เกมเดิมพันสองฝั่ง 5-10 ปี สหรัฐฯ-จีน หลังจบดีล TikTok US มูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลลาร์ ตั้งบริษัทใหม่ให้ Oracle คุมเซิร์ฟข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐ ปิดประตูความมั่นคงแค่ด่านแรก แต่จีนยังแทรกแซงได้ทางอ้อม
- การควบคุมข้อมูล (Data Control) ย้ายข้อมูลผู้ใช้สหรัฐเข้า Oracle Cloud ลดการเข้าถึงตรงจากจีน แต่ไม่ใช่ศูนย์ความเสี่ยง
- อัลกอริทัม และ อินฟลูเอ็นเซอร์ (Algorithm & Influence) อัลกอริทึมถูกฝึกฝนใหม่ แต่เริ่มจากเทคโนโลยี ByteDance ยังมีอิทธิพลค้างเหลืออยู่ทางอ้อม
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์การเมือง (Geopolitical Risk) ความขัดแย้งสหรัฐ–จีน ยังคาดเดายาก ทำให้ดีลนี้เป็นบัฟเฟอร์ กันชนชั่วคราว ไม่ใช่คำตอบถาวร
หลัง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศปิดดีลบรรลุข้อตกลงจัดตั้งกิจการร่วมทุนใหม่ ‘TikTok USDS Joint Venture LLC’ อย่างเป็นทางการ ไปเมื่อช่วงวันที่ 22-23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยรายงานข่าวระบุ กิจการดังกล่าว เป็นการร่วมทุน TikTok ในสหรัฐร่วมกับ ‘Oracle’ และกลุ่มนักลงทุนอื่น ๆ อย่าง Silver Lake และ MGX จากอาบูดาบี ถือหุ้นเสียงข้างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกสั่งแบนจากเหตุผลด้านความมั่นคง และเปิดทางให้แพลตฟอร์มยังคงดำเนินธุรกิจในสหรัฐต่อไปได้
ขณะที่ ByteDance มีสัดส่วนการถือหุ้นราว 19.9% แต่บริษัทยังสามารถควบคุมการดำเนินงานหลักของ TikTok ได้ และยังได้รับส่วนแบ่งกำไร จากตลาดสหรัฐราวครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในเกมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลกครั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ หลายฝ่ายประเมินว่า ‘ByteDance’ ซึ่งเป็นบริษัทแม่จากจีน ยังเป็นผู้ชนะด้วยยังคงกุมอำนาจเหนือหัวใจสำคัญของ TikTok ด้านต่างๆ อาทิ
- แหล่งรายได้หลัก
- การบริหารแพลตฟอร์ม
- การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง
ส่วนความกังวล ด้าน ‘ข้อมูลผู้ใช้’ ถูกส่งต่อให้ Oracle รับหน้าที่ดูแลแทน
‘ฟาเบียน เอาเวอฮันด์’ ซีอีโอของ Socialscale ซึ่งทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม TikTok กล่าวว่า “แม้การแยกเรื่องข้อมูลและอัลกอริทึมออกไป จะดูเหมือนการควบคุม แต่ในความเป็นจริง อัลกอริทึมถูกกำหนดโดยการดำเนินงาน กลยุทธ์สินค้า และพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก”
สะสางความมั่นคงข้อมูล
ย้อนกลับไปในช่วงปีก่อนหน้า รัฐบาลทรัมป์ แสดงท่าทีจริงจัง ‘อยากได้’ หรือพยายามบังคับให้ TikTok เปลี่ยนมือ หรือ ขายกิจการในสหรัฐฯ มาจากประเด็น ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security) เป็นหลัก
