ไปรษณีย์ไทย ไม่ส่งแค่พัสดุ-ขายสแตมป์ แต่เป็น ‘ไลฟ์สไตล์แบรนด์’ เข้าสังคมยุคใหม่

ไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์หวังใกล้ชิดสังคมไทยยุคใหม่ หลังเปิดโพสต์คาเฟ่ไปแล้ว ตอนนี้เปิดอาคารไปรษณีย์กลางบางรัก เป็นพื้นที่ เพ็ต คอมมูนิตี้ อีกด้วย

 

 

อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก เปิดใช้งานครั้งแรกในปี 2483 เพื่อเป็นศูนย์กลางระบบไปรษณีย์และโทรคมนาคมของประเทศไทย ด้วยการออกแบบงานสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโค ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายแข็งแรงและรูปทรงทรงเรขาคณิต และยังเป็นผลงานร่วมของสถาปนิกไทยในยุคนั้น ที่ต้องการสะท้อนความทันสมัยและพลังของการสื่อสารยุคใหม่

 

ขอขอบคุณภาพจาก www.thailandpost.co.th

 

จากความความคลาสสิคงานสถาปัตย์ของลวดลายประดับและหินทรายสีเข้มของอาคารทำให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านบางรัก ถึงปัจจุบัน ‘ไปรษณีย์กลาง’ แห่งนี้มีอายุล่วงมาถึง 85 ปี พร้อมวิวัฒนาการสู่การเป็นพื้นที่กิจกรรม และศูนย์กลางการสื่อสารสาธารณะรูปแบบใหม่ของไปรษณีย์ไทย

 

รวมถึงถูกใช้จัดงานอีเวนต์ นิทรรศการ และคอมมูนิตี้แอ็กทิวิตี ที่เข้าถึงประชาชนทั่วไป รวมถึงรองรับงานบริการด้านไปรษณีย์บางส่วน พร้อมปรับบทบาทสู่ ‘พื้นที่ไลฟ์สไตล์’ ของคนเมือง เป็นสถานที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และบริการยุคใหม่เข้าด้วยกัน

 

ด้วยหวังให้เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอิน ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนรอบข้างให้เข้ามาใช้งานอย่างหลากหลาย…

 

 

ล่าสุด ไปรษณีย์กลางบางรัก ภายใต้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUVET) จัดงาน ‘คู่หู คู่ซี้ The Café” คอมมูนิตี้อีเวนต์แห่งปี กิจกรรมครบครันเพื่อสัตว์เลี้ยงและคนรักสัตว์แบบครบตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.00 – 18.00 น. ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก เพื่อเชื่อมทุกความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมไทยยุคใหม่

 

 

 

ขยับสู่ไลฟ์สไตล์ แบรนดิง

 

 

‘ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เล่าแนวคิดการจัดงาน ‘คู่หู คู่ซี้ The Café’ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การปรับบทบาทของไปรษณีย์ไทยให้สอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง ‘Pet Economy’ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคในสังคมเมืองที่นิยมสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กและมีความต้องการบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เข้าถึงง่าย

 

ขณะเดียวกันบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงยังเป็นหนึ่งในหมวดที่มีการใช้จ่ายสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่น การฉีดวัคซีน การตรวจสุขภาพ และการฝังไมโครชิป

 

ขณะที่การจัดงานฯนี้ ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของไปรษณีย์ไทยที่ต้องการขยายบทบาทจากพื้นที่ฝากส่งพัสดุ ไปสู่พื้นที่สร้างสรรค์ที่มีชีวิตและมีการใช้งานอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

“การเปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาภายในอาคารไปรษณีย์กลางจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวขององค์กรให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการยุคใหม่ และเพิ่มบทบาทด้านการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงร่วมกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตสังคมเมืองมากขึ้น”

 

 

 

เชื่อมโยงคน-สัตว์เลี้ยง-สังคม

 

