‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ หลังผ่าน EIA พร้อมก่อสร้างส่งมอบยูนิตแบรนเด็ด พ่วงบริการระดับโรงแรมลักซูรี ในปี 2571 ตามแผน กับ 7 จุดขายปิดแนวคิดโครงการลีสโฮลด์ 60 ปี ด้วยแบรนด์และบริการระดับโรงแรมอัลตราลักซูรี
- Leasehold 30+30 ปี บนมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จำนวน 96 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 14–15 ล้านบาท เจาะตลาดอัลตราลักซูรี่เพื่ออยู่อาศัยและลงทุนระยะยาว
- 7 พันธมิตรสร้างความเชื่อมั่นครบมิติ ตั้งแต่ SCG (Fitwel & Green), CBRE (ศักยภาพตลาด), Arkitektura (Timeless Design), A49, PLA ถึงบริการจาก Dusit Thani Hua Hin
- ทำเลหัวหินซัพพลายจำกัด หนุนยีลด์ 7–9% ตลาด Branded Residence มีจำนวนจำกัด และดีมานด์ต่อเนื่อง รองรับทั้ง Second Home และปล่อยเช่า
ละเอียด โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบแบรนเด็ด เรสซิเดนซ์ (Branded Residences ) ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ (ของกลุ่มดุสิตธานี) ล่าสุดได้รับอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อย และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนงาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบประมาณปี พ.ศ. 2571
สำหรับโครงการฯ ใช้จุดแข็งด้านบริการฮอสพิทาลิตี้ (Hospitality) ของดุสิตธานีมาสู่รูปแบบการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในทุกวันแบบสุขภาพกายใจยั่งยืน ‘Sustainable Well-Being’ รวมถึงการสร้างสังคมที่ดีสำหรับทุกช่วงวัย ทุกเจเนอเรชัน และการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Multi-generational Living & Pet Friendly) และความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตราลักซูรี่
จากความคืบหน้าโครงการฯ จากนี้ไปทำให้ ‘ดุสิจ อจรา หัวหิน’ เร่งเกมการทำตลาดขาย 7 ความเชื่อมั่นสะท้อนผ่านมุมมองพันธมิตร ประกอบด้วย
FitWel ยั่งยืนกายใจ
1.เอสซีจี (SCG) ด้านความยั่งยืน : นำมาตรฐาน Fitwel เน้นการออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกวัน ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ภายใต้แนวทาง ‘Fitwel: Low Rise Residential’ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในเอเชีย โดย SCG ยังนำวัสดุและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ฉลาก ‘SCG Green Choice’ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดของเสียในกระบวนการผลิตและการใช้งาน
ยีลด์7-9%
2.ซีบีอาร์อี ประเทศไทย (CBRE) ด้านศักยภาพตลาดและการลงทุน : ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี ในด้านของซัพพลาย (อ้างถึงศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) ณ สิ้นปี 2568 ไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ ทำให้เกิดความสมดุลของซัพพลายในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงการรูปแบบ Branded Residences มีจำนวนซัพพลายจำกัดแต่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Gross Yield) อยู่ในระดับ 7%–9%
สอดคล้องกับตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของ Branded Residences โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มี Branded Residence มากที่สุดใน APAC ซึ่ง หัวหินยังเป็นเมืองที่มีศักยภาพสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว หรือบ้านหลังที่สอง ที่ได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสู่การเป็น Smart City
ลักซูรี มินิมัล
3.อาร์คิเทคทูรา (Arkitektura) ด้านการออกแบบ : โครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ มุ่งความเรียบง่ายที่ดูดีในระยะยาว (Timeless) โดยยกระดับสไตล์ Minimal ให้มีความชัดเจนผ่านการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงและการจัดวางพื้นที่ให้โปร่งโล่ง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยและความคลาสสิกอย่างลงตัว ซึ่งทุกยูนิตคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบทุกส่วนอย่างพิถีพิถัน ด้วยมาตรฐานระดับสูงที่ผสานความหรูหราที่ผ่อนคลาย (Relaxed Luxury)