โดย รัฐบาลและสภาคองเกรส (ทั้งสองพรรคพรรคเดโมแครต-รีพับลิกัน) มองว่า TikTok ซึ่งเป็นของ ByteDance บริษัทจีน มีความเสี่ยงสูงหลายด้าน ทำให้สหรัฐต้องการ ‘ควบคุม’ เพื่อให้คนอเมริกันเป็นเจ้าของ
ขณะที่การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ชาวอเมริกัน (Data Privacy & Security Risk) ในกฎหมายจีน (National Intelligence Law) บังคับให้บริษัทจีนต้องส่งมอบข้อมูลให้รัฐบาลจีนเมื่อถูกขอ ซึ่งมีความกังวลว่าพนักงาน ByteDance ในจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ ได้ ทั้งโลเคชั่น คอนแท็กส์ การใช้เบราเซอร์ พฤติกรรม ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ บางส่วน
ด้วยในอนาคต หากเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน ข้อมูลผู้ใช้งานมากกว่า 170-200 ล้านราย อาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย ทั้งการสอดแนม สร้างโปรไฟล์บุคคล หรือโจมตีทางไซเบอร์ ที่เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถปรับอัลกอริทึมสั่งการได้ในทางเทคนิค
เดิมพันสองฝั่ง โลกความมั่นคงเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตามหลังดีลได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐและจีนไปเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา แต่อาจยังอยู่ในเกม ‘การเดิมพันสองฝั่ง’ หรือ เกมเสี่ยงอยู่เช่นกัน ด้วยดีลนี้เหมือน ‘ซื้อเวลา’ ของสหรัฐอเมริกา ไปก่อนมากกว่า ‘ชนะขาดลอย’
ด้วยแม้ว่าสหรัฐฯ จะได้เปรียบแต่ยังไม่ปิดเกมทั้งหมดแต่เป็นการ ‘ปิดประตูด่านแรก’ ก่อน ด้วยข้อมูลผู้ใช้สหรัฐฯ จะถูกย้ายและคุ้มครอง เก็บใน Oracle Cloud (ซึ่งเป็นของสหรัฐฯ ล้วน ๆ) ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์จีนอีกต่อไป ทำให้รัฐบาลจีนเข้าถึงตรง ๆ ยากขึ้นมาก (ตาม National Intelligence Law ของจีนที่บังคับบริษัทส่งข้อมูล)
ขณะที่ ByteDance เหลือหุ้นสัดส่วนราว 19.9%: ต่ำกว่า 20% ตามกฎหมาย ทำให้ เจ้าของจริงยังเป็นกลุ่มนักลงทุนสหรัฐฯ Oracle, Silver Lake, MGX ถือสัดส่วนราว 15% ขึ้นไป และ นักลงทุนอื่น ๆ รวมกว่า 80%
นอกจากนี้ อัลกอริทึมยังถูกฝึกฝนใหม่ (Retrain) ใช้ข้อมูลผู้ใช้สหรัฐฯ เท่านั้น และนำไปเก็บไว้ใน Oracle เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงจากจีน ที่อาจใช้เทคโนโลยี AI และ แมชชีน เลิร์นนิง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้งาน เพื่อแนะนำสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ตรงใจที่สุด ไปจนถึงการเซนเซอร์เนื้อหาต่อต้าน CCP (พรรคคอมมิวนิสต์จีน/กองบรรณาธิการ Alternate-X ) และความมั่นคงข้อมูลอื่นๆ ของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ
ยังเป็นเกมเสี่ยง สหรัฐ-จีน
แต่อย่างไรก็ตามดีลนี้ อาจยังเป็น ‘เกมเสี่ยงสองฝั่ง’ ด้วยยังไม่จบ 100%
ด้วย ByteDance ยังถือหุ้น 19.9% และถือครองลิขสิทธิ์เทคโนโลยี แม้จะเป็นผู้มีเสียงข้างน้อยในกิจการ แต่ยังมีอิทธิพลบางส่วนตามที่นักวิเคราะห์ระบุข้างต้นในด้านอัลกอริทึม
