ตลาดความงาม 7.52 หมื่นล. คนไทยทำศัลยกรรม 74% สู่ T-Beauty Destination

ตลาดศัลยกรรมและเสริมความงามไทยปี 2568 พุ่งแตะ 75,200 ล้านบาท หลังคนไทยใช้บริการสูงถึง 74% ดันไทยขึ้นแท่น T-Beauty Destination ขณะที่ ADMI ดึง 2 มาตรฐานโลก ปั้นศูนย์ฝึกเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย รองรับ Medical Tourist และเมกะเทรนด์ Longevity

 


ตลาดศัลยกรรมและความงามไทยยังโตแรง มูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท โดยคนไทยเป็นฐานหลัก ขณะที่ ADMI ขยับบทบาทจากสถาบันฝึกอบรมสู่ศูนย์ระดับภูมิภาค ผ่านมาตรฐานสหรัฐฯ–เกาหลีใต้ สอดรับเทรนด์ศัลยกรรมที่ยังครองตลาด และโอกาสใหม่จากสายไม่ผ่าตัด–Longevity ที่เติบโตตามสังคมสูงวัยและ Medical Tourism

พญ. สุรางคณา วีระนาวิน Medical Director, Aesthetic and Dermatology Medical Institute (ADMI) สถาบันสอนและฝึกอบรมด้านผิวหนัง ความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัยกล่าวว่า อุตสาหกรรมความงามของไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามในไทยปี 2568 มีมูลค่าราว 75,200 ล้านบาท

 

ขณะที่ ความนิยมการทำศัลยกรรมและความงามแบบผ่าตัดในไทยยังคงได้รับความนิยมและมีสัดส่วนการใช้บริการสูงถึง 74% ส่วนความนิยมการทำศัลยกรรมและความงามในไทยแบบไม่ผ่าตัดมีสัดส่วนอยู่ที่ 26%  และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีความต้องการด้านการชะลอวัย

 

นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของลูกค้าชาวต่างชาติ (Medical Tourist) ซึ่งบริการด้านเสริมความงามได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับ 2 ของบริการทางการแพทย์ทั้งหมดที่ชาวต่างชาติใช้บริการในประเทศไทย

 

นอกจากภาคบริการแล้ว ตลาดแบรนด์สกินแคร์และอาหารเสริมในไทย ยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ทั้งการดูแลจากภายในและการเสริมความงามจากภายนอก

 

“แนวโน้มดังกล่าว แม้จะเป็นปัจจัยบวกอุคสาหกรรมตลาดความงามในไทย แต่ยังมีปัญหา (Pain Point) สำคัญ คือการขาดแคลนบุคลากรแพทย์คุณภาพ ”

 

พญ. สุรางคณา กล่าวว่า ADMI ในฐานะสถาบันฝึกอบรมแพทย์ มีเป้าหมายการถ่ายทอดความรู้ด้านผิวหนังและความงามแบบครบวงจร ได้ยกระดับมาตรฐานของสถาบันสู่การเป็น ‘Regional Training Center ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย’

 

โดยสถาบันฯ ได้การรับรองจาก American Board of Aesthetic Medicine and Cosmetic Surgery (ABAMCS) สหรัฐอเมริกา และการเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Korean College of Cosmetic Surgery & Medicine (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศความงามไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย บุคลากร, การรักษา, การวิจัย การเลือกใช้นวัตกรรม ไปจนถึงการให้บริการที่ปลอดภัยแก่ผู้รับบริการในประเทศและลูกค้าต่างชาติ

 

“ADMI มองเห็นโอกาสสำคัญในการสร้างบุคลากรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานสากล และย้ำความพร้อมของประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางความงามระดับเอเชีย และเป็นพื้นฐานของ Medical & Wellness Hub ไทยในอนาคต ผ่านศูนย์ฯแห่งนี้ ”

 

ขณะที่ Regional Training Center ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย วางเป้าหมายลดช่องว่างด้านจำนวนและคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสุขภาพและความงามของประเทศไทยในระยะยาว รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยหลากเมกะเทรนด์ ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กระแส Longevity และความต้องการด้านการชะลอวัยที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานสากล

 

ทั้งนี้ในฐานะ Regional Training Center ยังสะท้อนถึงการเป็นกลไกขับเคลื่อนระบบความงามไทยในการรองรับผู้ใช้บริการจากทั่วโลก และช่วยป้องกันผู้บริโภคจากบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อผลักดันภาพลักษณ์และเสริมความเชื่อมั่นให้ T-Beauty โดดเด่นยิ่งขึ้น ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความงามที่ผสานศาสตร์การแพทย์ มาตรฐานความปลอดภัย เทคโนโลยี และประสบการณ์ได้อย่างครบถ้วน

 

ด้าน รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Marketing Director) บริษัท ด็อกเตอร์ สกิน แลบบอราทอรีส์ กล่าวว่า บริษัทวางแนวทางผลักดันให้ ADMI ก้าวสู่การเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมความงามยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงในตลาดธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) โดยเปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ Aesthetic Solution Group และ Aesthetic Pharmaceuticals เพื่อนำเข้านวัตกรรม เครื่องมือคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Yeonica Skin Booster นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การดูแลผิวในปัจจุบัน

 

สำหรับการขยายสู่ตลาด B2B ครั้งนี้ คาดจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของ ADMI ในเซกเมนต์ที่มีความมั่นคงสูง อาทิ

 

  • กลุ่มคลินิกระดับพรีเมียมในประเทศ
  • กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourist)
  • ผู้ใช้บริการศักยภาพใหม่ อาทิ กลุ่ม LGBTQIA+ คนรุ่นใหม่ และผู้ชาย

 

ด้าน ‘ซึงวอน แพค’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) KM Pharmaceutical Co., Ltd. กล่าวว่า ตลาดความงามของประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การยกระดับ ADMI สู่ศูนย์ฝึกอบรมเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชีย และการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเวชศาสตร์ความงามอย่างครบวงจร

 

ขณะเดียวกัน ยังตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Hub of T-Beauty Destination ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย พร้อมตอบรับเมกะเทรนด์โลกด้านความงาม อาทิ

  • Personalized Treatment การรักษาที่เน้นความแม่นยำและเป็นเฉพาะบุคคล
  • Predictive & Preventive Beauty การดูแลเชิงป้องกันและคาดการณ์ปัญหาผิวโดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาและ
  • Holistic Wellness Integration การผสานเวชศาสตร์ความงามเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้อย่างแท้จริง

 

Alternate-X สรุปให้

 

อุตสาหกรรมความงามไทยเติบโตต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 52 หมื่นล้านบาท ‘คนไทย’ ยังเป็นกำลังซื้อหลัก โดยนิยมศัลยกรรมแบบผ่าตัดมากที่สุด ขณะที่ ‘Medical Tourist’ หนุนไทยเป็นจุดหมายด้านความงามอันดับต้นของภูมิภาค หนึ่งในปัจจัยที่ ADMI มองเห็นโอกาสยกระดับมาตรฐานบุคลากร ด้วยศูนย์ฝึกเวชศาสตร์ความงามระดับเอเชียพร้อมผลักดันไทยสู่ T-Beauty & Medical Wellness Hub อย่างยั่งยืน

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.