5 สิ่งที่ได้ไปต่อปี 2569 เทรนด์เอไอ และ เวลเนส ธุรกิจยังต้องโตกายใจขอรอดด้วย

Alternate-X รวบรวม 5 แนวโน้มธุรกิจที่ได้ไปต่อในปี 2569 เมื่อเทคโนโลยีต้องเดินเคียงคู่กับสมดุลร่างกาย ภายใต้กรอบเศรษฐกิจไทย GDP  1.2-2.0% และโอกาสทองในยุค AI Agent, HealthTech และความยั่งยืนธุรกิจ

 

Key Facts 

  • GDP & Market Outlook เศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวในกรอบจำกัด 1.2-2.0% โดยมีภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวแบกความหวังหลัก (เป้านักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน)

  • AI Agent Era เทรนด์ AI เปลี่ยนจากการเป็นเพียงเครื่องมือ สู่การเป็น “พนักงานเสมือน” (AI Agent) ที่ทำงานทดแทนมนุษย์ในภาคอุตสาหกรรมและบริการอย่างเต็มตัว

  • Longevity & Wellness เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัยระดับสุดยอด’ (Super Aged Society) เร็วกว่าที่คิด ทำให้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและการนอนหลับมีมูลค่าตลาดมหาศาล

 

เข้าสู่ปี 2569 กันแล้วหลายธุรกิจยังประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังจะเป็นอีกหนึ่งปีสุดท้าทาย จากสารพัดปัจจัยกระทบต่อเนื่องในปีก่อน หลังหลายสำนักคาดการณ์ปีารเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้อยู่ที่กรอบ 1.2-2.0% เป็นผลต่อเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบกำลังซื้อ แรงส่งให้ผู้บริโภคยัง ‘ใส่ใจ’ ความคุ้มค่าราคาสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ต้องจ่ายให้กับสินค้า/บริการมากขึ้น

 

แน่นอนว่าในตัวเลขการเติบโตจีดีไทย ราวๆ 1-2% ในปีนี้ หนึ่งใน ‘ความหวัง’ หลักยังอยู่ที่การส่งออกคาดการณ์ขยายตัวอยู่ในช่วงระหว่าง -3.1% ถึง +1.1%  และการท่องเที่ยวไทย ที่จะเป็นเครื่องยนต์ทรงพลังสำคัญในปีนี้

 

โดยเฉพาะอย่างหลัง ซึ่ง ‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกเป้าหมายภาคการท่องเที่ยวในนี้ จะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 36.7 ล้านคน โดยสัดส่วนกว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้จากเอเชียและแปซิฟิกใต้ 25.7 ล้านคน ส่วนอีก 30% หรือ 11 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง

 

อ่านบทความอื่น ที่เกี่ยวข้อง

 

 

จากแนวโน้มที่จะเกิดในภาพรวม หากมาดู ‘ใส้ใน’ ที่จะนำมาขับเคลื่อนการบริโภคในประเทศทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคแล้ว Alternate-X  รวบรวม ‘สิ่งที่จะได้ไปต่อ’ ในปี 2569 กับ 5 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง ที่หลายสำนักวิเคราะห์แล้วว่าจะเติบโตและได้ไปต่ออย่างโดดเด่น

 

 

1.ธุรกิจ AI & Automation (ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ)

 

 

ในปี 2569 เกือบทั่วทั้งโลกรวมถึงประเทศไทย จะสู่ยุค ‘AI Agent’ หรือ พนักงาน AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง เช่น การจัดการสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม

 

เทรนด์นี้ เป็นโอกาสของบริการที่ปรึกษาด้าน AI, การพัฒนาแชตบอตอัจฉริยะ, และระบบจัดการข้อมูล (Big Data)

 

ยกตัวอย่าง ‘DeepL’ แพลตฟอร์มแปลภาษาจากประเทศเยอรมนี ที่เน้นความแม่นยำทางไวยากรณ์และบริบทธุรกิจ ซึ่งกำลังขยายตัวไปสู่ระบบ AI ที่ช่วยเขียนอีเมลและเอกสารธุรกิจให้เป็นมืออาชีพแบบอัตโนมัติ

 

หรือ ‘Hugging Face’ ชุมชนและแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา AI (คล้าย GitHub ของ AI) ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้บริษัทต่างๆ เข้ามาเลือกใช้โมเดลไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเอง

 

 

2.เศรษฐกิจสูงวัยและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Longevity Economy & HealthTech)

 

 

เมกะเทรนด์โลกที่มาแรง จากการเตรียมเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวโดยเฉพาะประเทศไทย ที่กำลังก้าวสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) (ผู้สูงอายุมากกว่า 30%) ในปี 2574

 

 

ปัจจัยหลัก ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึง Preventive Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

 

ในอุตสาหกรรมตลาดกลุ่มนี้ เป็นโอกาสธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables), แอปพลิเคชันวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล, และที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีเทคโนโลยีรองรับ

 

อย่างในต่างประเทศ มีสินค้า ‘Oura Ring’ จากประเทศฟินแลนด์ แหวนอัจฉริยะที่วัดค่าสุขภาพอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่อง คุณภาพการนอนหลับ (Sleep Score) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคนทำงานและผู้สูงอายุที่ต้องการติดตามสุขภาพแบบไม่เอิกเกริก

 

บริการ ‘CarePredict’ อุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรม (เช่น การกิน การเดิน) เพื่อทำนายปัญหาสุขภาพหรือแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุล้ม

 

 

3.ธุรกิจสีเขียวและความยั่งยืน (Green Mandate & Circular Economy)

