‘โทชิฟุมิ ซูซูกิ’ ชายผู้มีวิสัยทัศน์สุดรั้น มองเห็นพลังแบรนด์ 7-Eleven ที่ใกล้เจ๊งในอเมริกา

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ (Seven & i Holdings) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ ว่า นายโทชิฟุมิ ซูซูกิ (Toshifumi Suzuki) อดีตประธานบริษัทและผู้บุกเบิก “7-Eleven” ในประเทศญี่ปุ่น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้วด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวในวัย 93 ปี

 

ปิดตำนานชายผู้นำแฟรนไชรน์ 7-Eleven จากแบรนด์ที่ใกล้ตายจากรัฐเท็กซัส มาสู่ญี่ปุ่นและเป็นการเปลี่ยนวิธีการกิน-การอยู่ ของผู้คน และสร้างวัฒนธรรม ‘ร้านสะดวกซื้อ’ ให้กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน

 

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) ตอนที่ โทชิฟุมิ ซูซูกิ ในวัยหนุ่มเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา และได้พบกับร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ที่ชื่อ 7-Eleven ของบริษัท Southland Corporation เขาเกิดไอเดียทันทีว่าโมเดลนี้แหละที่จะตอบโจทย์สังคมญี่ปุ่นที่กำลังเร่งรีบ

 

แต่ในตอนนั้น กลับไม่มีใครเห็นด้วยกับเค้าเลยสักคน บรรดานักวิเคราะห์นักการตลาดต่างสบประมาทเขาว่า “โมเดล ร้านเล็กๆ แบบนี้จะไปสู้ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ได้อย่างไร? วัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่เหมือนอเมริกา ไม่มีทางรอดหรอก”

 

แต่ซูซูกิไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาเดินหน้าเปิด 7-Eleven สาขาแรกในญี่ปุ่นที่ย่านโตโยซุ กรุงโตเกียว เมื่อปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) และใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์ของเขาเหนือกว่าใคร

 

ถ้าเรามัวแต่ทำตามสิ่งที่ลูกค้าบอกว่าต้องการ เราจะตามหลังอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ แต่ถ้าเราสร้างสิ่งที่ลูกค้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการ นั่นแหละคือการนำหน้า  หนึ่งในแนวคิดการทำงานอันเลื่องชื่อของซูซูกิ

 

นอกจาก “ร้านสะดวกซื้อ” ที่เปลี่ยนชีวิตของผู้คนในเมืองแล้ว  ระบบการจัดการร้านค้าปลีกที่เราเห็นกันจนชินตาในปัจจุบัน เกือบทั้งหมดถูกคิดค้นและริเริ่มโดยชายที่ชื่อ โทชิฟุมิ ซูซูกิ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ POS (Point of Sale) ระบบคิดเงินที่เก็บข้อมูลว่า สินค้าชิ้นไหนขายดี ใครเป็นคนซื้อ ซื้อตอนกี่โมง เพื่อให้ร้านค้าสามารถสั่งสินค้ามาเติมได้แม่นยำที่สุด

 

ข้าวกล่องและโอนิกิริรสชาติโฮมเมด เขาปฏิวัติวงการอาหารสำเร็จรูป โดยการควบคุมอุณหภูมิการขนส่ง (Cold Chain) ทำให้ข้าวปั้นและอาหารกล่องในร้านสะดวกซื้อมีความสดใหม่ จนคนญี่ปุ่นหันมาฝากท้องไว้กับ 7-Eleven ในทุกๆ มื้อ

 

การจ่ายบิลและตู้ ATM ในร้าน จากร้านขายของชำ เขายกระดับให้มันกลายเป็น ‘ศูนย์บริการชุมชน’ ที่คนสามารถมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และกดเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

เซเว่นฯ จิตวิญญาณบริการญี่ปุ่น

 

เรื่องราวที่พีคที่สุดในชีวิตการทำงานของซูซูกิ คือตอนที่ Southland Corporation บริษัทแม่ของ 7-Eleven ในอเมริกา ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนต้องยื่นล้มละลายในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ในฐานะที่แฟรนไชส์ในญี่ปุ่นเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

ซูซูกิไม่ได้ปล่อยให้แบรนด์นี้ตายลง เขาตัดสินใจนำเงินทุนจากญี่ปุ่นเข้าไปซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทแม่ในอเมริกา นำมาล้างไพ่ ปรับโครงสร้างใหม่ และใส่จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่นลงไป จนสามารถฟื้นฟูแบรนด์ 7-Eleven ให้กลับมาผงาดและขยายสาขาไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย (ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทไทย)

 

ซูซูกิ ลงจากตำแหน่งประธานและซีอีโอในปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) หลังจากสร้างยอดขายให้กลุ่ม เซเว่น แอนด์ ไอ ทะลุ 10 ล้านล้านเยน และขยายสาขาเฉพาะในญี่ปุ่นได้มากกว่า 20,000 แห่ง

 

 

‘ตำนาน’ เปลี่ยนโฉมค้าปลีกโลก

 

การจากไปในวัย 93 ปีของ โทชิฟุมิ ซูซูกิ จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียบุคลากรระดับตำนานของญี่ปุ่น แต่เป็นการปิดฉากชีวิตของ ‘สถาปนิก’ ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจค้าปลีกของโลกไปตลอดกาล

 

ทุกครั้งที่เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อในตอนดึกเพื่อซื้อของกิน หรือแวะกดเงินตอนเช้า… รู้ไว้เถอะว่า ความสะดวกสบายเหล่านั้น เกิดขึ้นมาจากความดื้อรั้นและวิสัยทัศน์ของชายที่ชื่อ โทชิฟุมิ ซูซูกิ คนนี้ทิ้งสิ้น

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.