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยและ CUVET ยังได้ร่วมกันออกแบบโซนบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงตั้งแต่การตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า การฝังไมโครชิป และการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีทีมสัตวแพทย์และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ให้การดูแลตลอดทั้งงาน ซึ่งเป็นการนำบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงระดับมืออาชีพมาสู่คอมมูนิตี้ที่รวม ‘คน–สัตว์เลี้ยง–สังคม’ พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้สะดวกขึ้น

 

 

ขณะที่ ไฮไลต์สำคัญของงานอีกหนึ่งอย่างคือ การแสดงจากทีม K9 USAR Thailand ซึ่งนำสุนัขกู้ภัยมืออาชีพมาสาธิตภารกิจสุดเท่ที่ดึงดูดสายตาของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้อย่างน่าตื่นเต้น พร้อมมอบความรู้เกี่ยวกับบทบาทของสุนัขกู้ภัยในการทำงานจริง

 

พร้อมกันนี้ ยังจัดแสดงสินค้าและของที่ระลึกคอลเลกชัน ‘POST&PAW’ ออกแบบโดยเพจหมาจ๋า เปิดจำหน่ายครั้งแรกภายในงาน รวมถึงยังเป็นการรวมตัวของพันธมิตรด้านสัตว์เลี้ยงในหลากหลายสาขา ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ไปรษณีย์กลางให้กลายเป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายผู้ประกอบการด้านสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร

 

นอกจากนี้ในงาน ‘คู่หู คู่ซี้ The Café’ ยังเปิดพื้นที่ไปรษณีย์กลางบางรักให้เป็น ‘Paw Trail’ ลานออกกำลังกายสนุกสนานที่สามารถวิ่งเล่น กระโดด ปลดปล่อยพลังผ่านด่านต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ส่วนโซน DIY Paw Stamp สร้างการ์ดรอยเท้าแบบ ‘หนึ่งเดียวในโลก’ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำ

 

รวมถึงมุมถ่ายภาพธีมไปรษณีย์กลาง ให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพประทับใจร่วมกับเพื่อนสี่ขาอย่างใกล้ชิด และอีกโซนห้ามพลาด ‘POSTCafé ที่มามอบประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้จิบกาแฟหอมกรุ่น ในกลางบรรยากาศความผูกพันร่วมกันของผู้คนและสัตว์เลี้ยง

งาน ‘คู่หู คู่ซี้ The Café’ แสดงให้เห็นถึงการปรับบทบาทไปรษณีย์ไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่รวบรวมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงจากหลายสาขาไว้ในที่เดียว พร้อมเชื่อมต่อธุรกิจหลัก (Core Business) บริการไปรษณีย์เข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองในแบบอบอุ่นและเข้าถึงง่ายขึ้น
ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ประชาชนสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาใช้พื้นที่ร่วมกันได้ ย้ำความตั้งใจของไปรษณีย์ไทย แบรนด์ที่อยู่เคียงข้างสังคมและเติบโตไปพร้อมประชาชนทุกยุค

 

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

 

ไปรษณีย์ไทย ปรับภาพลักษณ์สู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ ล่าสุดดึงความคลาสสิคของอาคารไปรษณีย์กลางบางรักอายุ 85 ปีเป็นศูนย์กลางกิจกรรมยุคใหม่ อาคารสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคอันโดดเด่นถูกต่อยอดให้เป็นพื้นที่จัดอีเวนต์ นิทรรศการ และคอมมูนิตี้ของคนเมือง เปิดพื้นที่เป็น Pet Community ผ่านงาน ‘คู่หู คู่ซี้ The Café’ ร่วมกับ CUVET เพื่อตอบรับกระแส Pet Economy ภายในงานมีบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยง โซนกิจกรรม Paw Trail, DIY Paw Stamp และ POSTCafé ทั้งหมดสะท้อนบทบาทใหม่ของไปรษณีย์ไทยที่เชื่อมผู้คน สัตว์เลี้ยง และไลฟ์สไตล์เมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.