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจาก Center for American Progress, PBS บอกว่าแนวทางนี้ยังมีช่องโหว่ และยังไปไม่สุดตามเป้าหมายที่ประกาศด้วยแม้จะพยายามตัดอิทธิพลจีนออกแล้ว แต่ต้นทางเทคโนโลยียังมาจาก ByteDance จึงยังมีความเสี่ยงแฝงอยู่ และถ้าอนาคตรัฐบาลจีนใช้กฎหมายกดดันบริษัท ก็อาจแทรกแซงได้ทางอ้อม
อีกทั้งหากความขัดแย้งสหรัฐ–จีนทวีความรุนแรง สหรัฐฯ อาจออกกฎหมายเพิ่ม หรือจีนตอบโต้ด้วยการจำกัดเทคโนโลยี
สุดท้ายดีลนี้จึงเป็นแค่การถ่วงเวลา 5–10 ปี ไม่ใช่คำตอบถาวร ด้วยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หากยังปล่อยดีลยังทำงานต่อไปได้ เพื่อให้ผู้ใช้งาน TikTok ไม่สะดุด โฆษณายังมีอยู่ มีผู้ตรวจสอบ คอยติดตามช่วยลดความเสี่ยง
ขณะเดียวกันในช่วง 5-10 ปีนี้ถือเป็นช่วงการเก็บข้อมูลอิสระใหม่ (Retrain)ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อพิสูจน์ว่า ‘TikTok US’ ปลอดภัยจริง และอาจเป็นความมั่นคงปลอดภัยอย่างถาวรได้จริงในอนาคต แต่ถ้ามีวิกฤต หรือมีอิทธิพลอุบัติการณ์เกิดใหม่ขึ้นอีก อาจทำให้สหรัฐต้อง ‘รีเซ็ต’ เรื่องนี้อีกครั้ง ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จากจุดเริ่มต้นด้วยรหัสเริ่มต้นแพล็ตฟอร์มของ ByteDance ซึ่งยังอาจมีช่องโหว่ซ่อนอยู่ หรือในอนาคตถ้าจีนบังคับ ByteDance (ผ่านกฎหมาย) ให้แทรกแซงทางอ้อมในด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) หรือมีความขัดแย้งสหรัฐ-จีนรุนแรงขึ้น สหรัฐฯ อาจกลับมาเพิ่มกฎหมายใหม่ ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกด้านเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลนี้เป็นการแค่ ‘ซื้อเวลา’ 5-10 ปี ไม่ใช่การแก้ปัญหาถาวร
เกมนี้ อาจเรียกว่าเป็น การเดิมพันความเสี่ยง ที่ซื้อกันชนเวลาให้ สหรัฐฯ บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น ได้โดยไม่ต้องแบนทันที (ซึ่งจะกระทบผู้ใช้ 200 ล้านคน และครีเอเตอร์ อีโคโนมี)
ส่วนในฝั่งจีน ประเมินแล้วว่า ByteDance ยอมลดหุ้นแต่ยังได้เงินมหาศาลจากดีลมูลค่า มากกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และ TikTok ยังเติบโตในสหรัฐฯ ตามสไตล์การทำงานแบบ ‘จีน’ ที่อาจมองว่า ‘เสียเล็กแต่ได้ใหญ่’ ด้วยยังครองพลังซอฟต์พาวเวอร์ผ่านคอนเทนต์ ก็เป็นไปได้เช่นกัน
Alternate-X สรุปให้
ดีล TikTok US มูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยให้แพลตฟอร์มรอดการแบนในสหรัฐ โดย Oracle รับบทคุมข้อมูลผู้ใช้ ปิดความเสี่ยงจีนในระดับโครงสร้างพื้นฐาน แต่ ByteDance ยังถือหุ้นและเทคโนโลยี ทำให้ความเสี่ยงไม่หมด 100% ด้าน นักวิเคราะห์มองดีลนี้เป็นการ ‘ซื้อเวลา’ ด้านความมั่นคง 5–10 ปี เป็นเกมสหรัฐ–จีน ที่ยังไม่จบ หากเกิดวิกฤตใหม่ TikTok อาจถูกรีเซ็ตอีกครั้ง
STORYTELLER BY LilGray
I create stories that make the world feel closer — and a little happier.





