‘จีน’ ส่งทีมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชื่อมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่

ทีมหุ่นยนต์ Humanoid  ออกนอกจีนครั้งแรกมาไทยในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 เวทีจับคู่ลงทุนไทย–จีน รับเศรษฐกิจยุคเอไอ

 

  • ทีมหุ่นยนต์ Humanoid จากจีนออกนอกประเทศครั้งแรก จัดแสดงในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ที่ประเทศไทย สะท้อนความร่วมมือด้าน AI และหุ่นยนต์ระหว่างไทย–จีนที่ก้าวสู่ระดับอุตสาหกรรม
  • ไทยถูกวางเป็นฐานลงทุนใหม่ของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และนโยบายส่งเสริมการลงทุน เพื่อรองรับตลาดอาเซียนและสร้าง New S-Curve ให้เศรษฐกิจไทย
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ Humanoid ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่เข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทำงานหนักและงานเสี่ยง พร้อมผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนามาตรฐาน และบุคลากรไทยสู่เศรษฐกิจยุค AI

 

 

ในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดยคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 องค์กรหลัก ได้แก่ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย-จีน และ สมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย

 

นอกจากนี้ยังได้ผู้เชี่ยวชาญจากไทยและจีน ร่วมแบ่งปันแนวคิดความร่วมมือระหว่างไทยและจีน เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI ของประเทศไทยร่วมกันในอนาคต

 

 

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ กล่าวว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เป็นวิวัฒนาการสำคัญของอุตสาหกรรม หลังจากไทยใช้แขนกลและระบบอัตโนมัติในโรงงานมานานกว่า 30 ปี

 

ขณะที่ความแตกต่างของหุ่นยนต์ยุคใหม่ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ แต่เกิดจากการที่ AI เข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘สมอง’ ทำให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจทำงานได้ยืดหยุ่นกว่าระบบอัตโนมัติแบบเดิม ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงเทคโนโลยีครั้งสำคัญของภาคการผลิต

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ชิตยอมรับว่า หากเปรียบเทียบกับจีน ไทยยังมีช่องว่างด้านเทคโนโลยีอยู่มาก ดังนั้นยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การพัฒนาแข่งขันตั้งแต่ต้น แต่เป็นการสร้างความร่วมมือกับประเทศที่มีความพร้อม

 

“โจทย์ของไทยไม่ใช่เริ่มนับหนึ่งใหม่เพื่อแข่งกับจีน แต่คือการร่วมมือ เพราะความร่วมมือจะเป็นชอร์ตคัท ทำให้อุตสาหกรรมไทยเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้เร็วกว่า”

 

เขาระบุว่า ระยะแรกควรนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ก่อนจะขยายไปยังภาคบริการในอนาคต

 

กำหนดมาตรฐาน รองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

ดร.ชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ระหว่างไทยกับจีนได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายของทั้งสองประเทศ แต่สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันคือการกำหนดมาตรฐาน (Standards) เพื่อให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

 

“เมื่อมีมาตรฐานกลาง ผู้ประกอบการ บุคลากร และภาคอุตสาหกรรมจะสามารถเรียนรู้และต่อยอดเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในประเทศ”

 

‘ฮิวแมนนอยด์’ ทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน

 

สำหรับข้อกังวลว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์นั้น ดร.ชิตมองว่า สถานการณ์ของไทยแตกต่างจากหลายประเทศ เนื่องจากกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายอุตสาหกรรม

 

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะเข้ามาทำงานที่มีความเสี่ยง งานหนัก หรือเป็นงานที่แรงงานไม่ต้องการทำ มากกว่าจะเข้ามาแย่งตำแหน่งงานของคน ซึ่งจะช่วยรักษาขีดความสามารถในการผลิตของประเทศในระยะยาว

 

ขณะเดียวกัน ฮิวแมนนอยด์ ยังเป็นเป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมากกำลังเผชิญกับคำสั่งซื้อที่ลดลง หากประเทศไทยสามารถดึงการลงทุนด้านหุ่นยนต์เข้ามาได้ ซัพพลายเชนเดิมจะสามารถปรับสายการผลิตมาสู่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับหุ่นยนต์ได้ทันที

 

“เป็นการสร้าง New S-Curve ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการในประเทศ”

 

สมาคมหุ่นยนต์เซินเจิ้น มองไทยฐานลงทุนแห่งใหม่

 

ด้าน ราเชล ตัน (Rachel Tan) เลขาธิการ Shenzhen Robotics Association กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมของจีนกำลังอยู่ในช่วงขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนจีน จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน และนโยบายสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล

 

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทจีนจำนวนมากกำลังมองหาโอกาสตั้งโรงงานในไทย ทั้งเพื่อรองรับตลาดอาเซียน ไปพร้อมกับสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

 

ขณะที่ การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ นอกจากใช้ทคโนโลยี AI แล้วยังต้องมีข้อมูลจากการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม (Application Scenarios) เพื่อให้ระบบเรียนรู้และพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกับมนุษย์ไปพร้อมกันด้วย

 

โดยความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม จะเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้หุ่นยนต์สามารถใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

 

“ความท้าทายของหลายประเทศในเอเชีย คือ การขาดแคลนแรงงานคนรุ่นใหม่ในภาคการผลิต ซึ่งจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมควบคู่ไปกับการนำ AI และหุ่นยนต์เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ”

 

ไทย–จีน สร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีร่วมกัน

 

ราเชล กล่าวอีกว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ระหว่างไทยและจีน จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการผลักดัน AI และหุ่นยนต์ไปสู่การใช้งานจริง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรม และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

สำหรับบรรยากาศการเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ในวันแรก (22 กรกฎาคม 2569) ทางผู้ร่วมจัดงานประเทศจีน ได้นำคณะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ร่วมแสดงกิจกรรมการเต้นประกอบเพลงบนเวทีในงานฯ ที่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นำคณะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยดฺออกนอกประเทศจีนด้วย

 

สำหรับการจัดงานฯ ดังกล่าวมีผู้ประกอบการกว่า 270 บริษัท ร่วม 670 บูธ ครอบคลุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิต โลจิสติกส์ พลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงจัดให้มี Consultation Zone รวมหน่วยงานภาครัฐกว่า 9 แห่ง อาทิ BOI, EEC กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน สิทธิประโยชน์ และกฎระเบียบทางการค้า

 

โดยภายในงานยังจัด Job Fair จาก 47 บริษัทไทย-จีน เปิดรับสมัครงานกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ที่มอบทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยจีนมากกว่า 20 แห่ง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และเทคโนโลยี รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.