‘คนไทย’ เสียอธิปไตยสื่อ แพลตฟอร์มต่างชาติได้ฟรีคอนเทนต์-เงินโฆษณา

 

MI Group เร่งแผนสร้างอธิปไตยสื่อไทยใน 2 ปีก่อนหมดสัมปทานทีวีดิจิทัล ตัดวงจรเสียดุลเม็ดเงิน-ข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมบริโภคคนไทยไหลออกนอกประเทศ อัลกอริทึ่มต่างชาติคุมข้อมูลข่าวสาร    

 

  • เม็ดเงิน ข้อมูล และ AI ของคนไทยกำลังไหลออกในวงจรเดียวกัน เงินโฆษณาไหลออก → -ข้อมูล ไหลออก → เอไอ เรียนรู้จากคนไทย → อัลกอริทึ่ม  ถูกกำหนดจากต่างชาติ ไทยไม่ได้เสียแค่รายได้ แต่กำลังเสียอำนาจในการกำหนดสิ่งที่คนไทยเห็น เชื่อ และตัดสินใจ

  • อีก 2 ปีใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดพร้อมกัน คือจังหวะเดียวที่มี ในปี 2572 สัมปทานทีวีดิจิทัลทั้งหมดหมดอายุพร้อมกัน MI Group มองเป็นโอกาสรีเซ็ตโครงสร้างสื่อไทยทั้งระบบ หากไม่มีแผนรองรับตอนนี้ ไทยจะเสียโอกาสสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคไทยได้จริง

  • MI Group เสนอ 6 ยุทธศาสตร์เปลี่ยนสื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชาติ ครอบคลุมพลังคอนเทนต์ไทย, พันธมิตรสื่อไทย , การแลกเปลี่ยนข้อมูล, ระบบนิเวศเอไอของไทย, จากมีเดียสู่แพลตฟอร์ม และ การรู้เท่าทันดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมสื่อไปสู่การวางโครงสร้างสื่อระดับประเทศ

 

ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด  (MI Group) กล่าวในฐานะนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2572 ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในประเทศไทยทั้งหมดจะหมดอายุสัมปทานพร้อมกันในอีก 2 ปีข้างหน้าโดยในช่วงระหว่างนี้เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมโครงสร้างสื่อประเทศไทยให้ครบวงจรระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งผู้ผลิตสื่อ (Media), ตัวแทนสื่อโฆษณา (Media Agency) และ ครีเอเตอร์-อินฟลูเอ็นเซอร์(Content-Influencer)  เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสื่อทั้งอีโคซิสเต็มให้อยู่รอดร่วมกัน โดยไม่พึ่งพาแพลตฟอร์มสื่อต่างชาติ

 

“แบรนด์สินค้า ผู้ประกอบการธุรกิจไทย รวมถึงเอเยนซี ต่างจ่ายเงินให้กับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างชาติรายใหญ่ระดับโลกเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องแนวโน้มการใช้เงินในสื่อดิจิทัลที่เติบโตและเป็นสื่อเดียวที่เติบโตใน 5 เดือนแรกปีของ 2569 มีมูลค่าราว 13,394 ล้านบาท”

 

จากโซเชียลมีเดียสู่ซูเปอร์แพลตฟอร์ม

 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสื่อไทยต้องเร่งปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเพื่อคงบทบาทการเป็นสื่อหลักที่คนไทยเป็นเจ้าของให้มีคุณค่าและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในยุคดิจิทัลต่อไป

 

“สิ่งที่น่ากังวล คือความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยที่กำลังถูกท้าทายในยุคที่คู่แข่งจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ง่ายขึ้น จากคอมมูนิตี้สู่ซูเปอร์แพลตฟอร์ม”

 

ขณะที่ แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ได้เติบโตไปสู่ซูเปอร์ แพลตฟอร์ม (Super Platform) ที่รวมทั้งการสื่อสาร ความบันเทิง การค้นหาข้อมูล การซื้อขายสินค้า และการชำระเงินไว้ในระบบเดียวกัน และในหลายกรณียังทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้บริการดิจิทัล เจ้าของสินค้า ผู้ให้บริการทางการเงิน และผู้กำหนดกติกาของตลาดในเวลาเดียวกัน

 

โดยเม็ดเงินโฆษณาในปัจจุบัน ไม่ได้แค่ย้ายจากสื่อเดิมไปสู่สื่อใหม่ แต่กำลังไหลเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เชื่อม สื่อ(Media), การค้า (Commerce) และข้อมูล (Data) เข้าด้วยกัน ทำให้แพลตฟอร์มสามารถครอบครองทั้งความสนใจของผู้บริโภค ข้อมูล และธุรกรรมทางเศรษฐกิจในวงจรเดียว

 

อ่านบทความอื่น ที่เกี่ยวข้อง

 

นอกจากนี้ ยังมึความน่ากังวลหลายด้านจากการไหลผ่าน (Flow)  ดังนี้

 

เม็ดเงินไหลออกไปต่างประเทศ → Data ไหลไปต่างประเทศ → AI เรียนรู้จากข้อมูลคนไทย → Algorithm ถูกกำหนดจากต่างประเทศ

 

จากความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการย้ายเม็ดเงินโฆษณาจากสื่อไทยไปสู่แพลตฟอร์มต่างชาติ แต่ยังหมายถึงการย้าย ‘มูลค่า’ ออกนอกประเทศในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งกำไร ข้อมูล และองค์ความรู้ที่เกิดจากข้อมูลเหล่านั้น

 

