จาก ‘หมูเด้ง’ ถึง ‘พันช์คุง’ สะท้อนการตลาดใส่ใจ ‘Caring Marketing’ ที่สร้างแรงซื้อถึงเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่รักสัตว์มากขึ้น และกลายเป็นอำนาจการจับจ่ายซื้อสินค้ากลุ่มใหญ่ที่มีพลังและยอมจ่ายให้กับ ‘ความน่ารัก’ ให้กับสัตว์โลก
กระแส ‘พันช์คุง’ ลิงหิมะญี่ปุ่นในสวนสัตว์เมืองอิชิคาวะ ‘Ichikawa City Zoo’ ใกล้กรุงโตเกียว ที่ทำหลายคนทั่วโลกหลายคน ‘ใจบาง’ กับภาพไวรัลคลิปลิงตัวจิ๋วทั้งลากทั้งกอดตุ๊กตา(ลิง)สีส้มติดตัวแทบตลอด กับความพยายามหาเพื่อนลิงเล่นด้วยกันภายในสวนสัตว์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ถึงในตอนนี้สื่อญี่ปุ่นรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางมาสวนสัตว์แห่งนี้พุ่งพึง 900 คนต่อวันสูงกว่าช่วงปกติ 4 เท่าตัว นัยว่าผู้คนต่างพากันไปเพื่อไปให้กำลังใจพันช์คุงและตุ๊กตา(แม่)ของเขา
แนวโน้มที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดถึง ‘ความรักสัตว์’ ที่อาจไม่ได้เป็นแค่ความเอ็นดู แต่กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ ที่พาโลกธุรกิจเข้าสู่ยุค Caring Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความใส่ใจ ความผูกพัน และความเข้าใจเชิงอารมณ์ของผู้บริโภคยุคใหม่
‘หมูเด้ง’ รุ่นพี่สายคิวท์
ก่อนหน้านี้เมื่อราวปี 2567 ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ประเทศไทยเคยมีกระแสลักษณะคล้ายคลึงเช่นเดียวเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน กรณีลูกฮิปโปแคระเกิดใหม่ ‘หมูเด้ง’ ที่ขายความน่ารักและคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบคลิปวิดีโอของ ‘เบนซ์ อรรถพล’ พี่เลี้ยง Zoo Keeper จนเกิดการแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวาง
มาถึงกรณีของ ‘พันช์คุง’ ในญี่ปุ่น ที่สะท้อนมิติความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ในอีกระดับหนึ่ง ทั้งหมดนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างกับตลาด?!?
‘พันช์คุง’ ลูกลิงกับตุ๊กตาส้ม
Punch-kun (พันช์คุง) เป็นลูกลิงญี่ปุ่นสายพันธุ์ Japanese macaque หรือ ’ลิงหิมะ’ จากสวนสัตว์เมืองอิชิกาวะ อยู่ใกล้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
พันช์คุง กลายเป็นไวรัลระดับโลกจากภาพและคลิปที่แสดงพฤติกรรมคล้าย ‘ความเหงา’ และการกอดตุ๊กตาลิงอุรังอุตังจาก IKEA รุ่น DJUNGELSKOG เสมือนเป็น ‘ตุ๊กตาแทนแม่’
ขณะที่ภาพดังกล่าว ได้ถูกแชร์ไปทั่วโลก สร้างยอดวิวหลายสิบล้านวิว พร้อมแฮชแท็กอย่าง #HangInTherePunch และ #がんばれパンチ บนแพลตฟอร์มโซเชียลทั้ง TikTok, Instagram และ X จนเกิดกระแสแฟนอาร์ต การตีความเชิงอารมณ์ และการพูดถึงสินค้าที่เกี่ยวข้อง อีกด้วย
จากไวรัลสู่ ‘Caring Economy’