พร้อมเข้าอยู่ตั้งแต่วันแรก
4.Fully Furnished Residences : แบรนด์ Caracole ฟอร์นิเจอร์ระดับลักซูรี่ สหรัฐอเมริกา ด้วยดีไซน์เรียบหรูแบบ ‘Relaxed Luxury’ และสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับความคลาสสิก โดยทุกยูนิต จะเป็น Fully Furnished Residences พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรก
‘แลนด์สเคป’ อัตลักษณ์
5.บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) : โครงการฯ ตั้งบนโจทย์การออกแบบสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเปิดโล่งกับการปกป้องจากสภาพอากาศ ทั้งแสงแดดและลม รวมถึงการออกแบบให้เกิดความรู้สึกของการเข้าถึง (arrival experience) ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน จากพื้นที่ลักษณะพิเศษเฉพาะของหัวหินทั้งด้านภูมิทัศน์และบริบทการใช้ชีวิตของผู้คน
‘กรีน’ คืนสมดุล
6.บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด (PLA) ร่วมออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ : โครงการ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ใช้แนวคิด‘Bridging Oasis’ โอเอซิสที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัย บนพื้นที่สีเขียวกว่า 60% สร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในได้บนพื้นที่โครงการฯ
ฮอสพิทาลิตีระดับโลก
7.โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (Dusit Thani Hua Hin) นำเอกลักษณ์การบริการระดับ 5 ดาวมาสู่การอยู่อาศัย มาผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมการดูแลบริการและการบริหารการปล่อยเช่า เพื่อสร้างความคุ้มค่าและความอุ่นใจให้กับลูกบ้าน ที่สามารถรองรับทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย

ปัจจุบัน โครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท วางราคาเริ่มต้นยูนิต 14-15 ล้านบาท เป็นโครงการแบบลีสโฮลด์ (Leasehold) การเช่าแบบระยะยาว 30 + 30 ปี ประกอบด้วย 7 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคาร 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวมทั้งสิ้น 96 ยูนิต
โดยยูนิตจะมีขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอน ขนาด 70 – 90 ตารางเมตร 2 ห้องนอน ขนาด 120 – 180 ตารางเมตร 3 ห้องนอนขนาด 250 ตารางเมตร และเพนต์เฮ้าส์ ทุกอาคารออกแบบให้บริเวณยูนิตชั้น 1 มีพื้นที่สวนสีเขียวส่วนตัว ขนาด 25 – 35 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถติดกับที่พักอาศัย ได้ดำเนินการก่อสร้าง Sales Gallery แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมโครงการฯ แล้ว
อนึ่งพื้นที่โครงการฯ พัฒนาบนพื้นที่ส่วนหนึ่
ต่อความคืบหน้าโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ กับแนวคิดการขายอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ Leasehold ระยะเวลา 60 ปี จำเป็นต้องนำจุดแข็งด้านความเชื่อมั่นแบรนด์ (Brand Trust) และบริการระดับโรงแรม พร้อมดึงพันธมิตรระดับประเทศและสากล ร่วมเปลี่ยนภาพจาก ‘สิทธิการเช่า’ เป็น ‘สินทรัพย์คุณภาพสูง’ และเมื่อบวกยีลด์ 7–9% และทำเลซัพพลายจำกัดในช่วงนี้ ย้ำภาพให้ลูกค้ามองเป็นไลฟ์สไตล์( Lifestyle Asset) มากกว่าประเด็นกรรมสิทธิ์ถาวร
Alternate-X สรุปให้
ดุสิต เอสเตท เดินหน้าโครงการ Branded Residence ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ หลังผ่าน EIA เตรียมส่งมอบปี 2571 วางจุดขาย 7 ด้านรอบคลุมสุขภาพ การออกแบบ ความยั่งยืน และบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ใช้เทรนด์โลกมาตรฐาน Fitwel แห่งแรกในเอเชียสำหรับ Low Rise Residential และพื้นที่สีเขียวกว่า 60% รองรับซัพพลายอสังหาฯ ตลาดหัวหินจำกัด หนุนโอกาสปล่อยเช่า Gross Yield 7–9% แม้เป็น Leasehold 30+30 ปี แต่ใช้ ‘แบรนด์-บริการ-ยีลด์’ ปิดจุดอ่อนกรรมสิทธิ์ไม่ถาวร