โดยเมื่อผู้บริโภค ใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มระดับโลกมากขึ้น กำไรจากธุรกิจโฆษณาส่วนหนึ่งถูกส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ขณะที่ข้อมูลพฤติกรรม ความสนใจ และธุรกรรมของผู้บริโภคไทยก็ถูกสะสมอยู่บนระบบที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าของ และถูกนำไปใช้พัฒนา AI และอัลกอริทึมที่มีบทบาทต่อการมองเห็นข้อมูล ข่าวสาร สินค้า และบริการของคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

“สิ่งที่กำลังไหลออกจากประเทศไทยอาจไม่ใช่แค่เม็ดเงินโฆษณา แต่คือกำไร ข้อมูล ความรู้ของ AI และอำนาจในการกำหนดสิ่งที่คนไทยเห็น เชื่อ และตัดสินใจ”

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจขายของออนไลน์ในกลุ่มผู้ประกอบการส่วนบุคคลรายย่อย (พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์) รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ ที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ระดับภูมิภาค ซึ่งแม้ว่ามาร์เก็ตเพลส (Marketplace) เหล่านี้จะให้บริการในไทย แต่ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคต่างๆ ก็จะถูกส่งไปยังต้นสังกัดบริษัทแม่ต่างชาติเช่นกัน ถือเป็นข้อมูลทางการตลาดเชิงลึกที่ไม่ได้ตกอยู่ในมือของคนไทย

 

“อีกสองปีหน้าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดอายุสัมปทาน เป็นจังหวะที่ทุกคนควรมารวมกันเป็นหน่วยกลางที่เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคไทยได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่มีในตอนนี้ โดยนำคอนเทนต์มารวมกับมาร์เก็ตเพลส เพื่อสร้างแพลตฟอร์มของไทย ซึ่งจะทำให้เห็นพฤติกรรมการซื้อโดยตรง ไม่ใช่แค่ข้อมูลคอนเทนต์แต่เชื่อมกับพฤติกรรมการซื้อได้จริง”

 

ภวัต ย้ำว่า ประเทศไทยต้องเร่งแผนเปลี่ยนผ่านระบบสื่อสารมวลชนแห่งชาติ และยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อและข้อมูลข่าวสารยุคใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ในโลกดิจิทัล เพราะในศตวรรษที่ 21 สื่อและข้อมูลข่าวสารไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมหนึ่งของประเทศ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (National Media & Information Infrastructure) ที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขัน ความเข้มแข็งของสังคม และความมั่นคงของประเทศในอนาคต

 

ขณะเดียวกัน ยังต้องออกแบบระบบนิเวศสื่อใหม่ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลที่ประกอบด้วย

 

  • Free TV
  • Radio, OTT
  • Streaming
  • Social Media
  • Digital Platform
  • Out-of-Home Media

 

6 ยุทธศาสตร์รักษาอธิปไตยสื่อไทย

 

ภวัต  กล่าวต่อว่า  MI Group ได้เสนอแนวคิดใหม่ : From Media Industry → National Attention Infrastructure ‘โครงสร้างพื้นฐานในการดึงดูดและรักษาความสนใจของคนไทย’  ครอบคลุมทั้งด้านข้อมูล (Data Sovereignty), ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ (Economic Competitiveness) และอิทธิพลทางวัฒนธรรม (Cultural Influence) ของประเทศไทย ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

 

  1. Thai Content Power ‘สื่อไทยจะสู้ได้ด้วย Content เท่านั้น’ สร้าง Content ที่สะท้อนภาษา วัฒนธรรม และบริบทของคนไทย เพื่อสร้างความแตกต่างที่แพลตฟอร์มระดับโลกไม่สามารถลอกเลียนได้
  2. Thailand Media Alliance ‘รวมพลังสื่อไทย’ รวมพลังผู้ประกอบการสื่อ คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ไทย เพื่อสร้างขนาดและอำนาจการแข่งขันร่วมกัน
  3. Thailand Data Exchange ‘ให้ธุรกิจไทยสามารถเชื่อมข้อมูลกันภายใต้กติกาที่ปลอดภัย’ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลที่เกิดจากคนไทยสามารถสร้างมูลค่ากลับคืนสู่เศรษฐกิจไทย
  4. Thai AI Ecosystem ‘สร้างนิเวศ AI ของไทยเอง’ ลงทุนใน AI ภาษาไทย ฐานข้อมูลไทย และองค์ความรู้ไทย เพื่อให้ AI เข้าใจและสร้างประโยชน์จากบริบทของประเทศไทย
  5. From Media to Platform ‘คิดแบบ Ecosystem’ ยกระดับธุรกิจสื่อจากการขาย Reach และ Impression สู่การสร้าง Content → Audience → Community → Commerce → Data
  6. Digital & AI Literacy สร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยเข้าใจคุณค่าของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ข่าวปลอม และอิทธิพลของอัลกอริทึมและ AI ที่มีต่อการรับรู้ ความเชื่อ และการตัดสินใจ

 

ภวัต ย้ำว่า ขณะนี้ถือเป็นวิกฤตเงียบประเทศไทย เมื่อสื่อหลักกำลังอ่อนแอ เม็ดเงินโฆษณาไหลออกนอกประเทศ และอนาคตข้อมูลข่าวสารและค่านิยมของคนไทยกำลังถูกกำหนดจากภายนอก แม้ปัญหาไม่ได้มาจากเศรษฐกิจในประเทศอย่างเดียว แต่สะสมจากความขัดแย้งโลก เศรษฐกิจฟื้นช้า กำลังซื้อหด และเอไอ เข้ามาแทนที่แรงงานในหลายอุตสาหกรรม หากไม่มีแผนระดับชาติและการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ไทยจะสูญเสียไม่แค่ธุรกิจสื่อ แต่สูญเสียอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเอง

 

นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมสื่อหรือการค้าปลีก แต่จะขยายไปสู่ความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยโดยรวมอีกด้วย  

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.