โดยในช่วงที่ผ่านมาสื่อต่างประเทศและสื่อญี่ปุ่นรายงานว่าล่าสุด มีผู้เยี่ยมชมสวนสัตว์แห่งนี้พุ่งสูงถึงประมาณ 900 คนต่อวันมากกว่าช่วงปกติ 4 เท่า ส่งผลให้บรรยากาศสวนสัตว์เมืองอิชิกาวะ คึกคักขึ้นอย่างชัดเจน
สะท้อนถึงแต่การเคลื่อนไหวของผู้คนในโลกจริงเพิ่มขึ้นตามมา ไม่ใช่แค่ยอดวิวออนไลน์ จากกระแสไวรัลความเหงาของพันช์คุง ขณะเดียวกัน ‘ตุ๊กตา DJUNGELSKOG จาก IKEA’ กลายเป็นสินค้ายอดนิยมจนขายเกลี้ยง!! ไปแล้วในหลายประเทศ
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนรูปธรรมชัดของ การตลาดแบบใส่ใจ Caring Marketing จากการที่ผู้คนมีอารมณ์ ที่นำไปสู่สร้างการมีส่วนร่วม พร้อมสร้างทราฟฟิก และนำไปสู่การสร้างยอดขายทางการตลาด ได้ในที่สุด
โดย Caring Marketing ยังเกี่ยวโยงกับทฤษฎีสร้างความผูกพันธ์ของอารมณ์และแบรนด์ Emotional Branding ของผู้บริโภค เช่น ความผูกพันหรือความรัก จะสร้างสัมพันธ์ระยะยาวและกระตุ้นพลังซื้อได้มากกว่าแค่คุณสมบัติสินค้าเท่านั้น
รวมไปถึงทฤษฎีความสัมพันธ์ทางการตลาด Relationship marketing ย้ำการสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับลูกค้าเป็นหัวใจของการตลาดสมัยใหม่ เพราะช่วยสร้างความจงรักภักดีและทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีคุณค่าต่อแบรนด์ และ Cause-related marketing สะท้อนชัดถึงการนำประเด็นสังคมหรือคุณค่าทางอารมณ์เข้ามาผูกกับแบรนด์ ช่วยเพิ่มความชื่นชมและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเช่นกัน
จากพี่หมูเด้ง ถึงพันช์คุง ความต่างที่เหมือนกัน
ด้านผู้เชี่ยวชาญ ‘ณรงวิทย์ ชดช้อย’ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียวผู้อำนวยการสวนสัตว์เขาเขียวให้มุมมองต่อเรื่องนี้กับ Alternate-X ไว้อย่างน่าสนใจ จากจุดเริ่มต้น ความห่วงใยใส่ใจของผู้คนในยุคปัจจุบันที่รักสัตว์ต่างๆ ในโลกมากขึ้น นอกเหนือจากสัตว์เลี้ยง ที่อย่างหลังหลายคนรุ่นใหม่หลายคนมีบทบาทเป็นพ่อแม่สัตว์เลี้ยง (Pet Parent) แทนการมีลูก ที่ขยายตัวมากขึ้น
พร้อมยกกรณี ‘หมูเด้ง’ ลูกฮิปโปแคระคนดังแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กับกระแสความน่ารักที่เป็นไวรัลระดับโลกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ที่ถูก ‘พี่เลี้ยง’ ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ความน่ารักในคลิปต่าง ๆ ทำให้เกิดกระแสความเอ็นดู ล้นหลาม สร้างทราฟฟิกคนมาเยี่ยมชมในช่วงพีคได้หลักหมื่นคนต่อวันช่วงวันหยุด และยังนำไปสู่การต่อยอดสินค้าเชิงพาณิชย์ (Merchandise) คาแรกเตอร์หมูเด้ง ต่างๆ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับแบรนด์สินค้าต่างๆ ในตลาด
