เมื่อประเพณีเทศกาลสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมร่วมภูมิภาค แต่ ‘ไทย’ ยึดพื้นที่สื่อโลก ด้วยกลยุทธ์ ‘Festival Economy’ จากประเพณีท้องถิ่นสู่ซอฟต์ เพาเวอร์ระดับโลก สร้างภาพจำ Thailand Songkran
หลายคนทยอยกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังผ่านพ้นเทศกาลมหาสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ ‘ประเทศไทย’ สามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘ทำถึงสุด’ ด้วยหลายพื้นที่แลนด์มาร์คของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศอย่าง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุดรธานี บุรีรัมย์ ภูเก็ต หาดใหญ่ สงขลาฯ ต่างเย็นฉ่ำทั่วหล้ามหาสงกรานต์ กันถ้วนหน้า
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการบิวต์เมืองรอง ‘พะเยา’ ให้สามารถชิงพื้นที่สื่อในช่วงสัปดาห์สงกรานต์ หลังได้ ‘แบมแบม-กันต์พิมุกข์ ภูวกุล’ ศิลปินเคป็อประดับโลกวง GOT7 มาขึ้นเวที ‘Bubble Wave Phayao Songkran Fest 2026’ โชว์คอนเสิร์ตริมกว๊านพะเยา ไปด้วยเช่นกัน
อ่านเนื้อหาอื่น ที่เกี่ยวข้อง
โดย ‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคักเกินคาด ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง สะท้อนความสำเร็จในการนำเสนอเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก
พร้อมคาดสถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้รวมทางการท่องเที่ยวกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
แม้ในช่วงที่ผ่านมา หลายฝ่ายกังวลปัจจัยลบสถานการณ์ต้นทุนค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นราคาน้ำมัน หนึ่งในตัวแปรหลักต่อการตัดสินใจใช้จ่ายผู้คน แต่กลับพบว่า พฤติกรรมการเดินทาง ของ ‘คนไทย’ ส่วนใหญ่เลือกท่องเที่ยวภายในประเทศและในพื้นที่ใกล้บ้านมากขึ้นด้วย เช่นกัน
“สะท้อนการกระจายเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ต่างจังหวัดและเศรษฐกิจท้องถิ่น”
อ่านเนื้อหาอื่น ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากภาพสะท้อนความปังของเทศกาลมหาสงกรานต์ในปี2569 นี้แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความยิ่งใหญ่ของคำว่า ‘สงกรานต์ประเทศไทย’ ที่กลายเป็นคำสามัญ (Generic Name) อีเวนต์เทศกาลน้ำระดับโลกไปแล้ว โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้ว่า ประเพณีดังกล่าวนี้ จะเป็นมรดกร่วมของภูมิภาคฯ ที่หลายประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ต่างพยายามสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตัวเอง เพื่อชิงพื้นที่ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายังประเทศของตัวเองในช่วงเวลาเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวอุษาคเนย์ ด้วยเช่นกัน
แต่ทำไม? ไทยแลนด์ทำถึง
จากกิจกรรมอีเวนต์สงกรานต์ต่าง ๆ เกิดขึ้นทั่วไทยในปีนี้ ยังกลายเป็นภาพจำที่สร้างบรรทัดฐานการจัดงานประเพณีท้องถิ่นให้เป็นจดจำทั่วโลกหลังสื่อยักษ์อย่าง CNN นำเสนอข่าวพร้อมชื่นชมการจัดงานสงกรานต์ไทย ในฐานะเทศกาลวัฒนธรรมระดับโลก (World Water Festival) ที่ไม่มีใครเทียบชั้นได้!!
CNN ย้ำว่างานนี้เป็นมากกว่าการสาดน้ำ แต่คือวัฒนธรรมที่เป็นซอฟต์เพาเวอร์สำคัญ พร้อมยังแนะนำ ‘อาหารไทย’ อย่างข้าวแช่และข้าวเหนียวมะม่วง พร้อมจัดทำคู่มือท่องเที่ยวสงกรานต์ โดยมุ่งเน้นความสนุกสนานที่เป็นเอกลักษณ์
โดยเฉพาะประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต กิจกรรมที่ชาวต่างชาติต้องการมาสัมผัสด้วยตัวเอง ‘เท่านั้น’
‘สงกรานต์’ เท่ากับ ‘เฟสติวัล อีโคโนมี’
หากมองเป็นกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทย ต้องยอมรับว่า ประเพณีวันสงกรานต์ไทย (Songkran Thailand) ตลอดช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว แต่คือ ‘ประสบการณ์’ ที่มาจากหลายส่วนผสมประกอบกัน ทั้ง
- คอนเสิร์ต
- วัฒนธรรม
- อาหาร
- ถนนคนเดิน
- ขบวนแห่
- ปาร์ตี้น้ำ
- ฯลฯ
โดยทั้งหมดเหล่านี้ นำมาประกอบร่างเพื่อสร้างเป็น ‘Festival Economy’
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเชิง Branding สงกรานต์ประเทศไทย ในปี 2569 ยังมาจาก ‘คนไทย’ ที่หันมาเที่ยวในประเทศสูงมาก ซึ่งถือเป็นฐานแข็งแรง และไม่ต้องพึ่งต่างชาติอย่างเดียว สะท้อนถึง ‘Domestic Demand’ ความต้องการของคนในท้องถิ่นเอง ที่เป็นตัวแปรสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจเทศกาล
ถ้ามองเป็น ‘กลยุทธ์’ คืออะไร ?
