ผู้จัดงานฯยุโรปยึด ‘ไทย’ ฮับยุทธศาสตร์ VICTAM Asia 2025 แสดงสินค้าอาหารสัตว์ แปรรูปครบวงจรระดับภูมิภาค รับจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐาน-ค่าครองชีพ คุ้มค่าเหนือสิงคโปร์-ฮ่องกง
เซบาส ฟาน เด็น เอ็นเดอ (Sebas van den Ende) ผู้จัดการทั่วไป และ อีฟอน เนอ คาล (Yvonne KAA) ผู้จัดการงานแสดงกิจกรรม (Event) ‘VICTAM International’ (วิคแทม อินเตอร์เนชั่นแนล) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมเปิดเผยว่า วิคแทมฯ ร่วมจัดงานแสดงสินค้า VICTAM ในประเทศไทยตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในรูปแบบจัดงานต่อครั้งในทุก ๆ 2 ปี
สำหรับในปีนี้ วิคแทมฯ เตรียมจัดงาน ‘VICTAM Asia 2026’ พร้อมร่วมกับ VIV Health & Nutrition Asia และ GRAPAS Asia 2026 งานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการแปรรูปธัญพืชระดับภูมิภาค ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ เทคโนโลยีการโม่แป้งและสีข้าว ไปจนถึงโภชนาการและสุขภาพสัตว์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
“งานนี้ฯ เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง”
โดยในปีนี้ การจัดงานฯ นำเสนอแนวคิด ‘Themed Days’ ภายในงานจะเชิญผู้ประกอบการโรงงานอาหารสัตว์ที่มีความต้องการซื้อจริงให้เข้าร่วมงาน สร้างการจับคู่และกระตุ้นให้เกิดการติดต่อทางธุรกิจที่มีคุณค่า ระหว่างผู้เข้าชมและผู้แสดงสินค้า พร้อมนำเสนอเครื่องจักร การสาธิตการทำงานจริง การบรรยายเชิงเทคนิค และการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
- Feed Milling Focus เทคโนโลยีเครื่องบดและอบแห้งอาหารสัตว์
- Flour Milling Focus เทคโนโลยีเครื่องรีดเมล็ดพืช โรงโม่ และระบบจัดเก็บธัญพืช
- Pet and Aqua Feed Focus เทคโนโลยีการอัดรีด การบรรจุ การชั่งน้ำหนัก และการจ่ายส่วนผสม
สำหรับ VICTAM Asia 2026 คาดว่าจะมีผู้ร่วมแสดงสินค้าจำนวน 300 ราย และผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกมากกว่า 9,000 คน พร้อมบริษัทเทคโนโลยีชั้นน้ำที่จะมาร่วมสาธิตเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ ที่ส่งเสริมความยั่งยืน และความแม่นยำในกระบวนการผลิต อาทิ
เทคโนโลยีกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน
- Geelen Counterflow (เนเธอร์แลนด์) – ระบบอบแห้งและทำความเย็นแบบ Counterflow ประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 80% และปลอดการปล่อยมลพิษ
- Cimbria Heid GmbH (เดนมาร์ก) – เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้พลังงานต่ำ ลดการปล่อยฝุ่น เพิ่มมาตรฐาน และรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ได้อย่างยั่งยืน
ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และความแม่นยำ
- KSE Process Technology B.V. (เนเธอร์แลนด์) – ระบบอัตโนมัติ PROMAS ST ที่รวมการชั่ง การจ่าย และการผสมเข้าด้วยกัน รองรับนวัตกรรมอุตสาหกรรม 4.0
- ANDRITZ Feed & Biofuel A/S (เดนมาร์ก) – ผู้ผลิตอุปกรณ์และโซลูชันครบวงจรสำหรับการผลิตอาหารสัตว์และชีวมวลคุณภาพสูง
- Hydronix Ltd (สหราชอาณาจักร) – ผู้นำด้านเซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นด้วยไมโครเวฟแบบเรียลไทม์
- iGrain ApS (เดนมาร์ก) – ระบบ IoT เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันการเน่าเสียและเพิ่มความปลอดภัยของอาหารหลังการเก็บเกี่ยวระบบโรงงานแบบครบวงจรและนวัตกรรมเครื่องจักร
- Amandus Kahl GmbH & Co. KG (เยอรมนี) – ผู้นำด้านเทคโนโลยีการอัดเม็ดสำหรับอาหารสัตว์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และการรีไซเคิล
- Ottevanger Milling Engineers (เนเธอร์แลนด์) – ผู้พัฒนาเครื่องจักรและไลน์ผลิตอาหารสัตว์และธัญพืชระดับโลก
