‘มหิดล’ ตั้งบริษัทร่วมทุนเอกชนทำโรงงานไบโอ เร่งไทยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรมโลก

‘INT’ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งบริษัท เอ็มยู โฮลดิ้ง กิจการร่วมทุนเอกชนสร้างโรงงานไบโอ มูลค่าหลักพันล. ตั้งต้นสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม นำร่องงานวิจัยเชิงลึกออกสู่ตลาดผ่าน ‘มหิดล คอลเล็กชั่น’ 

 

  • INT มหิดล ดูแลงานวิจัยนักวิจัยกว่า 4,000 คน มีสิทธิบัตรมากกว่า 300 รายการ

  • MU Holding เตรียม JV เอกชน สร้างโรงงานไบโอแพลนต์ในศาลายา เสร็จภายใน 2 ปี

  • “Mahidol Collection” สินค้า FMCG จากงานวิจัย มีแล้วกว่า 30 รายการ วางตลาดจริง

 

รศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า INT วางแนวทางการบริหารจัดการนวัตกรรม และผลงานวิจัยในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนำออกมาใช้งานสู่อุตสาหกรรมต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือการทำงานระหว่าง  INT มหาวิทยาลัยมหิดล และ องค์กรภาคเอกชน

 

ล่าสุด  INT ได้จัดตั้ง บริษัท เอ็มยู โฮลดิ้ง จำกัด (MU Holding) ใช้ทุนจดทะเบียนราว 2 ล้านบาท ไปเมื่อต้นเดือนมกราคม ปี 2569 โดยมี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทสไทย (ธปท.) ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัทจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศและ ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหิดล

 

โดยบริษัทฯ เตรียมวางแผนประกาศร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรเอกชน ผู้ผลิตชีววัตถุรายใหญ่  สร้างโรงงานไบโอ  แพลนต์ (Biology Plant) บนที่ดินขนาด   1-2 ไร่ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

 

โครงการฯ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสองปี พร้อมขยายความร่วมมือด้านการสนับสนุนการทดลองของห้องปฏิบัติการ(Laboratory)ในรูปแบบทวิน ฟาซิลิตี้ (Twin Facility) จากเอกชนภายนอกเพื่อสร้างระบบนิเวศการทำงานร่วมกัน คาดโครงการฯมีมูลค่าหลักพันล้านบาท พร้อมวางแผนประกาศความร่วมมือดังกล่าวในเร็วๆนี้

 

นอกจากนี้ บริษัทเอ็มยู โฮลดิ้ง ยังทำหน้าที่ดูแล สนับสนุน โครงการ (Project) ต่าง ๆ อาทิ  บ่มเพาะธุรกิจเริ่มต้น สตาร์ท อัป ฯลฯ พร้อมต่อยอดผลงานนักวิจัยในเครือ INT ที่ปัจจุบันมีจำนวนราว 4,000 คน กระจายในวิทยาเขต (Campus) ต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่ได้รับสิทธิบัตร (Patent) มากกว่า 300 ชิ้น ในปัจจุบัน

 

โดยในช่วงที่ผ่านมา INT ยังนำผลงานวิจัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรต่อยอดสู่การทำตลาดสินค้าผู้บริโภค (FMCG) ได้จริงตามมาตรฐานการผลิตอาหารและยา(อ.ย.)ภายใต้ชื่อ ‘มหิดล คอลเล็กชั่น’ (Mahidol Collection) ปัจจุบันมีมากกว่า 30  รายการ (Item)  ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะถูกดูแลเพื่อทำการตลาดภายใต้ MU Holding ต่อไปในอนาคต

 

รศ.ดร.วิริยะ กล่าวว่า จากแผนงานดังกล่าวยังสนับสนุนให้ เอ็มยู โฮลดิ้ง หารายได้อิสระในรูปแบบธุรกิจ (Model Business) เบื้องต้นประกอบด้วย

 

  1. รายได้จากการบริหารจัดการลิขสิทธิ์(License) ด้านสิทธิบัตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี งานวิจัยของสถาบันฯ
  2. รายได้การร่วมลงทุนจากสัดส่วนการเข้าถือหุ้นในธุรกิจ/สตาร์ท อัป
  3. รายได้การรับงานผลิตวิจัยจากภายนอก

 

แนวทางดังกล่าว เป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยเชิงลึกสู่ตลาดโลก พร้อมบริการจัดการเชิงพาณิชย์ได้อย่างคล่องตัว จากปัจจุบัน INT ได้รับงบประมาณดำเนินงานสนับสนุนประจำปี 2569 ราวพันล้านบาท

 

พร้อมกันนี้  INT ยังเตรียมร่วมยกระดับประเทศไทย จากการเป็นผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านคุณภาพชีวิตและ Longevity โดยมุ่ง 3 แกนนวัตกรรมหลักที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่

 

  • เทคโนโลยีการแพทย์ด้านเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy)
  • การเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเท่าเทียม
  • เวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม

 

“โลกธุรกิจยุคใหม่จะวัดผลแพ้ชนะกันด้วยนวัตกรรม ด้วยเป็นเครื่องมือสำคัญลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการแพทย์และการรักษาที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียมและยังเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า” 

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

INT มหาวิทยาลัยมหิดล เดินเกมรุกตั้งบริษัท เอ็มยู โฮลดิ้ง บริหารจัดการสิทธิบัตรและงานวิจัยเชิงลึก ผลักดันงานวิจัยในมือกว่า 300 สิทธิบัตร ออกสู่ตลาดอุตสาหกรรมและผู้บริโภคจริง เตรียมร่วมทุนเอกชน สร้างโรงงานไบโอแพลนต์ในพื้นที่ศาลายา มูลค่าหลักพันล้านบาท โมเดลธุรกิจเน้นรายได้จากลิขสิทธิ์ ร่วมลงทุนสตาร์ทอัป และรับจ้างวิจัยจากภายนอก วางเป้าเชื่อมงานวิจัยไทยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรมโลก โดยโฟกัสแพทย์ขั้นสูงและ Longevity


บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.