สแกน 8 นโยบายพรรคภูมิใจไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล 2569 มองหาช่องทางธุรกิจใหม่จาก คนละครึ่งพลัส, EV, และ EdTech เพื่อเตรียมรับมือเศรษฐกิจยุคใหม่
- นโยบายรัฐ เป็นตัวเร่งโอกาสธุรกิจ 8 นโยบายครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และเทคโนโลยี ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการลงทุนและตลาดใหม่ในประเทศ
- เทคโนโลยีและความปลอดภัยมาแรง KYC, Fraud Detection, วิเคราะห์ข้อมูล, ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ฯลฯ จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่จากนโยบายรัฐ
- พลังงาน–การศึกษา–แรงงาน คือเกมยาว ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า อีวี อีโคซิสเต็ม การจัดเก็บพลังงานเลือก (Energy Storage) และ EdTech แบบทักษะขั้นพื้นฐาน (Skill-based) เป็นโอกาสระยะยาวมากกว่ามาตรการกระตุ้นระยะสั้น
หลังปิดหีบการเลือกตั้ง 2569 ไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง อัปเดทผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ระบุ อันดับ1 พรรคภูมิใจไทย คาดการณ์ สส.แบ่งเขตจำนวน 174 ที่นั่ง อันดับ2 พรรคประชาชน คาดการณ์สส.แบ่งเขตจำนวน 87 ที่นั่ง อันดับ3 พรรคเพื่อไทย คาดการณ์ สส.แบ่งเขตจำนวน 58 ที่นั่ง
ขณะที่คะแนนบัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคประชาชน สัดส่วน 28.30% อันดับ2 พรรคภูมิใจไทย 17.26% และอันดับ3 พรรคเพื่อไทย 14.92%
หากไม่มีข้อผิดพลาดทางเทคนิคเกิดขึ้น แน่นอนว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกุล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีเสียงข้างมากจากคะแนนการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในปี 2569 และหากดำเนินเสร็จสิ้นตลอดกระบวนการได้ทั้งหมด คนไทยจะได้เห็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าไปต่อได้ หลังกลางปี 2569 เป็นต้นไป จาก 8 นโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศไว้ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน ยังน่าสนใจว่าภายใต้ 8 นโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ไว้มีโอกาสทางธุรกิจ หรือ การตลาดอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง กับแคมเปญพูดแล้วทำพลัส+ คลุม 4 แกนหลัก ความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ และ ภัยพิบัติ
สร้างเชื่อมั่นแบรนด์ไทย
นโยบายที่1 เลือกคนดีมีความรู้ความสามารถมาเป็นคณะรัฐมนตรี ได้ อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นโยบายที่2 ปราบสแกมเมอร์ ทลายทุนเทา ไม่เอากาสิโน
จาก สองนโยบายนี้ ข้อแรกเราอาจเห็นได้ว่า พรรคภูมิใจไทย จัดสินค้า (ตัวบุคคล)ออกมาในรูปของเแพ็คเกจคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะรองนายกฯ มืออาชีพ อย่าง สีหศักดิ์ , ศุภจี และ เอกนิติ มาคุมกระทรวงสำคัญ ที่สะท้อนเซนทิเมนต์ทางเศรษฐกิจระดับหนึ่ง และอาจมีผลต่อ ‘ระเบียบสังคม’ ไปด้วย ดังนี้
- ความเชื่อมั่นในระบบราชการ เมื่อนำคนที่มีความรู้จริง มาบริหาร ช่วยลดความกังวลเรื่องการเมืองท้องถิ่น ให้ประชาชนรู้สึกว่าประเทศถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ข้อมูล’ และ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ มากกว่า ‘กระแสการเมือง’
- ศักดิ์ศรีบนเวทีโลก การมีทีมต่างประเทศและพาณิชย์ที่เชี่ยวชาญ จะช่วยยกระดับไทยให้ไม่ใช่แค่ ‘ผู้รับตาม’ แต่เป็น ‘ผู้คุมทิศทาง’ ในอาเซียน ซึ่งส่งผลต่อความภาคภูมิใจของคนในชาติ
ส่วนนโยบายการปราบสแกมเมอร์ฯ มีผลกระทบเชิงบวกในด้าน ‘จริยธรรมสังคม’ หากทำได้อย่างจริงจังจะช่วยลดความเครียดสะสมในสังคมที่หวาดระแวงจากการต้องรับสายแปลกปลอมก่อนหน้า และทำให้ผู้สูงอายุ (กลุ่มเป้าหมายหลักของสแกมเมอร์) รู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลมากขึ้น
นอกจากนี้ การไม่เอากาสิโนและทลายทุนเทา ยังเป็นการประกาศจุดยืนว่าประเทศจะไม่พึ่งพา ‘เงินที่แลกด้วยความล้มละลายของครอบครัว’ จากเกมเสี่ยงโชค และสร้างความโอกาสให้ธุรกิจสีขาวไม่ถูกจำกัดการเข้าถึง หลังทุนเทาถูกทลาย
และยังมีความเป็นไปได้ให้กับ ธุรกิจด้านระบบตรวจสอบความปลอดภัยข้อมูล หรือ Identity Verification (KYC), ระบบป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์ (Fraud Detection) และซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับองค์กรและบุคคลทั่วไป จะมีความสำคัญมากขึ้น หลังรัฐให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ จากนโยบายนี้
อย่างไรก็ตาม นโยบายข้อสองนี้ อาจยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อการดำเนินการและนำไปสู่ผลลัพธ์จับต้องได้จริงในรูปแบบใด ออกมา
นโยบายที่ 3 ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขายได้คนละครึ่งพลัส
สำหรับนโยบายนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งความต้องการจากฐานเสียงคนชั้นกลางที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยการรับเงินโครงการคนละครึ่งพลัส จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือกระตุ้นหมุนเวียนทั้งเศรษฐกิจและเติมสภาพคล่องการใช้ชีวิตประจำวันได้ในช่วงหนึ่ง และส่งผลดีต่อเนื่องกับ ธุรกิจค้าปลีก ระบบชำระเงิน กลุ่มร้านค้าขนาดเล็ก และถ้ามองต่อไปอีกสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) จากกล่มผู้ใช้และยอดขายที่เพิ่มขึ้นผ่านโครงการนี้ เพื่อนำไปใช้วางแผนแคมเปญการตลาดที่ได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคได้ต่อไปอีก
นโยบายที่4 สร้างกำแพงป้องกันภัยรุกรานยาเสพติด สินค้าเกษตรข้ามแดนผิดกฎหมาย
นโยบายนี้ คาบเกี่ยวทั้งความมั่นคง สังคม และ การค้า โดยเฉพาะอย่างหลังการป้องกันสินค้าเกษตรข้ามแดนผิดกฎหมาย ที่ต้องทำงานร่วมกันของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่โอกาสทางธุรกิจ คาดยังเป็นด้านของระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สินค้าเกษตร (Blockchain) เพื่อยืนยันว่าสินค้าถูกกฎหมายและมีคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังรวมถึงสินค้าส่งออกไทย และ SME ด้านส่งออก ที่จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งโอกาสอาจเป็นของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งกิจการเอสเอ็มอีที่สร้างแบรนด์สินค้าไทยไปสู่ตลาดโลก มากขึ้น
นโยบายที่5 ทหารอาสา เงินเดือน 12,000 บาท จ้าง 4 ปี และ นโยบายที่ 6 พยาบาลอาสา เงินเดือน 15,000 บาท จ้าง 4 ปี
ด้วยนโยบายกลุ่มนี้เกี่ยวข้องเชิงสังคม สาธารณสุข และการศึกษา จากโอกาสเมื่อมีการจ้างงานระยะสั้น (4 ปี) จำนวนมาก แนวโน้มธุรกิจที่จะได้รับโอกาสรับช่วงต่อในการนำบุคลากรเหล่านี้มาปรับทักษะ ‘Reskill’ เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคเอกชนได้อีก หลังจากครบวาระการจ้างงาน
นโยบายที่ 7 ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด
แน่นอนว่านโนบายฯ เกี่ยวข้องทางตรงกับธุรกิจพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV & Green Energy) คาดจะเป็นโอกาสระบบนิเวศทางธุรกิจ (EV Ecosystem) ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้น สร้างความต้องการธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) และศูนย์ซ่อมบำรุง EV จะกลายเป็นอีกช่องทางการทำธุรกิจและการตลาดใหม่
นอกจากนี้ หากค่าไฟถูกคุมไว้ที่ 3 บาท ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์อาจต้องปรับตัวเน้นไปที่การขาย ‘ระบบกักเก็บพลังงาน’ (Energy Storage) เพื่อความเสถียรแทน
นโยบายที่ 8 เรียนฟรี มีงานทำ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา การศึกษาเท่าเทียมพลัส
สุดท้ายนโยบายดังกล่าว น่าจะส่งผลทางตรงกับธุรกิจเทคโนโลยีและการศึกษา (EdTech & Platform) เป็นโอกาสในการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนการสอนออนไลน (Online Learning) ที่เน้นทักษะพื้นฐาน (Skill-based) เรียนเพื่อไปทำงานจริงคาดจะเติบโตมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (LMS) หรือแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ในการจับคู่ทักษะกับงาน (Job Matching) จะเป็นที่ต้องการสูง
จากโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นข้างต้น เป็นการมองต่อยอดจาก 8 นโยบายของพรรคภูมิใจไทยในแคมเปญพูดแล้วทำพลัส+ ที่แม้ว่าพรรคได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำนโยบายหาเสียงให้ครบถ้วนทุกข้อ จากข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ต้องรับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญา และมีนโยบายหลักที่เป็นรูปธรรมเพื่อรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน
ด้วยยังสะท้อนถึงความมั่นใจต่อแบรนด์พรรคการเมือง ที่เปรียบเสมือนเป็นตราสินค้าในการแข่งขันตลาดการเมืองประเทศไทยเช่นกัน ที่จะสร้างโอกาสให้กับตัวเองในการแข่งขันเพื่อชิงหัวใจของผู้บริโภคชาวไทย ในเกมครั้งหน้า
Alternate-X สรุปให้
หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งจำนวนสส. มากที่สุด นำโดย ‘อนุทิน ชาญวีรกุล’ จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 นโยบายหลักภายใต้แคมเปญ ‘พูดแล้วทำพลัส+’ ครอบคลุมความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ และภัยพิบัติ สร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ไทยและโอกาสธุรกิจใหม่ กับนโยบายเด่น ๆ เช่น ครม.มืออาชีพ, ปราบสแกมเมอร์, คนละครึ่งพลัส, ค่าไฟ 3 บาท, มอเตอร์ไซค์ EV ผ่อนถูก, ทหาร/พยาบาลอาสา, การศึกษาออนไลน์ฟรีมีงานทำ สร้างโอกาสธุรกิจในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ , ระบบการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับสินค้าเกษตร, อีโคซิสเต็มอีวี, EdTech, การปรับทักษะแรงงาน, การวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าไม่ทำครบทุกข้อ แต่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นแบรนด์พรรคและเปิดโอกาสธุรกิจสีขาวในยุคใหม่
STORYTELLER BY LilGray
I create stories that make the world feel closer — and a little happier.





