บิ๊กซี ปรับพอร์ตค้าปลีก ปิดสาขาไม่ทำเงิน ดัน Big Format รับอีคอมเมิร์ซ-เดลิเวอรี

Big C เร่งปรับโครงสร้างสาขารับผังเมืองและพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ปิดจุดไม่ทำกำไร ดัน Big Format เชื่อมอีคอมเมิร์ซ เดลิเวอรี่ และ Regional Hub

 

  • ทบทวนสาขา-ปิดจุดไม่ทำเงิน บิ๊กซีทยอยปรับโครงสร้างสาขาตามผังเมืองและ Catchment Area ที่เปลี่ยนไป พร้อมมีสาขารอพิจารณาสัญญาเช่าหรือปรับรูปแบบราว 20 แห่ง และอาจปิดเพิ่มอีก 5–6 สาขาในปีถัดไป
  • ดัน Big Format เป็นศูนย์กลาง Omnichannel บิ๊กซี มองว่าสาขา Big Format จะเป็นทั้งหน้าร้านขายสินค้าที่เชื่อมเข้าระบบอีคอมเมิร์ซ , ฟูลฟิลแมนต์  และฮับ ภูมิภาค เพื่อรองรับเดลิเวอรี่และการกระจายสินค้าในพื้นที่
  • เร่งลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ บิ๊กซี เร่งปรับโฉมและขยายเครือข่าย พร้อมรุก HORECA และบริหารพื้นที่เช่า ขณะที่ธุรกิจ MMVN ในเวียดนามกลายเป็นตลาดสำคัญจากการเติบโตของทั้ง B2B และ B2C

 

 

ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ BJC ผู้บริหารห้างค้าปลีกบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Big C) กล่าวว่าบริษัท มุ่งกลยุทธ์ปรับปรุงธุรกิจค้าปลีก ‘บิ๊กซี’  พร้อมเพิ่มงบลงทุนปรับปรุงสาขามินิบิ๊กซี เป็น 83 ล้านบาทต่อสาขา (จากเดิมที่เคยใช้อยู่ที่ 5 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพของสาขา โดยคาดการณ์ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ไว้ที่ 5 ปี 3 เดือน

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังทบทวนการปรับโครงสร้างสาขาและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร หรือ สาขาไซส์ใหญ่ที่ไม่คุ้มค่า (Unconverted Food Service) จำนวน 12 สาขา เพื่อเปลี่ยนผ่านและพัฒนาไปเป็นรูปแบบ ‘บิ๊ก ฟอร์แมต’ (Big Format)

 

โดยการปิดสาขามาจากสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของ ผังเมือง และ กลุ่มลูกค้าในพื้นที่รอบสาขา (Catchment Area) ที่เปลี่ยนแปลงไปเหมือนในอดีต ส่งผลกระทบให้ต้องปิด มินิบิ๊กซี ไปหลายแห่งเช่นกัน

 

“แนวโน้มสาขาของบิ๊กซีในอนาคตอยู่ระหว่างรอพิจารณาสัญญาเช่า/รอการปรับเปลี่ยน คาดมีจำนวน 20 สาขา พร้อมวางแผนปิดสาขาเพิ่มเติมอีกราว 5 – 6 สาขา ในปีถัดไป”

 

สำหรับโมเดลค้าปลีกบิ๊ก ฟอร์แมต (Big Format) จะมีขนาดและรูปแบบเหมาะสมกับพื้นที่มากกว่า พร้อมวางตำแหน่งให้ทุกสาขาเชื่อมโยงเข้ากับระบบอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เพื่อให้หน้าร้านเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการหลังบ้านออนไลน์ครบวงจร หรือ ฟูลฟิลเมนต์ (Fulfillment) เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ นอกจากรายได้หน้าร้านแล้ว ตัวสาขารูปแบบบิ๊กฟอร์แมต จะยังทำหน้าที่เป็นจุดกระจายสินค้าและฮับระดับภูมิภาค (Regional Hub) เพื่อรองรับการจัดส่งในพื้นที่ได้มากขึ้นด้วย

 

โดยขณะนี้ มีสาขาบิ๊กซี กว่าหนึ่งร้อยสาขาทำหน้าที่เป็น ‘ฮับ’ ระดับภูมิภาค และในปี 2569 ตั้งเป้าจะขยายเป็น 75 สาขารูปแบบ บิ๊ก ฟอร์แมต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายสาขาร้าน เพื่อรองรับโอกาสธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันซึ่งอีคอมเมิร์ซ และ เดลิเวอรี่ มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

รุก HORECA เพิ่มช่องทางขาย

 

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายธุรกิจไปยังกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง (HORECA) มากขึ้น ด้วยปัจจุบันเห็นโอกาสจากฐานลูกค้ากลุ่มนี้ โดยเริ่มนำระบบรองรับมากขึ้น รวมถึงการนำ Loyalty Program และ CRM เข้ามาช่วยรักษาฐานลูกค้าและกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ พร้อมนำแนวคิดการพัฒนาพื้นที่อาหารสด (Fresh Food Transformation) และการปรับคอนเซ็ปต์พื้นที่ให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละทำเล ด้วย

