VST ECS ปรับโมเดลขายระบบไอทีจ่ายตามใช้จริง เร่งองค์กรเปลี่ยนผ่านดิจิทัล

VST ECS พลิกวิธีคิดรันธุรกิจไอที เปิดโมเดลใหม่ให้จ่ายแค่ที่ใช้จริง สูตรเร่งขายโซลูชันส์องค์กรเปลี่ยนผ่านดิจิทัลแบบไม่ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ เกมปลดล็อกพาร์ตเนอร์ 

 

  • Business Model Transformation เปลี่ยนจาก ‘ซื้อมา-ขายไป’ สู่การเป็น ‘แพลตฟอร์ม’ บวกกับ Service Provider’ สร้างรายได้ประจำ (Recurring) ผ่าน SLA แทนการขายครั้งเดียว
  • จาก CapEx สู่ OpEx Shift ปลดล็อกพาร์ตเนอร์ไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก้อนใหญ่ เปลี่ยนเป็นจ่ายตามการใช้งานจริง เพิ่มความยืดหยุ่นธุรกิจ
  • การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ ใช้เครือข่ายพาร์ตเนอร์ 30 ปี เป็นแต้มต่อสู้กับคลาวด์ โกลบอล ดึงเทคโนโลยี HPE และ ซีเคียวริตี้ พาร์ตเนอร์ สร้างห่วงโซ่คุณค่าครบ

 

ในแวดวงธุรกิจไอที ชื่อของ VST ECS ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ด้วยชื่อเดิมก่อนหน้า คือ เดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด  ก่อนได้นักลงทุนจากฮ่องกงเข้ามาถือหุ้นพร้อมปรับโฉมสู่ VST ECS (ประเทศไทย) ก่อตั้งในปี 2531 ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและโซลูชันระดับโลกในไทย (IT Distributor) ถึงปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 50,000 รายการจัดจำหน่ายในจีน ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ และลาว

 

ล่าสุด VST ECS ดึงHPE (ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์) เปิดตัวบริการ ‘VST ECS Co-Location As-a-Service’ หนึ่งในแผนธุรกิจเปลี่ยนผ่านตำแหน่งธุรกิจสู่ ‘ผู้สร้างแพลตฟอร์ม’ ที่มีอำนาจกำหนดทิศทางของช่องทางธุรกิจไอทีในไทยทั้งระบบ ไปพร้อมการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าพอร์ตโฟลิโอ จากบทบาทเดิม ในฐานะ ‘ผู้จัดจำหน่าย’

 

ต่อการปรับบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรมตลาดไอทีของ VST ECS  ยังเป็ํนส่วนหนึ่งของการแก้ Pain Point อุปสรรคของโซลูชั่นไอที คือ ต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที ของพาร์ตเนอร์หรือดีลเลอร์ระดับกลางที่ต้องการนำเสนอโซลูชันไอทีระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ให้ลูกค้าองค์กร ที่มักสะดุดตรง ‘จุดเดียวกัน’ คือ ไม่สามารถลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ราคาสูงมาเตรียมไว้ก่อน และเมื่อไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โอกาสที่จะขยายโซลูชันระดับสูงก็หายไป

 

ปิดช่องว่างพาร์ตเนอร์

 

‘สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ชี้ว่าปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เพราะองค์กรทุกขนาดกำลังเดินหน้าลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบจัดเก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ หรือโครงสร้างไอทีโดยรวม ต่างต้องการการลงทุนที่ซับซ้อนทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ และบุคลากรเฉพาะทาง

 

จากความท้าทายเหล่านี้ทำให้ช่องว่างระหว่าง ‘พาร์ตเนอร์ที่มีศักยภาพสูง’ กับ ‘พาร์ตเนอร์ที่เข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงได้’ ยิ่งขยายออก และนั่นคือโจทย์ที่ VST ECS ต้องการคืนกำไรสู่พาร์ตเนอร์ โดยมี VST ECS Co-Location As-a-Service  การรวมโครงสร้างพื้นฐานไอทีทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว แล้วเปิดให้พาร์ตเนอร์เข้ามาใช้งานในรูปแบบ ‘จ่ายตามที่ใช้จริง’ แทนการลงทุนซื้อโครงสร้างขนาดใหญ่เองตั้งแต่ต้น

 

โดยแนวคิดนี้ฟังดูตรงไปตรงมา แต่นัยทางธุรกิจมีความลึกกว่านั้น เพราะมันเปลี่ยนโครงสร้าง Capital Expenditure (CapEx) ที่พาร์ตเนอร์ต้องแบกรับ ไปเป็น Operational Expenditure (OpEx) ที่คาดการณ์ได้และปรับขนาดได้ตามธุรกิจจริง

 

ผลลัพธ์คือ พาร์ตเนอร์ที่เคยทำได้แค่ขายฮาร์ดแวร์ปลายน้ำ สามารถก้าวขึ้นมานำเสนอโซลูชันระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ให้ลูกค้าองค์กรได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน เพราะ VST ECS รับส่วนนั้นไปดูแลให้ทั้งหมด

 

โดยบริการนี้ สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีของ Hewlett Packard Enterprise (HPE) ครอบคลุมทั้งในส่วนของเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์ระดับสูง รวมถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการ HPE Morpheus ที่รองรับการทำงานแบบ Multi-Cloud และ Multi-Tenancy Governance ซึ่งทำงานร่วมกับ HPE Private Cloud Business Edition

 

ในส่วนของระบบจัดเก็บข้อมูล แพลตฟอร์มได้ผสาน HPE Alletra MP B10000 และ HPE StoreOnce ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Immutability ซึ่งช่วยป้องกันข้อมูลจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบคลุมทั้งการโจมตีจากภายนอกและภัยคุกคามจากภายใน

