุณภาพของผลลัพธ์ พร้อมความรวดเร็ว ที่มีความสามารถในการแก้ไข และความสอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานจริง

 

ขณะที่ โมเดลของ Canva มีความเร็วสูงกว่าถึง 7 เท่า และมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าถึง 30 เท่า เมื่อเทียบกับโมเดลระดับแนวหน้าอื่นๆ ในระดับเดียวกัน เช่น

  • Canva Proteus (เทคโนโลยี Style Transfer) รวดเร็วกว่า 2 เท่า และประหยัดกว่าถึง 23 เท่า
  • Canva Lucid Origin (การใช้ AI สร้างรูปภาพ) รวดเร็วกว่า 5 เท่า และประหยัดกว่าถึง 30 เท่า
  • Canva I2V (การเปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอ): รวดเร็วกว่า 7 เท่า และประหยัดกว่าถึง 17 เท่า

 

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของงานวิจัยเหล่านี้ Canva กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร รวมถึงระบบการฝึกฝนโมเดลภายในองค์กร ระบบจัดการการเรียนรู้แบบเสริมกำลังที่รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีนี้ไปยังผู้ใช้งานกว่า 250 ล้านคนต่อเดือนทั่วโลก

 

เชื่อมระบบนิเวศเอไอ ‘ลากและวาง’

 

ขณะเดียวกัน Canva ยังได้ประกาศความสามารถใหม่ในการนำผลงานที่สร้างจาก AI เข้าสู่แพลตฟอร์ม Canva ได้โดยตรง ซึ่งสามารถแก้ไขและทำงานร่วมกันได้ทันทีผ่านเครื่องมือ Drag-and-drop ที่ใช้งานง่ายของ Canva พร้อมเผยแพร่เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้จริงภายในไม่กี่คลิก

 

โดยในยุคที่ AI เข้ามาพลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลกต่างร่วมมือกับ Canva เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเกรดร่างชิ้นงานสู่ผลงานที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ แก้ไขได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปต่อยอดขยายผลได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

จากความต้องการที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้ Canva ขึ้นสู่การเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ AI รวดเร็วที่สุด อ้างอิงจากรายงานวิจัยล่าสุดโดยบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ระดับโลกอย่าง Andreessen Horowitz

 

 

เปิดรอบพรีวิวทดลองใช้ Canva AI 2.0

 

โดยเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา Canva AI ได้เปิดให้เริ่มทดลองใช้งานจริงในรูปแบบ Preview โดยจะมอบสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้ามาเจอเมนูนี้บนหน้าแรกของ Canva หลังจากนั้นจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มใช้งานในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.