- YEMMAK A.S. (ตุรกี) – ผู้ออกแบบโรงงานอาหารสัตว์แบบครบวงจรที่ผสานระบบกู้คืนพลังงาน ลดของเสีย และใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน
- Vibrafloor (ฝรั่งเศส) – ผู้พัฒนาระบบพื้นไซโลแบบสั่นที่สามารถระบายวัตถุดิบได้หมดโดยไม่เกิดฝุ่น เพิ่มความปลอดภัยและสุขอนามัยในการจัดเก็บ
ควบคุมอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม
- FrigorTec GmbH (เยอรมนี) – ผู้ผลิตระบบทำความเย็นสำหรับเก็บรักษาธัญพืช Granifrigor™ ที่ยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี
นอกจากนี้ งานฯ ดังกล่าวยังจัดสัมมนาเชิงเทคนิคว่าด้วยความปลอดภัยของอาหารสัตว์ การจัดการพลังงาน และการผลิตที่ยั่งยืน โดยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศไทย ดังนี้
- สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA)
- สมาคมโรงสีข้าวไทย (TRMA)
- สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ไทย (TPIA)
- สมาคมพันธมิตรอื่น ๆ

ไทย ปลายทางธุรกิจเชิงท่องเที่ยว
นันทพล ตันติวงศ์อำไพ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนร่วมการจัดงาน ‘VICTAM Asia 2026’ ในปีนี้ เพื่อรับโอกาสและผลักดันประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับสากล ในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้
“ปัจจุบันกลุ่มผู้แสดงสินค้าฯจากประเทศยุโรปยังเลือกให้ประเทศไทย เป็นปลายทางการจัดงานแสดงสินค้าสำคัญในภูมิภาคอาเซียน อย่างงานวิคแทม เอชีย 2025 ในปีนี้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน”
โดยประเทศไทย มีจุดแข็งที่ดึงดูดตลาดการจัดงานแสดงสินค้าฯ ทั้งด้านความพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ (Facilities) อาทิ สถานที่การจัดแสดงงาน, ระบบขนส่งคมนาคม, โรงแรมที่พัก, อาหาร และ อื่นๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต่อยอดธุรกิจไปยังกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ได้อีกด้วย
“นักธุรกิจ ผู้ร่วมงานที่เดินทางมาไทย จะมีต้นทุนและค่าครองชีพที่ใช้จ่ายในไทยค่อนข้างต่ำแต่ได้ความคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือ มาเลเซีย ทำให้ผู้จัดต่างชาติอย่างยุโรปยังเลือกไทยเป็นเดสติเนชั่น ต่อเนื่อง”
สำหรับ การจัดงาน VICTAM Asia 2026’ ในปีนี้ สมาคมฯ และพันธมิตรผู้ร่วมงานฯยังมองว่าจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ และเทคโนโลยีการสีข้าว ด้วยเป็นระบบนิเวศธุรกิจที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน
โดยเฉพาะในตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงทั้งในภาคการส่งออกที่มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท และตลาดในประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าใกล้เคียงกัน ในเชิงกลุ่มผู้ผลิตหรือโรงงาน และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นอีก20% ในตลาดค้าปลีก
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานฟรีได้ที่ https://register.visitcloud.com/survey/11ogbc7olrzmq
Alternate-X สรุปให้
ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคที่ผู้จัดยุโรปให้ความเชื่อมั่นมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะงาน “VICTAM Asia 2026” ที่ดึงผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ และเทคโนโลยีแปรรูปเข้าร่วมกว่า 300 ราย พร้อมผู้ชมจากทั่วโลกกว่า 9,000 คน งานนี้ตอกย้ำจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ค่าครองชีพที่คุ้มค่า และศักยภาพไทยในอุตสาหกรรม MICE ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงธุรกิจ เทคโนโลยี และเปิดตลาดส่งออกใหม่ ๆ สู่เวทีโลก