Alternate-X ถอดกลยุทธ์ ‘Thailand Songkran’ สงกรานต์ประเทศไทย จากประเพณีท้องถิ่น-วัฒนธรรมร่วมภูมิภาค ให้ไปสู่สปอตไลท์ระดับโลกได้นั้น มาจากการยกระดับสงกรานต์ไทยให้เป็นเทศกาลระดับสากล ที่ไม่ได้พูดถึง (Narrative) เฉพาะการสาดน้ำเพื่อความสนุก แต่ประกอบด้วย 5 เสาหลักเชิงกลยุทธ์ (Strategic Pillars) ที่พลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ ได้อย่างยั่งยืน เริ่มต้นด้วย
- การสร้างแบรนด์วัฒนธรรม (Cultural Branding) ‘สงกรานต์ไทย’ ระดับโลก
- งานเทศกาลทั่วประเทศ (Nationwide Festivalization) อีเวนต์สงกรานต์ที่เกิดพร้อมกันทั่วภูมิภาคของไทย ที่เปลี่ยนทั้งประเทศเป็นเวทีประเพณีท้องถิ่นนักท่องเที่ยวเลือกได้หลายแบบ ทั้งเมืองใหญ่ / เมืองรอง / วัฒนธรรม / EDM / ถนน / วัด
- พลังวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture Amplification) จากการใช้ใช้ศิลปิน และ อินฟลูเอนเซอร์ มีชื่อเสียงร่วมงานกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ อย่าง
- แบมแบม GOT7 แมปเวทีคอนเสิร์ต จังหวัดพะเยา
- กลุ่มศิลปิน EDM ในกรุงเทพ
- ศิลปินไทย กระจายในภูมิภาค
- การกระจายตัวทางเศรษฐกิจท้องถิ่น (Economic Distribution) ทำให้เม็ดเงินลงท้องถิ่น ไปเมืองรองส่งผลถึงโรงแรมเต็มหลายจังหวัด และคนไทยเที่ยวใกล้บ้าน
- สร้างประสบการณ์นักเดินทาง/ท่องเที่ยว (Experience-led Tourism) งานสงกรานต์ไทย ถูกวางบทบาทใหม่ให้เป็นการขาย ‘ประสบการณ์’ ไม่ใช่แค่สถานที่
Thailand Songkran ภาพจำโลก
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อประเทศในอุษาคเนย์ต่างก็มีประเพณีสงกรานต์เป็นของตัวเอง แต่ทำไม ‘ไทยทำได้’ สร้างให้สงกรานต์กลายเป็นเทศกาลระดับโลกได้นั้น ยังมาจากการที่ไทยเป็นเจ้าของ ‘ภาพจำ’ ของเทศกาลน้ำโลก (Cultural Ownership Strategy) ที่ไทยสร้างแบรนด์ไว้ได้ก่อน ซึ่งยังรวมไปทั้งกลุ่มคำ อื่นๆ อย่าง
- สงกรานต์ คือ ประเทศไทย
- เทศกาลน้ำ (Water Festival) คือ ประเทศไทย
- เมษายน คือ สงกรานต์ประเทศไทย (Thailand Songkran)
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือการพาประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้ครอบครองคำสามัญ ‘Generic Name’ ทรงพลังเหล่านี้ ทำให้สงกรานต์ประเทศไทยยังกลายเป็นเทศกาลที่ครบเครื่องทั้งกิจกรรมดนตรี วัฒนธรรม ที่ผูกไว้กับประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่นักเดินทาง/ท่องเที่ยว ต้องมาสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต
คำกล่าวนี้อาจไม่เกินจริง เมื่อในปีนี้ไทยสามารถสร้างแบรนด์วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ในระดับโลกแล้ว

STORYTELLER BY LilGray
I create stories that make the world feel closer — and a little happier.