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะใช้งบลงทุนพัฒนาพื้นที่และสินทรัพย์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มรายได้จากค่าเช่าและบริหารสินทรัพย์ โดยสัญญาพื้นที่บางส่วนที่กำลังจะหมดอายุ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับรูปแบบและจัดการธุรกิจ (Consolidate) การดำเนินงาน รวมถึงการปรับป้ายและภาพลักษณ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การบริหารพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้กลับมาสร้างผลบวกต่อผลประกอบการ

 

สำหรับความคืบหน้า การขยายสาขาและรีโนเวท ของ Big C ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีดังนี้

 

  • การรับโฉมสาขาบิ๊กฟอร์แมต ดำเนินการไปแล้ว 39% (สำเร็จ 7 สาขา จากเป้าหมาย 18 สาขา)
  • การขยายสาขา มินิ บิ๊กซี ทำไปแล้ว 31% (สำเร็จ 61 สาขาจากเป้าหมาย 200 สาขา)
  • การปรับโฉมมินิ บิ๊กซี ดำเนินการไปแล้ว 77% (สำเร็จ 247 สาขาจากเป้าหมาย 320 สาขา)

 

โดยผลดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2026 มีการการขยายสาขา บิ๊กซี บิ๊ก ฟอร์แมต 1 สาขา (ปรับเปลี่ยนมาจาก Food Services) พร้อมเพิ่มสาขาขนาดเล็ก 36 แห่ง และขยายเครือข่ายพันธมิตร ‘ร้านโดนใจ’ (Donjai) ครอบคลุมมากกว่า 32,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงสาขาบิ๊ก ฟอร์แมตแล้วเสร็จ 2 สาขา ได้แก่ BMK เกาะพะงัน และ BMK เอกชัย (ซึ่งปรับเปลี่ยนมาจาก Food Services) ส่วนกลุ่มธุรกิจริหารจัดการพื้นที่เช่า ทาวน์ เซ็นเตอร์ (Town Center) มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) สูงถึง 92.4% ในไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา

 

 

อ่านเนื้อหาอื่น ที่เกี่ยวข้อง

 

เวียดนาม ตลาดดาวรุ่งบิ๊กซี

 

ฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง  โดยบริษัท จะติดตามโอกาสการขยายธุรกิจในตลาดสำคัญของภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไทย พร้อมวางแผนการลงทุนในกรอบ 3–5 ปี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

ทั้งนี้ บริษัทจะลงทุนและพื้นที่ให้เช่าตามแผนที่วางไว้ โดยจะติดตามผลดำเนินงานของแต่ละประเทศ และประเมินศักยภาพเป็นรายตลาด หากตลาดหรือสาขาใดมีศักยภาพ บริษัทจะเดินหน้าต่อ แต่หากไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ก็พร้อมทบทวนหรือปรับลดการลงทุน

 

“แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ตธุรกิจให้เกิดความสมดุล โดยบริษัทจะพิจารณาทั้ง ยอดขาย กำไร ศักยภาพของทำเล และโอกาสในระยะยาว ไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว”

 

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทลงทุนโครงการ MMVN Vietnam ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail Supply Chain)ในเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งมีผลดำเนินงานด้านผลประกอบการทางการเงินแข็งแกร่ง จากอัตราการเติบโตยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ทั้งในช่องทางธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) และธุรกิจต่อผู้บริโภค (B2C) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP%) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนช่องทางการขาย

 

โดยในส่วนของการดำเนินงานทั่วไป มีสัดส่วนยอดขายจากสินค้าไพรเวท เลเบิล (PLM) อยู่ที่ 16% และสัดส่วนยอดขายจากช่องทางนอกสาขา (OSX) อยู่ที่ 30% นอกจากนี้ยังมีสมาชิก Mcard สูงถึง 2.1 ล้านราย สร้างยอดขายด้วยอัตราการเข้าถึง (sales penetration) สูงถึง 84%

 

ขณะที่ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังเปิดให้บริการ MM Depot จำนวน 1 แห่ง และ ศูนย์บริหารจัดการการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าของช่องทางนอกสาขา OSX Hub ของ MMVN อีก 1 แห่ง

 

 

alt-x Key Takeaways
  • บิ๊กซีกำลังส่งสัญญาณชัดว่า 'จำนวนสาขา' ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของค้าปลีกอีกต่อไป แต่คือคุณภาพและบทบาทของแต่ละสาขาในเครือข่าย โดยนำไปสู่แผนทยอยปิดสาขาไม่ทำกำไร เพื่อ 'รีเซ็ตพอร์ตสินทรัพย์' ให้สอดคล้องกับผังเมือง กำลังซื้อ และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป
  • ขณะที่ โมเดล Big Format จะทำให้หน้าร้านกลายเป็นทั้งพื้นที่ขายสินค้า จุด Fulfillment และศูนย์กระจายสินค้าในระดับภูมิภาค ส่วนการลงทุนใน Mini Big C, HORECA สะท้อนความพยายามสร้างรายได้จากลูกค้าหลายช่องทางมากกว่าการพึ่งยอดขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
  • ภาพใหญ่ของบิ๊กซีในเวลานี้ กำลังเปลี่ยนผ่านจากเชนค้าปลีก (Retail Chain) สู่รูปแบบเครือข่าย ออมนิ ชาแนล  (Omnichannel Retail Network) ที่ใช้สาขาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจยุคอีคอมเมิร์ซและเดลิเวอรี่

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.