 

“โมเดลนี้ เบื้องต้นโดยส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะขายได้เท่าไหร่ และไม่รู้ว่าตลาดจะตอบรับแค่ไหน แต่ถ้าผลตอบรับดี บริษัทพร้อมลงทุนเพิ่ม ด้วยยังไม่ได้ตั้งงบตายตัวไว้ก่อน”

 

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของบริการนี้ คือ System Integrator (SI) และพาร์ตเนอร์ในเครือข่ายของบริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันให้ลูกค้าองค์กร แต่มักติดขัดที่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน

 

อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปถึงปลายน้ำ กลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโมเดลนี้คือ ลูกค้าองค์กรขนาดกลางและใหญ่ ที่ต้องการอัปเกรดโครงสร้างไอทีโดยไม่ต้องผูกมัดกับการลงทุนก้อนโต พาร์ตเนอร์ที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มของ VST ECS จะสามารถนำเสนอโซลูชันเหล่านี้ได้ด้วยต้นทุนและความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเดิมมาก

 

ขณะที่ตลาด As-a-Service ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเดินหน้าอย่างร้อนแรง ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกอย่าง AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud ต่างก็ขยายบริการเข้ามาแย่งพื้นที่จากผู้เล่นในระบบ on-premise แบบดั้งเดิม

 

“เป้าหมายหลักคือให้พาร์ตเนอร์ได้กำไรคืนไป ไม่ใช่ตัวเลขรายได้ของ VST ECS เอง พร้อมยดตัวอย่าง หากลูกค้าต้องการเก็บข้อมูลแต่ไม่มีโครงสร้างรองรับ ก็มาฝากไว้ที่นี่ได้ โดยใช้โซลูชันของ HPE เป็นแกนหลัก”

 

ด้าน ‘พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์’ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม  ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) กล่าวว่าโครงสร้างพื้นฐาน Disaggregated HCI ของ HPE ช่วยให้พาร์ตเนอร์สามารถขยายเซิร์ฟเวอร์หรือสตอเรจได้อิสระ ตามการเติบโตของธุรกิจแต่ละราย โดยไม่ต้องอัปเกรดทั้งระบบพร้อมกัน ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่ตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ต้องการอย่างมาก

 

“โมเดล Co-Location ยังตอบสนองความกังวลด้านข้อมูลและกฎระเบียบท้องถิ่นที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายองค์กรที่ยังไม่พร้อมย้ายทุกอย่างขึ้น Public Cloud เต็มรูปแบบ”

 

จากแนวทางธุรกิจใหม่นี้ สะท้อนความพยายามของ VST ECS ในการสร้างความความแตกต่าง ด้วยโมเดล Co-Location ช่วยตอบสนองความกังวลด้านข้อมูลและกฎระเบียบท้องถิ่นที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายองค์กรที่ยังไม่พร้อมย้ายทุกอย่างขึ้นพับบลิค คลาวด์เต็มรูปแบบการ ด้วยจุดแข็งด้านความใกล้ชิดกับตลาดและเครือข่ายพาร์ตเนอร์ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี ซึ่งผู้ให้บริการคลาวด์จากต่างประเทศยากจะสร้างได้ในเวลาสั้น

 

ขณะที่ โมเดลรายได้แบบนี้ ยังตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย VST ECS ได้ฐานรายได้ที่มั่นคงและขยายเครือข่ายพาร์ตเนอร์เชิงคุณภาพ ขณะที่พาร์ตเนอร์ได้บริการที่ตนเองไม่ต้องลงทุนสร้าง แต่สามารถนำไปสร้างมูลค่าให้ลูกค้าองค์กรได้ทันที

 

สงคราม-ความต้องการชิปพุ่ง

 

ขณะเดียวกัน ‘สมศักดิ์’ ให้ความเห็นเพิ่มเติมความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน เขายอมรับว่าถ้าราคาน้ำมันขยับ ค่าขนส่งจะได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะ VST ECS เอาท์ซอร์สระบบโลจิสติกส์ทั้งหมด แต่ในขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่น่ากังวล

 

ด้าน ‘พลาศิลป์’ ระบุประเด็นปัญหาชิปขาดแคลนที่กระทบห่วงโซ่อุปทานไอทีทั่วโลก เขาอธิบายว่าต้นตอมาจากการที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกพร้อมใจกันทุ่มงบลงทุนใน LLM (โมเดลพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลทางภาษา) และโครงสร้างเอไอ (AI) พร้อมกัน

 

“ความต้องการชิปพุ่งขึ้นเร็วกว่ากำลังการผลิตจะตามได้ และผลกระทบนั้นลามไปถึง SSD ด้วย ทำให้ทั้งราคาและระยะเวลาจัดส่งเป็นตัวแปรที่ควบคุมยากในตอนนี้”

 

 

Key Takeaways 

  • VST ECS เปลี่ยนบทบาทจาก ‘คนกลาง’ เป็น ‘เจ้าของแพลตฟอร์ม’
  • โมเดลใหม่ลดข้อจำกัดเงินลงทุน ทำให้พาร์ตเนอร์ขายลูกค้าระดับองค์กร (Enterprise) ได้
  • คุณค่า (Value) เดิมยังอยู่ แต่เพิ่มรายได้ระยะยาวผ่านบริการและ SLA

 

 

STORYTELLER BY

Jittrapon ponlawat
Editorial Lead
A former journalist who questions the world, now finding meaning in everyday life—fond of cats, deep talks, and the eloquence of silence.

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.