จากวันมาฆบูชาสู่คำถามใหม่ คนไม่มีศาสนามีวันสำคัญหรือไม่? สำรวจ Secular Holidays และความหมายชีวิตของกลุ่ม Non-religious กำลังเติบโตในคนรุ่นใหม่
วันที่ 3 มีนาคม ปี2569 ตรงกับวันมาฆะบูชา ที่ชาวพุทธศาสนิกชนเรียกว่า วันพระใหญ่ เป็นวัน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (วันเพ็ญเดือน 3) มีความสำคัญทางความเชื่อในศาสนาพุทธ ด้วยวันนี้เหล่าพุทธศาสนิกชนต่างออกมาทำกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เป็นส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ซึ่งศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดโพลออกมาระบุกำลังซื้อวันมาฆบูชาปี 2569 คาดเงินสะพัด 2,650 ล้าน!!
อย่างไรก็ตาม หากตัดภาพแบบฉึ่บ!! มายังกลุ่ม ‘Non-religious’ คำที่ใช้อย่างเป็นทางการระบุในเอกสารราชการว่า ‘ไร้ศาสนา’ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นในสังคมยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุผลและความเชื่อเฉพาะบุคคล
ครั้งหนึ่ง ‘ผู้เขียน’ มีโอกาสศึกษาในประเทศเกาหลี มีเพื่อนหลากหลายชาติร่วมชั้น และมีเพื่อนคนหนึ่งในคลาสเป็นคนอาร์เจนติน่า ใช่แล้ว!! เขาบอกว่าเขา ‘ไม่มีศาสนา’
ด้วยความที่ผู้เขียนนับถือศาสนาพุทธ และในตอนนั้นยังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก ๆ หลายด้าน และมองว่า ‘การไม่มีศาสนา’ ของเพื่อนอาร์เจนฯ คนนั้นช่างน่าทึ่งมาก
ทำให้หัวสมองสร้างชุดคำถามทันทีกับเพื่อนต่างชาติคนนั้นว่า
“ถ้าเธอไม่มีศาสนาแล้วเชื่อ (Believe) ในอะไร? ถ้าเธอรู้สึกเศร้าแล้วจะหาอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจ?”
เพื่อนคนนั้นให้คำตอบของกลับมาด้วยถ้อยคำเรียบง่ายมาก ๆ เขาบอกว่า “ฉันเชื่อตัวเองในสิ่งที่ทำลงไปมันจะมีผลตามมาเสมอ ถ้าฉันมีความทุกข์ ฉันจะคุยกับตัวเอง คุยกับเพื่อน คุยกับคนสนิทใจ สุดท้ายมันก็จะมีทางออกให้เรื่องพวกนี้ผ่านพ้นไปได้เอง”
เป็นประโยคบอกเล่าที่ตัดจบบทสนทนานี้ เราไม่ได้มีคำถามอะไรต่อ และเปลี่ยนไปคุยกันสัพเพเหระอื่น ๆ แทน
เมื่อเวลาผ่านไป หัวข้อการคุยในครั้งนั้น ‘แฟลช’ ขึ้นมาอีกครั้งกับสถานการณ์ในตอนนี้ ด้วยกลุ่ม ‘Non-religious’ ขยายตัวเพิ่มขึ้นในคนรุ่นใหม่อย่างเจนฯZ ทำให้เกิดคำถามชุดใหม่ว่า แล้วคนกลุ่มนี้เขามีวันพิเศษอะไรกันบ้างในแบบศาสนาอื่น ๆ ที่จะมีวันสำคัญของแต่ละศาสนาปประจำปี แล้วพวกเขาจะทำกิจกรรมอะไรกัน
ด้วยโจทย์ใหม่นี้ผู้เขียน ไปเจอข้อมูลจาก TimeandDate ได้ให้คำจำกัดความของวันพิเศษ การมีวันหยุดของกลุ่มผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทางศาสนา (Secular / Non-religious Holidays) ซึ่งจะมีวันหยุดหรือ พิธีกรรม (observances) ที่คนทั่วไป (รวมถึงคนที่ไม่มีศาสนา) สามารถเฉลิมฉลองได้โดยไม่ต้องอิงศาสนาใด ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ วันพ่อ เป็นต้น เรียกว่าพิธีกรรมกลุ่มคนไม่อิงศาสนา
โดย ‘secular observances’ วันหยุดประจำของกลุ่มคนไม่อิงศาสนา ซึ่งมักจะไม่มีการหยุดงานแต่การเฉลิมฉลองยังเกิดขึ้นในสังคมทั่วไป จากตัวอย่างวันพิเศษในต่างประเทศ ที่เราไปเจอมา เช่น
- Festivus ฉลองวันที่ 23 ธันวาคม สร้างขึ้นเป็นทางเลือกแทนแรงกดดันของเทศกาลศาสนา เช่น คริสต์มาส โดยเน้นกิจกรรมสังสรรค์แบบไม่เชื่อมโยงกับศาสนาเฉพาะใด ๆ แม้แรกเริ่มเป็นเรื่องจากวัฒนธรรมสื่อ (ซีรีส์) แต่ถูกบันทึกเป็น secular holiday ที่คนทั่วไปสามารถเลือกเฉลิมฉลองได้
- HumanLight วันฉลองความเป็นมนุษย์ ฉลองวันที่ 23 ธันวาคม เกิดจากกลุ่มมนุษยนิยม (Humanist) เป็นกิจกรรมเชิงสังคมและจิตวิญญาณแบบไม่เชื่อมโยงศาสนาเฉพาะเกี่ยวกับ คุณค่าของมนุษย์ เช่น ความหวัง ความเห็นอกเห็นใจ และความเป็นมนุษย์ โดยไม่อิงความเชื่อทางศาสนา
- National Day of Reason วันเน้นเหตุผลและมนุษยนิยม เป็นวันฉลองในสหรัฐอเมริกาที่จัดขึ้นโดยกลุ่มมนุษยนิยมและคนไม่มีศาสนา เพื่อเฉลิมฉลองเหตุผลและเสรีภาพทางความคิด
- Observances กลุ่มวันเฉลิมฉลองในสังคมโดยทั่วไป โดยเว็บไซต์ปฏิทินวันสำคัญหลายแห่งจัดแบ่งวันเป็น observances ซึ่งเป็นวันที่เน้นการฉลองความหมายทางสังคมหรือคุณค่า แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นวันหยุดศาสนา โดยรวมถึงทั้งวันทางวัฒนธรรมและวันที่มีความหมายทางสังคม เช่น วันสากลด้านสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
จากวันสำคัญของกลุ่มคนไม่มีศาสนา เราอาจเห็นชัดว่ามนุษย์แทบจะไม่หยุดสร้างพื้นที่ให้ ‘คุณค่า’ ที่ตัวเองเชื่อไม่ว่าจะมีพิธีกรรมหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนต้องการวันหนึ่งในรอบปีเพื่อมองตัวตน ท่ามกลางคนที่คิดคล้ายกัน และในวันสำคัญ อีเวนต์ของคนที่บอกว่า ‘ไม่มีศาสนา’ ยังอาจกลายเป็นพื้นที่ที่แบรนด์เข้าไปขาย ‘ความหมาย’ ได้ไม่แพ้วันสำคัญหรือการเฉลิมฉลองของศาสนาอื่นได้เช่นกัน!

STORYTELLER BY LilGray
I create stories that make the world feel closer — and a little happier.




