Hola!! Mexico  ได้สัญชาติใหม่ ‘พลเมืองซ้อน’ แต่ ‘แอน จักรพงษ์’ อาจยังไม่พ้นคดี

ถือสัญชาติเม็กซิกัน  ‘แอน จักรพงษ์’ กลยุทธ์ ‘แลกคริปโต-หนีเม็กซิโก’ แบบ ‘Zhenli Ye Gon’ แต่สหรัฐยังตามยึดทรัพย์ได้

 

แวดวงนางงามต่างเต็มไปด้วยดราม่า เริ่มจากผลการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ที่แฟนนางงามมองว่า “ค้านสายตา” กระแสดราม่ายังไม่ทันจางหาย

 

โลกนางงามต้องหันมาจับตาอีกครั้งที่ชื่อของอดีตผู้บริหาร Miss Universe Organization (MUO) นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ ‘แอน จักรพงษ์’ หลังเหตุการณ์มหากาพย์หุ้น JKN ที่สะสมปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้ บัญชีเท็จ และการปั่นหุ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นกู้และนักลงทุนรายย่อยถูกสั่นคลอน

 

โดยเมื่อ 25 พฤศจิกายน ศาลแขวงพระนครใต้ ถนนเจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1440/2566 ซึ่งเป็นคดีฟ้องร้องระหว่าง นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ยื่นฟ้อง JKN และแอน จักรพงษ์ ในข้อกล่าวหาฉ้อโกงหุ้นกู้มูลค่า 30 ล้านบาท

 

แต่ในวันนัดหมาย แอนกลับไม่ปรากฏตัวต่อศาล จนศาลต้องออกหมายจับ เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นจุดกระพือความกังวลในหมู่นักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัท

 

ความร้อนแรงไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ เปิดเผยว่า แอนอาจได้รับความช่วยเหลือจาก ราอูล โรชา คานตู ประธาน MUO คนปัจจุบัน ในการขอสัญชาติเม็กซิกัน พร้อมกับแปลงทรัพย์สินเป็นคริปโตมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท และออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะเดียวกัน บัญชีอินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามกว่า 6.6 ล้านคน ถูกปิดอย่างกะทันหัน

 

ก่อนหน้านั้นช่วง 20 ต.ค. 2566 แอนได้ขายหุ้นร้อยละ 50 ของ JKN ให้กับ ราอูล แต่เพิ่งเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 22 ม.ค. 2567 ส่งผลให้ ก.ล.ต. มีคำสั่งลงโทษฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ปรับเงิน 4,120,000 บาท และสั่งห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเป็นเวลา 56 เดือน

 

นอกจากนี้ แอน ยังถูก ดีเอสไอ ตรวจสอบกรณีรายงานงบการเงินเท็จและบัญชีปลอมเพื่อสิทธิออกเสียงในแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงและมีโทษทางอาญา

 

ขณะที่ JKN อยู่ในภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic stay) เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และตำแหน่งผู้บริหารใหญ่ของบริษัทตกเป็นของ นายโคเฮน กิลเบิร์ต เดซิลวา

 

 

สัญชาติเม็กซิกันไม่ใช่ ‘ใบรับประกันความปลอดภัย’

 

 

ประเด็นที่ควรจับตามองคือ คือ การที่แอนอาจพำนักอยู่ในเม็กซิโก พร้อมสัญชาติใหม่ ฟังดูเป็นข้อได้เปรียบทางกฎหมายบางประการ เพราะตามกฎหมายเม็กซิกัน อนุญาตให้พลเมืองถือสัญชาติซ้อน (dual nationality) ได้โดยไม่ต้องสละสัญชาติเดิม

 

ดังนั้น หากยังไม่ได้สละสัญชาติไทย และแถมยังได้สัญชาติเม็กซิกันจริง เขาอาจกลายเป็น ‘พลเมืองซ้อน’ ยังมีกฎหมายไทยเกี่ยวกับตัวอยู่ และพร้อมกับ ‘สัญชาติเม็กซิกัน’ ที่เปิดทางให้เขาเดินทางเข้า-ออกเม็กซิโกโดยใช้พาสปอร์ตเม็กซิกันได้อย่างอิสระ

 

จากข้อมูลของเว็บไซต์ https://www.passportindex.org/ ระบุว่า พาสปอร์ตสัญชาติเม็กซิกัน อยู่ในอันดับที่ 17 ของพาสปอร์ตโลก สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศต่างๆทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่าถึง 104 ประเทศ

 

สำหรับแแอน ข้อดีที่สัญชาติเม็กซิกันอาจมอบให้ในบริบทนี้ มีหลายประการ  ทั้งสิทธิพำนักระยะยาวในต่างประเทศ โอกาสดำเนินธุรกิจใหม่ การเข้าถึงระบบกฎหมายและสิทธิพลเมืองเม็กซิกัน และใช้พาสปอร์ตเม็กซิกันเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือใบอนุญาตพำนัก

 

