ASW มอง ‘ภูเก็ต’ เป็นตลาดอสังหาฯศักยภาพ สร้างอีโค ซิสเต็มการอยู่อาศัยไลฟ์สไตล์ เปิด 3 โครงการฯ ท้ายปี68 เจาะแรงซื้อต่างชาติ-กลุ่ม ดิจิทัล นอแมด โชว์รายได้9 เดือนแรก 6,250 ล.บาท โชว์รายได้9 เดือนแรก 6,250 ล.บาท
‘กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัท มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลยุทธศาสตร์ (Strategic Location)
ล่าสุด ASW ปรับแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2568 เพิ่มเป็น 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 23,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% จากแผนที่ประกาศไว้ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นโครงการในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 18% และโครงการในภูเก็ต 82% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด
“ภูเก็ตเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”
นอกจากนี้ ภูเก็ต ยังเป็นเมืองเศรษฐกิจ ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่มดิจิทัล นอแมด (Digital Nomad) ให้เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ทำให้ภูเก็ตเป็นทำเลที่มีดีมานด์แข็งแกร่งและรักษาการเติบโตได้ในทุกสภาพตลาด
โดยในช่วง Q4/2568 บริษัทวางแผนเปิดโครงการ Leisure Condominium ใหม่ในภูเก็ต 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 9,700 ล้านบาท ได้แก่
- โคราลิน่า กมลา (Coralina Kamala) คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ท ใกล้หาดกมลาที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน จำนวน 564 ยูนิต มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท
- เดอะ ไทเทิล เซียร่า (THE TITLE Sierra) จำนวน 452 ยูนิต มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท
- เดอะ บาลโคนี ในยาง (The Balcony Naiyang) จำนวน 542 ยูนิต มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ASW ยังมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ในไตรมาส 4 ที่จะทยอยโอนเพื่อรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้เพิ่มอีก 1 โครงการ คือ
- โครงการ เคฟ วันเดอร์แลนด์ (Kave Wonderland) คอนโดใหม่ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มูลค่าโครงการกว่า 2,550 ล้านบาท ไฮไลท์ส่วนกลางใหญ่และให้มากที่สุดในย่าน ซึ่งจะเป็นอีกแรงหนุนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10,500 ล้านบาท
กรมเชษฐ์ กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนส่วนใหญ่ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ทั้งการโอนส่งมอบโครงการตามกำหนดและการเปิดโครงการใหม่ โดยติดตามและประเมินทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาโอกาสและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
ขณะที่ในไตรมาสสุดท้ายเป็นจังหวะสำคัญของตลาดอสังหาฯ เพราะมีปัจจัยหนุน อาทิ
- แคมเปญของผู้ประกอบการ
- มาตรการกระตุ้นจากรัฐ การลดดอกเบี้ยนโยบายที่ช่วยลดภาระการผ่อนของผู้บริโภคและลดต้นทุนการเงินของผู้ประกอบการ
- การเข้าสู่ไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ทำให้ภาพรวมตลาดคึกคักมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จากกระแสตอบรับดี จากการเปิดตัวโครงการในภูเก็ตที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ รักษาโมเมนตัมโดยขยายการลงทุนในทำเลศักยภาพแห่งนี้ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง รักษาการเติบโตของยอดขาย รายได้ และกำไรของ ASW ได้อย่างมั่นคงทั้งในปีนี้และในระยะยาว
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568
- ทำรายได้รวม 6,250 ล้านบาท
- กำไรสุทธิสะสม 689 ล้านบาท
- ยอดขาย 17,474 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3 รวมทั้งสิ้น 32,861 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้จนถึงปี 2570
Alternate-X สรุปให้
ASW มอง ‘ภูเก็ต’ เป็น Strategic Hub แห่งใหม่ สร้างอีโคซิสเต็มการอยู่อาศัยเชิงไลฟ์สไตล์ระดับโลกขยายพอร์ตอสังหาฯ เจาะตลาด 82% ของมูลค่าโครงการใหม่ปี 2568 ส่งท้ายปีเปิด 3 โครงการใหญ่ในภูเก็ต มูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท รองรับดีมานด์ต่างชาติ–Digital Nomad โชว์รายได้ 9 เดือนแรก 6,250 ล้านบาท กำไรสุทธิ 689 ล้านบาท และ Backlog 32,861 ล้านบาท มั่นใจแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและนโยบายรัฐ ช่วยดันรายได้แตะเป้า 10,500 ล้านบาททั้งปี




