รพ.วิมุต ครบ 5 ปี ย้ำแข่งโรคยากในราคาเข้าถึงได้ เห็น Co-pay เป็นโอกาส ที่คนอื่นมองข้าม

รพ. วิมุต ครบรอบ 5 ปี ปรับตำแหน่งสู่โรงพยาบาลราคาสมเหตุสมผล ชิงดีมานด์ตลาดคลินิค พรีเมียมโรงพยาบาลรัฐ มองระบบ ‘โค เปย์เมนต์’ เป็นโอกาสรับคนไข้ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพมาตรฐานเอกชน

 

  • จาก General Hospital หันสู้ตลาดโรคยาก-ซับซ้อน รพ.วิมุต ปรับโมเดลธุรกิจสู่ Integrated Specialty Hospital เน้น 5 กลุ่มโรค NCDs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ใช้กลยุทธ์ Selective Growth เลือกตลาดที่โต แทนการแข่งขันขยายสาขาแบบเดิม
  • รพ.วิมุต มอง Co-payment เป็นโอกาส ไม่ใช่อุปสรรค รองรับกลุ่มคนไข้ที่ต้องร่วมจ่ายกับประกัน ซึ่งมองหาคุณภาพเอกชนในราคาที่จ่ายไหว วางตัวชิงช่องระหว่างคลินิกพรีเมียมกับโรงพยาบาลรัฐได้พอดี
  • โตจากต่างชาติและตลาดสุขภาพผู้หญิง คนไข้เมียนมาโต 141% เอเชียใต้โต 70% พร้อมโรดโชว์ขยายฐาน CLMV ครึ่งหลังปี 69 เตรียมเปิดตัวโปรแกรมสุขภาพสตรีครอบคลุมทุกช่วงวัย

 

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ในเครือพฤกษา เปิดเผยว่า ในปี 2569 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ดำเนินกิจการครบรอบ 5 ปี พร้อมปรับตำแหน่งทางการตลาด (Repositioning Marketing) สู่โรงพยาบาลเอกที่เข้าถึงได้ในราคาสมเหตุสมผล (Reasonable  Price) ภายใต้แนวคิด โรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ (Integrated Specialty Hospital’) ใน 5 กลุ่มโรคยากซับซ้อน ในสังคมไทย

 

สำหรับตำแหน่งใหม่โรงพยาบาลวิมุต ด้วยมองเห็นโอกาสจากสถานการณ์เศรษฐกิจผันผวนในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเป็นทางเลือกการเข้ารับบริการทางการแพทย์จากกลุ่มคนไข้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยบริการครบวงจรระดับโรงพยาบาลเอกชน จากตลาดกลุ่มคลินิกระดับพรีเมียม โรงพยาบาลรัฐ รวมถึงจากระบบโค-เปย์เมนต์ Co-Payment (เงื่อนไขในประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางส่วน) ไม่ใช่อุปสรรคอีกด้วย เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องร่วมจ่ายกับประกัน ซึ่งมองหาความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ

 

หาโอกาสใหม่ในตลาดที่โต

 

นพ.นิพัฒน์ เสริมว่าจากเดิมโรงพยาบาลวิมุตเป็น General Hospital โรงพยาบาลรักษาโรคทั่วไป ซึ่งการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้เป็นส่วนหนี่งแผนรักษาอัตราการเติบโตภายใต้แนวทาง ‘Selective Growth’  การเลือกตลาดโต โดยใช้จุดแข็งในบริการเฉพาะด้านที่วางทิศทางธุรกิจไว้ชัดเจน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัดในภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ที่เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

 

“เราพบว่าผู้เล่นที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือผู้เล่นที่เลือกตลาด แม้ในปี 2569 อุตฯ โรงพยาบาลเอกชนยังคงเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจมีความท้าทายสูง”

 

โดย โรงพยาบาลวิมุต พร้อมดูแลตลาดรักษาบริการทางการแพทย์ 5 กลุ่มโรคยากสังคมไทยในปัจจุบัน ประกอบด้วย

 

  • กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • กลุ่มโรคกระดูกและข้อ (ปัญหาข้อเสื่อม ปวดหลัง ปวดเข่า และอาการบาดเจ็บไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป)
  • โรคระบบทางเดินอาหารและตับ กำลังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยจากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในคนอายุน้อยและวัยทำงาน ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก หรือมีเพียงท้องอืด ขับถ่ายผิดปกติ หรือปวดท้องเรื้อรัง จนละเลยการตรวจและพบโรคเมื่อลุกลามแล้ว รพ.วิมุต จึงเน้นการตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry เข้ามาวินิจฉัยและ Biofeedback Therapy มาฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย
  • สุขภาพเต้านม ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงไทยกังวลมากที่สุด โดยมะเร็งเต้านมคือมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย

 

สำหรับทิศทางดังกล่าว ยังเพื่อรองรับวิกฤตสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมสูงวัยโดยใช้ความเข้าใจและองค์ความรู้ทางการแพทย์มาดูแลโรคยาก-ซับซ้อน พร้อมและสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงการดูแล ตั้งแต่

 

  • การป้องกัน
  • การวินิจฉัย
  • การรักษา
  • การฟื้นฟู

 

พร้อมเตรียมขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ตามลำดับ และขยายฐานลูกค้ากลุ่มประกันภัยเติบโต 8% ส่วนลูกค้าองค์กรเติบโต 12% รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านโดยเฉพาะบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%

 

สำหรับแผนขยายการทำตลาดบริการสุขภาพในกลุ่มเป้าหมายคนไข้ต่างชาติ กลุ่มประเทศCLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และ เวียดนาม) จะดำเนินการทั้งการจัดกิจกรรมโรดโชว์โรงพยาบาลวิมุต ในพื้นที่ประเทศกลุ่มเป้าหมาย และ การทำตลาดผ่านตัวแทน (เอเยนซี) โดยเฉพาะประเทศเมียนมา ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด ส่วนกัมพูชา มีอัตราการเข้ารับบริการฯ ลดลงจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในกลุ่มประเทศอ่าวตะวันออกลาง  เช่นกัน

 

ปัจจุบันโรงพยาบาลวิมุต แบ่งกลุ่มคนไข้เข้ารับบริการเป็นชาวไทย 90% (กลุ่มคนไข้ทั่วไป 40% ,กลุ่มองค์กร 60%) และชาวต่างชาติ รวมผู้พำนักอาศัยและทำงานในไทย (Expat) ราว 10% ใน 5 ประเทศอันดับแรก คือ

 

  • จีน
  • เมียมา
  • กัมพูชา
  • มาเลซีย และ สิงคโปร์
  • กลุ่ม Expat

 

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว เสริมว่า “แนวโน้มดังกล่าว รพ.วิมุต ยังเตรียมแผนการทำตลาดในกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง ผ่านบริการโปรแกรมสุขภาพสตรี ที่ครอบคลุมความเสี่ยงโรคต่างๆ ในแต่ละช่วงวัย ในครึ่งหลังปี 2569 นี้ด้วย”

 

นอกจากนี้ โรงพยาบาลวิมุตยังร่วมกับพฤกษา เรียลเอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในครือพฤกษา โฮลดิ้ง พัฒนาการออกแบบบ้านสุขภาวะ (Well-Being) โดยนำร่องไปแล้ว 2-3 โครงการก่อนหน้า พร้อมขยายการให้บริการด้านสุขภาพในโครงการต่างๆ ของพฤกษา เพื่อรองรับลูกบ้านกว่า 2.8 แสนครัวเรือน โดยตั้งเป้าปี 2569 จะสามารถให้บริการครอบคลุมสัดส่วน 20-30%

 

ปัจจุบันโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน และ โรงพยาบาลวิมุต เทพธารินทร์ มีจำนวนเตียงรวม 270 เตียง พร้อมทีมแพทย์ประจำ (Full Time) 40 คน และแพทย์พาร์ทไทม์กว่า 400 คน

 

สำหรับปี 2569  โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ตั้งเป้ารายได้ ที่ 1,500 ล้านบาท คาดเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า โดยผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทำรายได้ 337 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ 283 ล้านบาท  ในขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,213 ล้านบาทในปี 2567 เติบโต 7%  โดยรายได้จาก

 

  • ผู้ป่วยนอก (OPD) อยู่ที่ 711 ล้านบาท
  • รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 591 ล้านบาท

 

โดยไตรมาส 4 ปี 2568 ทำรายได้รวม 376 ล้านบาท จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.