SUSHIRO โต 60 เท่าใน5 ปีรายได้กว่า 4 พันล. ส่งแคมเปญ ’67’ วันเดียวโดนเส้นวัยรุ่นสุดๆ

SUSHIRO ไทย 5 ปี รายได้พุ่ง 4,731 ล้านบาท กำไร 728 ล้านบาทในปี 2568  ล่าสุดหยิบมีม ’67’ ในโซเชียลทำแคมเปญ Real-Time Marketing แค่วันเดียวคือ 6.7 ผูกกับยอดใช้จ่าย 670 บาท แลกของสะสมลิมิเต็ด ที่ได้ไวรัลจากคนรุ่นใหม่กลับมาแบบฟรีๆ มีแชร์ไปต่อ

 

 

  • SUSHIRO ไทยโตแบบก้าวกระโดด จากขาดทุนปีแรกสู่กำไร 728 ล้านในปีที่ 5 ในปี 2564 มีรายได้ 79 ล้านบาท ขาดทุน 65 ล้านบาท แต่ปี 2568 รายได้พุ่งแตะ 4,731 ล้านบาท 5 ปีรายได้โต 60 เท่า พิสูจน์ว่าโมเดล ‘ซูชิสายพานคุณภาพญี่ปุ่นราคาจับต้องได้’ ได้ผลจริงในตลาดไทย
  • การตลาดแบบเรียลไทม์ (Real-Time Marketing) ที่ดีไม่ต้องสร้างกระแสเอง แต่ใช้ของที่มีอยู่แล้ว ซูชิโร่ใช้มีม 67 จากกระแสที่ Gen Z และ Gen Alpha พูดถึงอยู่แล้วมาผูกกับวันที่ 6.7 และยอดใช้จ่าย 670 บาท มาทำแคมเปญให้แบรนด์ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์โดยไม่ต้องเสียงบสร้างกระแสใหม่เลย
  • ของสะสมลิมิเต็ดคือกลไกเปลี่ยนโปรโมชันธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ ‘ที่รัด’สายอเนกประสงค์ลายซูชิจำนวนจำกัดที่ลูกค้าอยากแชร์คอนเทนต์ก่อนจะได้ของ ทำให้ ‘SUSHIRO’ ได้ทั้งยอดขาย จำนวนคนเข้าร้าน และภาพจำแบรนด์ที่เข้าใจวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตในคราวเดียวกัน

 

กระแสแคมเปญ ‘SUSHIRO’ ผ่านมีม ’67’ กำลังกลายเป็นไวรัลในตอนนี้  เมื่อแบรนด์หยิบมีมดังกล่าวมาต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดแบบเรียลไทม์ (Real-Time Marketing) ด้วยโปรโมชันจัดเพียง 1 วัน เท่านั้น ซึ่งก็คือวัน 6 เดือน 7 (กรกฎาคม) ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทำเอาเหล่าชาวเน็ตติเซ่น (Netizen) หลายคนโดยเฉพาะเจนอัลฟ่า และเจนซี ต่างมารุมเดือดกับแคมเปญซูชิโร่  ที่มาพร้อมเงื่อนไขให้ลูกค้าที่รับประทานอาหาร ครบ 670 บาทต่อโต๊ะ (ก่อนค่าบริการ) แล้วไปทำท่า ‘67’ ที่หน้าแคชเชียร์แล้ว ถึงจะได้รับที่รัดสายอเนกประสงค์ลายซูชิ 1 ชิ้นต่อคน (สูงสุด 6 ชิ้นต่อโต๊ะ) โดยมีให้เลือกหลายลายและเป็นของพรีเมียมจำนวนจำกัด

 

 

‘ซูชิโร่’ อยู่ไทย 5 ปีมี 47 สาขาทั่วไทย

 

สำหรับ ซูชิโร่ (SUSHIRO)  คือ ร้านอาหารเชนซูชิสายพานอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1984 ภายใต้บริษัท Akindo Sushiro มีจุดแข็งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ เทคโนโลยีการจัดการร้าน และราคาที่เข้าถึงง่าย ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 150 ล้านคนต่อปีทั่วโลก

 

สำหรับในประเทศไทย SUSHIRO เข้ามาเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2564 โดยบริษัท Sushiro GH (Thailand) ภายใต้กลุ่ม FOOD & LIFE Companies จากญี่ปุ่น จึงไม่ได้เป็นแฟรนไชส์ที่นำเข้าโดยผู้ประกอบการไทย

 

ถึงในปัจจุบันผ่านมาร่วม 5 ปีในวันนี้ SUSHIRO Thailand ขยายเป็น 47 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองหลักทั่วประเทศ

 

จุดเด่นที่ทำให้แตกต่าง

 

ขณะที่สิ่งที่ทำให้ SUSHIRO มีความแตกต่างที่สร้างเรื่องให้โดนใจกลุ่มเป่าหมายผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าคนรุ่นใหม่ ได้เป็นอย่างมาก น่าจะมาจาก 5 ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกัน คือ

 

  • การวางตัวเป็น ‘ซูชิสายพานคุณภาพญี่ปุ่นในราคาจับต้องได้’ เริ่มต้นต่อจาน (บนสายพาน) ราคา 30 บาท และราคา(จาน) สูงสุดอยู่ที่ 100 บาท
  • ระบบสั่งอาหารผ่านจอและเสิร์ฟอัตโนมัติ
  • เมนูใหม่ออกต่อเนื่องตามฤดูกาล
  • ความเป็นแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์สนุก เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายมากๆ
  • ทำคอนเทนต์และโปรโมชั่นตามกระแสโซเชียลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคนรุ่นใหม่ ถูกใจสิ่งนี้