ที่สำคัญสำหรับผู้ต้องหาที่มีหมายจับอย่างแอน คือ กฎหมายเม็กซิโกอาจให้ทางเลือก ‘ไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดน (extradition)’ ก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นพลเมืองเม็กซิกัน กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนานาชาติบางฉบับ หากผู้ต้องหาเป็นพลเมืองของประเทศที่ร้องขอ  ประเทศนั้นอาจปฏิเสธการส่งตัว เพื่อคุ้มครองพลเมืองตนเอง

 

แม้การได้สัญชาติเม็กซิกันอาจถูกมองเป็น ‘แผนหลบหนี’ ที่ดูเพอร์เฟก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการกระทำผิดจะได้รับการละเว้น เพราะนายแอน จักรพงษ์ ก็อาจมีสิทธิถูกดำเนินคดีในเม็กซิโกเช่นกัน

 

หากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพบว่า การกระทำผิดของเธอ เข้าข่ายอาชญากรรมร้ายแรง เช่น ฉ้อโกง ปั่นหุ้น ฟอกเงิน หรือคดีเศรษฐกิจข้ามชาติ บรรดาโจทย์จากประเทศที่ถูกร้องอาจยื่นขอ extradition ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือขอให้เม็กซิโก ‘ดำเนินคดีในประเทศนั้น (domestic prosecution)’ แทนได้ตามกฎหมายของเม็กซิโก ตามหลัก ‘aut dedere aut judicare’ คือ ‘ส่งตัวหรือขึ้นศาลเอง’ เนื่องจาก นโยบายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของเม็กซิโกมีความซับซ้อน และหลายกรณีผู้ต้องหาอาจดำเนินคดีอยู่ในเม็กซิโกโดยไม่ถูกส่งตัวกลับ

 

แดนจังโก้ แหล่งซุกเงินชั้นดี

 

ยาเสพติด ผู้อพยพ แก๊งค์มาเฟีย เหล่านี้ คือ เม็กซิโก ในสายตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับแอน จักรพงษ์ นอกจากประเด็นการได้สัญชาติเม็กซิกันแล้วที่สามารถใช้พาสปอร์ตเอาประเทศโน้นออกประเทศนี้อย่างอิสระแล้ว เม็กซิโกยังถูกมองว่าเป็น ‘แหล่งหลบซ่อนเงินและทรัพย์สิน’ ที่ผู้ที่มีหมายจับหรือคดีการเงินระดับใหญ่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กฎหมายเม็กซิกัน

 

การถือสัญชาติหรือสิทธิพำนักในประเทศเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนหรือผู้ต้องหาคดีทางเศรษฐกิจสามารถตั้งบัญชีธนาคาร จดทะเบียนบริษัท หรือทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบต่างประเทศได้โดยไม่ถูกตรวจสอบทันที

 

ทั้งนี้ การโยกย้ายเงินทุนไปเม็กซิโกอาจซับซ้อนและปลอดภัยกว่าหลายประเทศ เนื่องจาก เม็กซิโกมีการควบคุมข้อมูลทางการเงินที่เข้มงวด โดยธนาคารเม็กซิกันและหน่วยงานกำกับดูแลมีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลต่างประเทศจำกัด ทำให้การติดตามเส้นทางเงินทุนจากต่างประเทศไปยังผู้ถือหุ้นไทยทำได้ยาก

 

ช่องทางธุรกรรมระหว่างประเทศหลายรูปแบบ ผู้ลงทุนในเม็กซิโกสามารถใช้บริษัทหรือนิติบุคคลในเม็กซิโก, trusts, shell companies, หรือบัญชี cryptocurrency เพื่อโยกย้ายทรัพย์สิน ซึ่งลดโอกาสที่เจ้าหนี้ไทยหรือหน่วยงานรัฐจะยึดหรืออายัดทรัพย์

 

ความยุ่งยากทางกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ไทยร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรืออายัดทรัพย์สิน เม็กซิโกสามารถอ้างเหตุผลด้านสัญชาติ, dual criminality หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้กระบวนการล่าช้าและซับซ้อน

 

หนึ่งในกรณีตัวอย่างในอดีด เช่น Zhenli Ye Gon ชายจีน-เม็กซิกันที่เคยถูกกล่าวหาคดียาเสพติดและโยกย้ายเงินทุนไปเม็กซิโก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวิธีการใช้สัญชาติเม็กซิกันและระบบการเงินระหว่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทาง

Ye Gon ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในสหรัฐอเมริกา และมีการโยกย้ายเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปเม็กซิโก ซึ่งเขาใช้ทั้งการถือสัญชาติเม็กซิกันและโครงสร้างทางการเงินซับซ้อนเพื่อสร้างความปลอดภัยทางกฎหมาย

 

การมีสัญชาติเม็กซิกันทำให้เขาไม่สามารถถูกส่งตัวออกนอกประเทศได้โดยอัตโนมัติ แม้ว่าสหรัฐฯ จะร้องขอ extradition หลายครั้ง แต่คดีต้องใช้เวลาหลายปีในการดำเนินการ