 

 

แน่นอนว่า ในปี 2569 ผู้บริโภคและนักลงทุน จะยังให้ความสำคัญกับ ‘ESG’ (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) มากขึ้น ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวสู่ Net Zero จะเสียเปรียบในการแข่งขัน

 

โดยโอกาสยังเป็นของอุตสาหกรรมธุรกิจพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์), บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, และธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลดคาร์บอน

 

อันนี้มีตัวอย่างธุรกิจในไทยที่น่าสนใจ อย่าง ‘More Foods’ สตาร์ทอัปที่พัฒนาโปรตีนทางเลือกจากพืช (Plant-based) โดยเน้นวัตถุดิบในท้องถิ่น ลดขั้นตอนการขนส่งเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

 

หรือ ‘Reformation’ แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกัน ที่เน้นความยั่งยืน โดยมีการระบุชัดเจนว่าเสื้อผ้าแต่ละชิ้นใช้ทรัพยากรไปเท่าไหร่ และมีระบบรับซื้อคืนเพื่อนำไปรีไซเคิล (Circular Economy)

 

 

4.ธุรกิจการแพทย์และความงาม (Medical & Wellness)

 

 

ยังเป็น ‘เทรนด์’ หลักที่ได้รับความนิยมและมาแรงอย่างต่อเนื่องด้าน ‘เวลเนส’ (Wellness) ที่เน้นความสมดุลของกายและใจ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ (Plant-based) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต (Mental Health)

 

โดยเป็นโอกาสสำหรับบริการในธุรกิจและตลาด ศูนย์กายภาพบำบัด, อาหารเสริมเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition), และผลิตภัณฑ์เพื่อการนอนหลับคุณภาพสูง

 

ยกตัวอย่าง ‘Calm’ จากสหรัฐอเมริกา คลามเป็นแอปพลิเคชันที่ขยายตัวจากแค่เสียงนำนั่งสมาธิ ไปสู่การทำคอนเทนต์ ‘Sleep Stories’ และการร่วมมือกับองค์กรใหญ่เพื่อเป็นสวัสดิการด้านสุขภาพจิตให้พนักงาน

 

ส่วนที่โดดเด่นในไทย อย่างธุรกิจบริการสุขภาพกลุ่มโรงพยาบาล BDMS กับ BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพที่เน้นการป้องกันและการตรวจระดับยีนเพื่อจัดวิตามินเฉพาะบุคคล (Personalized Supplements) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ของปีนี้

 

 

5.ธุรกิจความเชื่อและไลฟ์สไตล์ (Trust Economy & Niche Market)

 

 

ในยุคที่ข้อมูลล้นหลาม ‘ความไว้วางใจ’ และ ‘ความเชื่อ’ กลายเป็นสินค้าสำคัญ รวมถึงธุรกิจที่ตอบโจทย์ความชอบเฉพาะกลุ่ม (Niche) ด้วย ขณะที่การหาที่พึ่งพาและให้กำลังใจ ยังเป็นความต้องการเชิงลึกของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ทำให้สินค้าสายมู (ที่ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย), ธุรกิจสัตว์เลี้ยง (Pet Humanization), และการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Experience) ยังเติบโตไปต่อ

 

จากในช่วงปีที่ผ่านมาและในปีนี้ ทำให้เห็นแพลตฟอร์มดูดวงรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้น อย่าง HoroWorld  แพลตฟอร์ม ดูดวงออนไลน์ 24 ภายใต้กลุ่มบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น (SAMART Corporation) ที่ปรับให้ความเชื่อมาสู่ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ด้วยบริการดูดวงออนไลน์และขายสินค้าเสริมดวงที่ออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

 

บริการ ‘Pet Lovers Centre’ ธุรกิจแฟรนไชส์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ที่ขยายจากร้านขายของสัตว์เลี้ยง ไปสู่บริการ ‘Wellness สำหรับสัตว์’ เช่น สปาสุนัข, อาหารเกรดพรีเมียม และประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง (Pet Humanization)

 

ด้วยกระแสเหล่านี้สะท้อนว่าปี 2569 จะต้องเป็นปีที่ธุรกิจที่ต้องสมดุล ด้วยความ ‘ฉลาด’ (AI), ยั่งยืน (ESG) และ ‘เข้าใจความเป็นมนุษย์’ (Wellness & Aging Society) มากที่สุด ด้วยในทุกความท้าทายเศรษฐกิจย่อมมีโอกาสสำหรับธุรกิจที่มองเห็นศักยภาพจีดีพีไทย 1.2-2% ในปีนี้

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

ท่ามกลางการเติบโตของจีดีพีไทยปี 2569 ที่คาดการณ์ไว้เพียง 1.2-2.0% ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยยังคงมีการส่งออก และ การท่องเที่ยว  เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 36 ล้านคน ส่งผลให้ 5 แนวโน้มกลุ่มธุรกิจแห่งปีต้องปรับตัวสู่สมดุลใหม่ที่ผสมผสานความอัจฉริยะของ AI เข้ากับการดูแลสุขภาวะมนุษย์อย่างยั่งยืน ทั้งเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (HealthTech) หรือธุรกิจสีเขียว (ESG) ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำคัญในการแข่งขัน ธุรกิจที่ ‘ฉลาด ยั่งยืน และเข้าใจมนุษย์’ จึงจะเป็นผู้ที่รอดและเติบโตได้จริงในสมรภูมิเศรษฐกิจปีนี้

อ้างอิง

 

STORYTELLER BY LilGray 

I create stories that make the world feel closer — and a little happier.

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.