ไต้หวันใจป้ำ! แจกเงินประชาชนใช้คนละหมื่น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจหลังบอบช้ำจากภาษีทรัมป์

สภาบริหารแห่งชาติไต้หวันประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (23 ต.ค.) ว่า จะแจกเงินสด 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1 หมื่นบาท) ซึ่งจะเริ่มแจกในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ หลังจากที่สำนักงานประธานาธิบดีได้ประกาศใช้ร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบ

 

เฉิน โปเฉิง อธิบดีกรมการคลังแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า “พลเมืองไต้หวันและชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ตามเกณฑ์ จะสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เฉพาะสำหรับรับเงินสดครั้งเดียวได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน”

 

ตามกฎระเบียบ ตั้งแต่วันที่ 5-9 พฤศจิกายน การลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับเงินสดจะดำเนินการเป็นขั้นตอนโดยพิจารณาจากเลขหลักสุดท้ายของหมายเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขใบอนุญาตพำนัก (ARC) ของผู้ลงทะเบียน และตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนเป็นต้นไป จะเปิดให้ทุกคนได้ลงทะเบียน โดยไม่คำนึงถึงเลขหลักสุดท้ายของหมายเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลข ARC

 

สำหรับผู้ที่เลือกรับเงินโดยการลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับโอนเงินโดยตรง อาจได้รับเงินตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ บุคคลทั่วไปสามารถถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน หรือรับเงินที่ไปรษณีย์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน โดยต้องแสดงบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHI) และบัตรประจำตัวประชาชนไต้หวัน หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่

 

สำหรับผู้ที่ได้รับเงินบำนาญ หรือสวัสดิการสังคมของรัฐบาล จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน

 

นอกจากพลเมืองไต้หวันแล้ว ผู้ที่ไม่มีทะเบียนบ้านแต่มีใบอนุญาตพำนัก หรือแม้แต่ชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตพำนักถาวร และคู่สมรสของพลเมืองไต้หวันที่มีใบอนุญาตพำนัก ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือตามกฎเกณฑ์เดียวกันกับที่ใช้กับการแจกเงินช่วยเหลือ 6,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 6,300 บาท) ที่เคยแจกในปี 2023 ด้วย

 

ทั้งนี้ พลเมืองสามารถรับเงินได้จนถึงวันที่ 30 เมษายนปีหน้า แต่พลเมืองที่เป็นพ่อแม่ของเด็กทารกที่เกิดในเดือนเมษายนปีหน้า สามารถรับเงินสดได้ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม เพื่อเผื่อเวลาในการเตรียมใบสูติบัตรของเด็ก

 

โครงการแจกเงินสดเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการพิเศษมูลค่า 5.7 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 6 แสนล้านบาท) ที่สภานิติบัญญัติอนุมัติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งมุ่งช่วยเหลือทางการเงินแก่ธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าไต้หวัน รวมถึงเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศและกองกำลังรักษาชายฝั่งของไต้หวัน

 

แจกเงิน = กระตุ้นเศรษฐกิจ (?)

 

กระทรวงเศรษฐกิจคาดการณ์ว่า “ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการจ่ายเงินสดจะสูงถึงมากกว่า 5%” อย่างไรก็ตาม มีการชี้แจงว่าถึงแม้จะได้รับเงินสดแล้ว แต่พลเมืองยังสามารถใช้เพื่อการออมโดยไม่ต้องนำเงินมาใช้จ่ายก็ได้ ดังนั้นผลกระทบที่แท้จริงจะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีการประเมินผลอย่างละเอียด

 

ทั้งนี้ คาดว่าห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากตลาดผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และรองเท้า ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล

 

ขณะที่กระทรวงการคลังของไต้หวันรายงานว่า

 

“ในปีที่แล้ว ไต้หวันมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีทั้งหมดประมาณ 3.761 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 528.3 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 5.4 แสนล้านบาท)”

 

นอกจากนี้ รายได้ภาษีที่เก็บเกินเป้าหมายนี้เป็นยอดสะสมต่อเนื่องกัน 4 ปีตั้งแต่ปี 2021 จนถึงปัจจุบัน โดยมียอดสะสมรวมทั้งหมดประมาณ 1.8707 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.9 ล้านล้านบาท)

 

นั่นหมายความว่าในช่วง 4 ปีนี้ รายได้ภาษีของไต้หวันเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีเงินทุนส่วนเกินมหาศาลที่สามารถนำไปใช้จ่ายตามแผนต่างๆ รวมถึงการแจกเงินช่วยเหลือประชาชน

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไต้หวันได้จ่ายคูปองและเงินสดเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศถึง 4 ครั้งในประวัติศาสตร์ ได้แก่ ปี 2009, 2020, 2021 และ 2023

 

เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 รัฐบาลไต้หวันได้แจกคูปองและเงินสดมูลค่า 3,600 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3,700 บาท) ในปี 2009 จากนั้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลก็แจกคูปองบริโภคมูลค่า 3,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3,100 บาท) ในปี 2020 และ 5,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว บาท) ในปี 2021 ต่อมาในปี 2023 หลังผ่อนปรนมาตรการโควิด-19 รัฐบาลก็แจกเงินสดมูลค่า 6,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 6,300 บาท) ให้แก่ประชาชนอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

 

รัฐบาลไต้หวันแจกเงินประชาชนใช้คนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1 หมื่นบาท) 12 พฤศจิกายนนี้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากภาษีทรัมป์ ซึ่งนอกจากคนไต้หวันที่ได้แล้ว คู่สมรสคนไต้หวัน และชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตพำนักถาวรก็มีสิทธิ์ได้ด้วย แม้จะได้รับเงินสดแล้ว แต่พลเมืองยังสามารถใช้เพื่อการออมโดยไม่ต้องนำเงินมาใช้จ่ายก็ได้ ทั้งนี้ คาดว่าห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากตลาดผู้บริโภค

 

อ้างอิง

 


STORYTELLER BY THIS IS OLIVIA

นักเดินทางตัวเปี๊ยก…ที่ใช้ตัวหนังสือเป็นเลนส์ขยายโลกใบใหญ่

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.