 

เนื่องจากกฎหมายเม็กซิโกกำหนดว่าการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามหลัก ‘dual criminality’ และ ‘executive discretion’ ทำให้ Ye Gon มีโอกาสยืดเวลาการดำเนินคดีและบริหารจัดการทรัพย์สินในประเทศได้

 

นอกจากนี้ เขายังใช้วิธีโยกเงินทุนไปยังบัญชีและบริษัทในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ที่ตรวจสอบยาก เช่น อสังหาริมทรัพย์และสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ และเม็กซิโกต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อสืบค้นและอายัดทรัพย์สิน

 

สุดท้าย Zhenli Ye Gon ถูกจับกุมและทรัพย์สินหลายส่วนของเขา อาทิ เงินสดหลายร้อยล้านดอลลาร์ บ้าน รถ และทอง ถูกอายัดไว้ แต่การดำเนินคดีกลับมีความซับซ้อนสูง คดีในสหรัฐฯ ถูกยกฟ้องเพราะพยานถอนตัวและหลักฐานไม่สามารถใช้อ้างได้

 

ขณะที่คดีในเม็กซิโกแม้เขาจะถูกส่งตัวกลับเพื่อดำเนินคดียาเสพติดและฟอกเงิน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตัดสินลงโทษถาวรสำหรับทุกข้อกล่าวหา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้การยึดทรัพย์และจับกุมเป็นขั้นแรกสำคัญ แต่หากกระบวนการยุติธรรมมีอุปสรรค ผู้ต้องหายังคงมีโอกาสหลีกเลี่ยงการลงโทษเต็มรูปแบบ และทรัพย์สินที่อายัดไว้ก็อาจตกอยู่ในความขัดแย้งหรือโอนย้ายได้

 

ทำให้กรณีของ Ye Gon เป็นตัวอย่างชัดเจนของการใช้สัญชาติเม็กซิกันและช่องว่างทางกฎหมายเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเงินและทางกฎหมายสำหรับผู้ต้องหาข้ามชาติ

 

กรณีของ Ye Gon แสดงให้เห็นว่า การถือสัญชาติเม็กซิกันช่วยให้ผู้ต้องหาสามารถหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางได้หลายปี แม้จะไม่ใช่การคุ้มครองแบบถาวร แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยทางกฎหมายเลือกได้ระหว่างการถูกส่งตัวหรือการถูกดำเนินคดีภายในเม็กซิโกเอง

 

ในกรณีของแอน จักรพงษ์ การได้สัญชาติเม็กซิกันพร้อมกับการโยกเงินคริปโตมูลค่า 6,000 ล้านบาท จะเห็นแนวทางที่คล้ายกันอย่างชัดเจน ทั้งการขอสัญชาติเม็กซิกัน การโยกเงินคริปโตมูลค่าหลายพันล้านบาท จึงเปรียบเหมือน ‘กลยุทธ์สองชั้น’  ในการจัดการทรัพย์สินนอกประเทศไทย

 

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงดราม่าของวงการนางงามหรือคดีหุ้นเท่านั้น สิ่งที่สร้างความเสียหายไม่ใช้แค่เรื่องการหลบหนีหรือเปลี่ยนสัญชาติของนายแอน แต่เป็นอีกครั้งที่ตลาดทุนไทยได้รับบาดแผลจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ขาดธรรมาภิบาล ระบบกำกับดูแลปัจจุบันยังไม่สามารถปกป้องผู้ลงทุนรายย่อยได้อย่างเพียงพอ

 

โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่อยู่ในวัยเกษียณหลายคน ซึ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของการชำระหนี้และรอคอยความยุติธรรมที่ไม่รู้วันสิ้นสุด กรณีเช่นนี้ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

 

กรณีการได้สัญชาติเม็กซิกันของแอน จักรพงษ์ กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง ทั้งในด้านคดีที่ยังคงค้างอยู่ในไทยและผลทางกฎหมายระหว่างประเทศที่อาจตามมาได้ แม้สัญชาติใหม่อาจให้สิทธิการพำนักและความคล่องตัวในการเดินทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นข้อกล่าวหาหรือการดำเนินคดีต่างๆ ด้านกฎหมายเม็กซิโกระบุว่า แม้เป็นพลเมืองเม็กซิกัน ก็ยังอาจถูกดำเนินคดีในพื้นที่นั้นได้ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของข้อกล่าวหา ในขณะเดียวกัน ตัวอย่างจากคดีต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าช่องว่างทางกฎหมายอาจช่วยให้คดีล่าช้าหรือซับซ้อนมากขึ้น กรณีนี้จึงสะท้อนทั้งผลกระทบต่อผู้ลงทุน ความเชื่อมั่นในตลาดทุน และบทเรียนสำคัญด้านธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย

 

 

STORYTELLER BY

Jittrapon ponlawat
A former journalist who questions the world, now finding meaning in everyday life—fond of cats, deep talks, and the eloquence of silence.

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.