 

ต่อการทำตลาดของซูชิโร่ ที่นอกจากขายความเป็น No.1 สายพานซูชิจากญี่ปุ่น และ 6 จุดเด่นข้างต้นแล้ว ขณะเดียวกัน แบรนด์ ยังขายประสบการณ์ ‘Experience’ ตั้งแต่การรอคิว (ที่แอบนานในวันหยุดและในแต่ละช่วงเวลามื้ออาหาร) ก่อนเข้าไปรับประทานอาหารในร้าน นอกจากนี้แบรนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องการออกแคมเปญของสะสมแบบกล่องจุ่ม (สุ่ม) ลาย (Random Collectibles) รวมไปถึงการและคอลแลบกับคาแรกเตอร์การ์ตูน เกม หรือคาแรกเตอร์ดัง ๆ อยู่เป็นประจำ ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและเกิดการแชร์บนโซเชียล

 

ด้วยกลยุทธ์แจกของสะสมแบบสุ่มเหล่านี้ ที่โดนเส้นเหล่าลูกค้าคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก ถึงขนาดมีบางความคิดเห็นในเพจซูชิโร่ ออกมาระบุว่า คาแรกเตอร์ของสะสมล็อตเดิมที่ทำออกมายังเก็บไม่ครบเลย ตอนนี้มีออกมาใหม่อีกแล้ว!!

 

นอกจากนี้ การสุ่มเมนูของสะสม และแคมเปญลิมิเต็ด (ที่กำหนดช่วงวันเวลาจำกัด) รวมถึงการเล่นกับกระแสอินเทอร์เน็ต ยิ่งเป็นกิมมิคสนุกๆ ทำให้ลูกค้า สนใจที่กลับมาซ้ำและแชร์ต่อบนโซเชียลอยู่เสมอ อีกด้วย

 

‘67’ ความหมายที่ไม่มีความหมาย

 

สำหรับเลข ‘67’ (ซิกเซเว่น) เป็นมีมไวรัลและคำสแลงยอดฮิตในโลกออนไลน์ (เช่น TikTok และ Roblox) ในกลุ่มเด็กๆ และวัยรุ่นยุคนี้ โดย ‘67’ มีความหมายที่ไม่มีความหมายตายตัว มักถูกใช้เป็นคำตอบกวนๆ ตอบรับแบบไม่มีเหตุผล ใช้แซวเพื่อน หรือใช้ตะโกนโต้ตอบสนุกๆ ร่วมกับท่าทางหงายมือยกขึ้นลง

 

จากความไวรัลของมีม ‘67’ นี่เองที่ทำให้ SUSHIRO หยิบเลขดังกล่าวมาเชื่อมกับยอดใช้จ่าย 670 บาท พร้อมใช้วันที่ 6.7 เป็นวันจัดกิจกรรม เพื่อให้คนจดจำได้ง่ายและเชื่อมโยงกับกระแสที่กำลังมาแรง

 

ต่อการที่แบรนด์ เลือกใช้มีมนี้มาทำการตลาดในช่วงเวลาแบบนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น Real-Time Marketing ที่อาศัยกระแสซึ่งผู้คนกำลังพูดถึง มาต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดในวันเลขมีม 6.7 ที่กำลังมาถึง ที่ช่วยให้แบรนด์ถูกพูดถึงมากขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มสร้างกระแสใหม่เองอีกด้วย

 

จากแคมเปญนี้ นอกจากแบรนด์ต้องการกระตุ้นยอดขายในวันเดียวแล้ว ขณะเดียวกันเชื่อว่ายังต้องการเพิ่มปริมาณ (Traffic) ลูกค้าเข้าร้าน ไปพร้อมสร้างการแชร์บนโซเชียล ที่สุดท้ายยังได้ภาพจำ SUSHIRO เป็นแบรนด์ที่เข้าใจวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ทันจังหวะอีกด้วย

 

ทั้งนี้ แม้แคมเปญจะจัดเพียง วันเดียว คือ 6 เดือน 7 แต่การหยิบมีม ‘67’ มาผูกกับเงื่อนไข 670 บาท ยิ่งทำให้โปรโมชันธรรมดา ๆ กลายเป็น ‘คอนเทนต์’ ที่คนอยากแชร์ เป็นตัวอย่างของการตลาดที่ใช้ ‘จังหวะ’ มากกว่างบประมาณ

 

ในจุดนี้ ก่อนลูกค้าจะได้ของพรีเมียมจากความสนุกของแคมปญ 67 นี้ และดูเหมือนว่า SUSHIRO จะได้สิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือ ‘ความไวรัล’ ที่ช่วยให้แบรนด์ถูกพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ไปแล้วในตอนนี้

 

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง SUSHIRO ย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูลล่าสุด ปี 2568)  ภายใต้บริษัท Sushiro GH (Thailand) จาก dataforthai ดังนี้

 

  • ปี 2564 รายได้ 79 ล้านบาท ขาดทุน 65 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้ 1,000 ล้านบาท กำไร 63 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้ 1,892 ล้านบาท กำไร 172 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้ 2,902 ล้านบาท กำไร 369 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้ 4,731 ล้านบาท กำไร 728 ล้านบาท

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.