“ในตอนนี้สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีนักท่องเที่ยวราว 2,000–3,000 คนต่อวัน และในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพิ่มเป็น 4,000–6,000 คนต่อวัน จากในช่วงสูงสุดก่อนหน้าหลักหมื่นตนต่อวัน”
ณรงวิทย์ กล่าวว่า จากกระแสความชื่นชอบความน่ารักและใส่ใจสัตว์ หมูเด้ง ในช่วงที่ผ่านมา ถึงในตอนนี้ หมูเด้ง ยังมีกลุ่มฐานแฟนคลับติดตามกิจวัตรประจำวันอย่างเหนียวแน่น รวมถึงความต้องการซื้อสินค้าลิขสิทธิ์หมูเด้ง อย่าง ชุดนอนลายหมูเด้ง ที่มีความต้องการและผลิตซ้ำเพื่อจำหน่าย รวมถึงการทำงานต่อเนื่อง ร่วมกับ (Collabs) แบรนด์สินค้าในกลุ่มของที่ระลึก ตุ๊กตา พวงกุญแจ เป็นต้น ในปัจจุบัน
สัตว์-คน ต้องปรับตัวเข้าสังคม
ณรงวิทย์ ให้มุมมองต่อถึงระบบนิเวศการดูแลสัตว์ภายในสวนสัตว์ ถึงพฤติกรรมของพันช์คุง และฝูงลิงอุรังอุตังที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่ (Zone) ในกรณีนี้ ‘พันช์คุง’ อาจไม่ได้หมายความว่าแม่ไม่เลี้ยงดู แต่อาจเป็นช่วงระหว่างการเทียบฝูงให้สัตว์คืนกลับเข้ากลุ่มได้ตามสภาพการใช้ชีวิตได้ตามปกติ เห็นได้จากภาพล่าสุดในสื่อตอนนี้ ‘พันช์คุง’ เริ่มได้กลายยอมรับให้เข้าฝูงแล้ว
“อย่างในสวนสัตว์เขาเขียวเอง หรือแห่งอื่นๆ จะมีทีมดูแลที่เรียกชื่อไม่เป็นทางการว่า ทีมแม่นมดูแลสัตว์ที่เกิดใหม่ในกรณีที่แม่สัตว์ไม่สามารถเลี้ยงได้หรือเกิดเหตุจำเป็น จะทีมงานคนดูแลอย่างใกล้ชิด เป้าหมายสำคัญคือทำอย่างไรให้ลูกสัตว์สามารถกลับคืนสู่ฝูงได้ เรียกว่าการเทียบฝูง”
โดยกรณีพันช์คุง คาดเป็นแนวทางที่สวนสัตว์ญี่ปุ่นนำมาใช้ซึ่งในขณะนี้เริ่มเห็นภาพ พันช์คุงได้รับการยอมรับแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการฝึกให้สัตว์มีความแข็งแกร่งทางจิตใจและค่อย ๆ เข้าสู่ฝูง และนำไปสู่การผสมพันธุ์ด้วยเช่นกัน
กระบวนการเทียบฝูงดังกล่าว จะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนขึ้นไปเพื่อสร้างการยอมรับ
ขณะที่ สวนสัตว์เขาเขียวเองก็มีกรณีน้อง ‘น้องภาระ’ ลูกวัวแดงป่าที่เกิดมาขาหัก จำเป็นต้องแยกเลี้ยงจากฝูงเพื่อรักษาและฟื้นฟูให้กลับมาเดินได้ตามปกติ หลังจากนั้นมีการนำไปเทียบฝูงจนประสบความสำเร็จ และสามารถกลับมาอยู่ในพื้นที่ได้ต่อเนื่องในตอนนี้แล้ว เช่นกัน
ณรงวิทย์ ทิ้งท้ายว่า “จากสิ่งสะท้อนเคสพันช์คุงยังเป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่เทลลิ่งที่ทำให้ผู้คนย้อนกลับมาตระหนักถึงคุณค่าของการรักสัตว์ และเห็นว่าสัตว์เองก็มีการปรับตัวได้ แม้ไม่ได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น ซึ่งแม้แต่ตัวมนุษย์ ก็เช่นเดียวกัน ที่ยังต้องใช้เวลาการปรับตัวเพื่อเข้าสู่และเป็นที่ยอมรับของสังคม”

STORYTELLER BY LilGray
I create stories that make the world feel closer — and a little happier.




