‘กรุงเทพฯ’ ศูนย์กลางมหาเศรษฐีใหม่อาเซียน ใน4ปีหน้ากลุ่ม ‘UHNW’ โตกว่า 50%

Altrata เผยกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเป็นศูนย์กลางกลุ่มมหาเศรษฐีที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน คาดจำนวน UHNW เพิ่มกว่า 50% ภายในปี 2573 กับ 5 ปัจจัยแรงส่งเศรษฐีใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 

  • กรุงเทพฯ โตเร็วสุดอาเซียน Altrata คาดจำนวนมหาเศรษฐี (UHNW) ในกรุงเทพฯ จะเพิ่มจาก 1,210 คน เป็น 1,840 คนภายในปี 2573 เติบโตกว่า 50% และขึ้นอันดับ 12 ของโลก
  • เศรษฐีไทยส่วนใหญ่สร้างตัวเอง กลุ่ม UHNW ในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่สร้างความมั่งคั่งด้วยตนเอง ขณะที่ผู้ร่ำรวยจากมรดกทั้งหมดมีสัดส่วนไม่ถึง 10%
  • AI และ Private Capital สร้างเศรษฐีรุ่นใหม่ Altrata ชี้ว่า AI เงินทุนภาคเอกชน พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง จะเป็นแรงขับเคลื่อนคลื่นมหาเศรษฐีในอนาคต

 

 

มายา อิมเบอร์ก (Maya Imberg) หัวหน้าฝ่าย Thought Leadership and Analytics ของ Altrata บริษัทด้านข้อมูลและวิเคราะห์ความมั่งคั่งระดับโลก เผยรายงาน World Ultra Wealth Report 2026 ของ Altrata ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สุทธิมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (Ultra High Net Worth: UHNW) จำนวน 2,090 คนในปี 2568 โดย 1,210 คนอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร

 

โดยคาดว่าจำนวน UHNW ในกรุงเทพฯ จะเพิ่มเป็นประมาณ 1,840 คนภายในปี 2573 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.7% ส่งผลให้กรุงเทพฯ ติดอันดับ 12 ของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีการเติบโตของมหาเศรษฐีสูงที่สุด และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แซงหน้ากรุงจาการ์ตา

 

โดยจุดเด่นกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่เพียงอัตราการสร้างความมั่งคั่งที่รวดเร็ว แต่ยังมาจากการผสมผสานระหว่างผู้ประกอบการไทยที่แข็งแกร่งกับความน่าสนใจที่เพิ่มขึ้นในสายตานักลงทุนและผู้มีความมั่งคั่งจากต่างประเทศ

 

เธอ กล่าวว่า กรุงเทพฯ กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการขยายตัวของประชากรกลุ่มมหาเศรษฐีรวดเร็วที่สุดของโลก สะท้อนบทบาทใหม่ของไทยในฐานะศูนย์กลางความมั่งคั่งแห่งหนึ่งของภูมิภาค

 

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าการเติบโตของความมั่งคั่งในกรุงเทพฯ ไม่ได้พึ่งพาอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่ได้รับแรงหนุนจากหลายภาคธุรกิจ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและความบันเทิง ธุรกิจธนาคารและการเงิน ตลอดจนภาคบริการและธุรกิจผู้บริโภค

New Money เศรษฐีใหม่สร้างตัวเอง

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มมหาเศรษฐีไทยส่วนใหญ่เป็นผู้สร้างฐานะด้วยตนเอง มากกว่าการพึ่งพามรดกจากครอบครัว แม้ว่าหลายรายจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจก็ตาม

 

โดยผู้ที่ร่ำรวยจากการรับมรดกทั้งหมดมีสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งในสิบของประชากร UHNW ในกรุงเทพฯ ขณะที่คนส่วนใหญ่สร้างความมั่งคั่งผ่านการเป็นผู้ประกอบการและการขยายธุรกิจของตนเอง

 

Altrata มองว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มมหาเศรษฐีในไทยเป็นผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาว ไม่ใช่เพียงวัฏจักรเศรษฐกิจในช่วงสั้น โดยมีทั้งคุณภาพของสถาบัน นโยบายภาษีและการค้า ระบบตลาดทุน ความแข็งแกร่งของค่าเงิน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้ประกอบการเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

 

UHNW ใช้ชีวิตแบบข้ามประเทศ

รายงานยังพบว่า กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงทั่วโลกมีแนวโน้มเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและการใช้ชีวิตข้ามประเทศมากขึ้น โดยยังคงรักษาเครือข่ายธุรกิจในหลายภูมิภาคพร้อมกัน

 

ขณะที่ในระดับโลก จำนวนประชากร UHNW เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 556,850 คนในปี 2568 เพิ่มขึ้น 14.4% จากปีก่อน นับเป็นการเติบโตในอัตราสองหลักต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

 

โดยมูลค่าความมั่งคั่งรวมของกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเป็น 63.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าสองเท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 746,570 คน และมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 85 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

 

5 อุตสาหกรรมแรงส่งมั่งคั่งยุคใหม่

 

Altrata ระบุว่า คลื่นการสร้างความมั่งคั่งรอบใหม่จะขับเคลื่อนโดยปัจจัย

 

  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • การขยายตัวของเงินทุนภาคเอกชน (Private Capital)
  • การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
  • โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

 

ขณะที่ ธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชน เทคโนโลยีกลาโหม พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตขั้นสูง จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สร้างมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ในอนาคต

 

โดยในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากร UHNW ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 255% สูงกว่าอัตราการเติบโตของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกถึง 7 เท่า

 

ขณะที่กลุ่มมหาเศรษฐีซึ่งมีสินทรัพย์เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ Centi-millionaires เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากราว 60,000 คนเมื่อสิบปีก่อน เป็นมากกว่า 117,000 คนในปี 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

 

รายงานยังพบว่า เอเชียมีประชากรกลุ่ม UHNW ที่อายุน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ขณะที่สัดส่วนผู้หญิงในกลุ่มมหาเศรษฐีของเอเชียอยู่ที่ 13% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า จากบทบาทของผู้ประกอบการหญิงที่มากขึ้นและการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นที่ขยายตัวมากขึ้น



ภาพปก: สร้างโดย AI

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.